🌷🌺💐 ดอกไม้ในพระนามาภิไธย “สิริกิติ์” น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง “แม่แห่งชาติ” ✨🙏💙



ดอกไม้ในพระนามาภิไธย “สิริกิติ์”
(FLOWERS IN THE NAME OF HER MAJESTY QUEEN SIRIKIT THE QUEEN MOTHER)


🌷 กุหลาบควีนสิริกิติ์




พรรณไม้ในพระนามาภิไธย
"กุหลาบควีนสิริกิติ์"

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Rosa ‘Queen Sirikit’
วงศ์ : Rosaceae

กุหลาบควีนสิริกิติ์ เป็นกุหลาบลูกผสมระหว่างกุหลาบพันธุ์ Konigin der Rosen และพันธุ์ Golden Giant ซึ่งลูกผสมใหม่ที่ได้ มีชื่อเรียกสายพันธุ์ว่า Peer Gynt มีความสวยงามตระการตา ได้รับการนำออกเผยแพร่ในปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ กุหลาบพันธุ์นี้ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดกุหลาบที่กรุง Belfast ไอร์แลนด์เหนือ สหราชอาณาจักร ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. ๒๕๑๔ นาย Andre Hendrickx ชาวเบลเยี่ยม ผู้อำนวยการเรือนกุหลาบ Grandes Roseraies du Val de la Loire ประเทศฝรั่งเศส ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธย ควีนสิริกิติ์ เป็นชื่อของกุหลาบพันธุ์นี้

ลักษณะ : เป็นกุหลาบที่ให้ดอกสีเหลืองสด ขอบกลีบเป็นสีส้มแกมชมพูชัดเจน และให้กลิ่นที่มีความหอมเย็นชื่นใจในช่วงเวลาเช้า แต่ไม่ทนต่ออากาศร้อนจัด



🌷 กล้วยไม้คัทลียาควีนสิริกิติ์




พรรณไม้ในพระนามาภิไธย

แคทลียาควีนสิริกิติ์
ชื่อวิทยาศาสตร์: Cattleya ‘Queen Sirikit’
วงศ์: Orchidaceae

แคทลียาควีนสิริกิติ์เป็นกล้วยไม้ลูกผสมระหว่าง Cattleya ‘Bow Bells’ และ Cattleya obrieniana ‘Alba’ ซึ่งบริษัท Black & Flory เป็นผู้ผสมขึ้น และจดทะเบียนชื่อพันธุ์ว่า Exquisite เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๑ มีความสวยงามมาก และได้รางวัลยอดเยี่ยมจาก The Royal Horticultural Society สหราชอาณาจักร จึงได้มีการขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นชื่อกล้วยไม้พันธุ์ดังกล่าวว่า “แคทลียาควีนสิริกิติ์”

ลักษณะ: เป็นกล้วยไม้สูง ๒๐-๔๐ เซนติเมตร ลำลูกกล้วยรูปทรงกระบอก ใบรูปขอบขนาน ดอกออกเดี่ยวหรือเป็นช่อ ๑-๔ ดอก สีขาวนวล กลีบปากแผ่กว้าง ขอบกลีบย่นเป็นคลื่น ตรงกลางกลีบมีแต้มสีเหลืองด้านใน เมื่อบานเต็มที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๒-๑๔ เซนติเมตร มีกลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ และออกดอกตลอดปี



🌷 ดอนญ่าควีนสิริกิติ์



พรรณไม้ในพระนามาภิไธย

ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ (Mussaenda ‘Queen Sirikit’)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Mussaenda ‘Queen Sirikit’
วงศ์: Rubiaceae

ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ เป็นดอนญ่าลูกผสมระหว่าง Mussaenda ‘Dona Luz’ และ Mussaenda philippica A. Rich. var. aurorae Sulit ซึ่งมหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์เป็นผู้ผสมขึ้น และได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญ พระนามาภิไธย “ควีนสิริกิติ์” เป็นชื่อของดอนญ่าพันธุ์ใหม่นี้ ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๖

ลักษณะ

ดอนญ่าควีนสิริกิติ์เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ ๑-๓ เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปรี ปลายใบแหลม แผ่นใบอ่อนมีขนนุ่ม ดอกออกเป็นช่อที่ปลายยอด กลีบเลี้ยงมี ๕ กลีบ ขนาดใหญ่ สีชมพูอ่อน ขลิบขอบสีแดง ส่วนกลีบดอกมีสีเหลือง โคนกลีบเชื่อมติดกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็น ๕ แฉก รูปสามเหลี่ยม เป็นไม้ที่ปลูกเลี้ยงง่ายและมีราคาย่อมเยา จึงนิยมปลูกเป็นไม้ประดับอย่างแพร่หลาย



🌷 บัวควีนสิริกิติ์




พรรณไม้ในพระนามาภิไธย

บัวควีนสิริกิติ์
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea ‘Queen Sirikit’
วงศ์ : Nymphaeaceae

บัวควีนสิริกิติ์ เป็นบัวลูกผสมระหว่างบัวนางกวักสีฟ้า ซึ่งเป็นต้นพ่อ กับบัวพันธุ์เพอรี่ส์ไฟร์โอปอล (Perry’s Fire Opal) ดอกสีชมพู ซึ่งเป็นต้นแม่ จนได้ลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะงดงามโดดเด่นกว่าบัวสายพันธุ์อื่น

ลักษณะเด่น คือ ดอกมีสีม่วงอมฟ้าสดใส ปลายกลีบเป็นสีม่วงเข้มชัดเจน เกสรในวงดอกมีสีเหลือง ส่วนปลายยอดเป็นสีม่วงอมฟ้า ดอกจะบานเต็มที่ในช่วงเช้า และค่อย ๆ ห่อตัวลงในช่วงบ่าย โดยมีอายุการบานประมาณ ๓ วันก่อนโรย

ในการนี้ สมาคมพฤกษศาสตร์ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยมาเป็นชื่อของบัวพันธุ์ใหม่นี้ในปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๔ และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานชื่อ “บัวควีนสิริกิติ์” ให้แก่บัวสายพันธุ์ใหม่นี้ เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นเกียรติประวัติ ตลอดจนเป็นขวัญกำลังใจแก่นักวิชาการของไทย ผู้มีความวิริยอุตสาหะในการค้นคว้าวิจัยเพื่อการอนุรักษ์และปรับปรุงพันธุ์บัว จนมีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ



🌷 โมกราชินี




พรรณไม้ในพระนามาภิไธย

“โมกราชินี” หรือ “โมกสิริกิติ์”
ชื่อวิทยาศาสตร์: Wrightia sirikitiae D. J. Middleton & Santisuk
วงศ์: Apocynaceae

เป็นพรรณไม้ถิ่นเดียวของประเทศไทย พบเฉพาะบริเวณเขาหินปูน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีสถานภาพเป็นไม้หายากและใกล้สูญพันธุ์

ศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย สันติสุข ได้ค้นพบและเก็บตัวอย่าง “โมกราชินี” บริเวณเขาหินปูน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ต่อมาได้มีการตรวจสอบเอกลักษณ์ของพืชชนิดนี้ร่วมกับ Dr. David J. Middleton ผู้เชี่ยวชาญพืชสกุลโมก และได้รับการยืนยันว่าเป็นพรรณไม้ชนิดใหม่ของโลก จึงได้ทูลเกล้าฯ ขอพระราชทานพระนามาภิไธยเป็นชื่อพรรณไม้ชนิดใหม่ดังกล่าว ในปี พ.ศ. ๒๕๔๓

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามอันเป็นมงคลยิ่งว่า “โมกราชินี” เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่นักพฤกษศาสตร์ไทยที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ และเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พืชชนิดนี้ไม่ให้สูญหายไป

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นไม้ต้น สูงได้ถึงประมาณ ๖ เมตร ทุกส่วนมีน้ำยางสีขาว ดอกสีขาว ออกเป็นช่อสั้น ๆ บริเวณปลายยอด ดอกย่อยมี ๕ กลีบ ขนาด ๓-๕ เซนติเมตร มีกระบังหน้ากลีบดอกสีขาว ปลายแยกเป็นแฉกคล้ายรัศมี ผลเป็นฝักคู่สีน้ำตาล ผิวมีจุดแผลระบายอากาศ เมื่อแก่จะแตกตามยาว เมล็ดแบนรี ที่ขั้วมีขนยาว ช่วยให้ปลิวไปได้ไกล



🌷 มหาพรหมราชินี



พรรณไม้ในพระนามาภิไธย
“มหาพรหมราชินี”

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Mitrephora sirikitiae Weeras., Chalermglin & R. M. K. Saunders
วงศ์ : Annonaceae

มหาพรหมราชินีเป็นพรรณไม้หายาก สำรวจพบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ณ อุทยานแห่งชาติแม่สุรินทร์ บ้านห้วยฮี้ ตำบลห้วยปูลิง อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดย ดร.ปิยะ เฉลิมกลิ่น ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญพืชในสกุลนี้ ได้แก่ Dr. Aruna Weerasooriya และ Dr. R. M. K. Saunders จากมหาวิทยาลัยฮ่องกง ได้ร่วมกันตรวจสอบลักษณะและยืนยันว่าเป็นพืชชนิดใหม่

ต่อมาได้ขอพระราชทานชื่อ “มหาพรหมราชินี” เป็นชื่อของพันธุ์ไม้ชนิดนี้ และได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้อัญเชิญพระนามาภิไธยมาใช้เป็นชื่อพันธุ์ไม้ เพื่อช่วยอนุรักษ์พืชชนิดนี้ให้คงอยู่ยั่งยืนเป็นสมบัติของลูกหลานไทย เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้ต้นสูงประมาณ ๔-๖ เมตร ใบเดี่ยว รูปรีแกมขอบขนาน ผิวใบเกลี้ยง ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ดอกสีขาวแกมม่วง ออกเดี่ยวหรือเป็นช่อจำนวน ๑-๓ ดอก บริเวณใกล้ปลายยอด ดอกบานเต็มที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๘-๑๐ เซนติเมตร ประกอบด้วยกลีบดอก ๖ กลีบ เรียงเป็น ๒ วง วงนอกกลีบดอกแผ่กว้าง ปลายแหลม ส่วนวงในมีโคนกลีบสีเขียวอ่อน ปลายสีม่วงเข้ม และม้วนงอประกบกันเป็นลักษณะคล้ายกระเช้าตรงกลางดอก

ผลเป็นผลกลุ่ม ประกอบด้วยผลย่อยจำนวนประมาณ ๑๐-๑๕ ผล รูปทรงกระบอก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๒-๒.๕ เซนติเมตร

จากข้อมูลดังกล่าว มหาพรหมราชินีเป็นพืชที่ค้นพบโดยนักวิจัยของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จึงถือเป็นต้นไม้ประจำสถาบันฯ นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีและฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่าสารบางชนิดมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งช่องปาก มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และมะเร็งปอด รวมถึงมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ แม้ว่าการศึกษายังไม่แพร่หลายมากนัก แต่สามารถใช้เป็นแนวทางในการประยุกต์เพื่อเพิ่มมูลค่าและพัฒนานวัตกรรมในอนาคตได้



🌷 บัวศรีกิตติยา



พรรณไม้ในพระนามาภิไธย
"บัวศรีกิตติยา"
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Nymphaea ‘Srikittiya’
วงศ์ : Nymphaeaceae

บัวศรีกิตติยา เป็นบัวสายลูกผสมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดร.เสริมลาภ วสุวัต ผู้เชี่ยวชาญด้านบัว เป็นผู้สังเกตพบในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ณ คลองน้ำในบ้านปางอุบล ลักษณะดอกมีขนาดใหญ่ สีแดงแกมชมพูเข้ม กลีบดอกมีจำนวน ๓๒-๓๔ กลีบ เรียงซ้อนกันหลายชั้น ดอกบานในเวลากลางคืนและหุบในช่วงสาย ซึ่งแตกต่างจากบัวชนิดอื่น

ด้วยความงดงามโดดเด่น จึงได้มีการปรับปรุงพันธุ์บัวชนิดนี้ให้มีสีและรูปลักษณ์สม่ำเสมอคงที่ ไม่ผันแปร

นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ศิลปินแห่งชาติ เป็นผู้ตั้งชื่อบัวว่า “ศรีกิตติยา” ตามพระมงคลนามสิริกิติ์ ต่อมา ดร.เสริมลาภ และครอบครัว ได้นำต้นพันธุ์บัวศรีกิตติยา ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๗ พรรษา ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร และต้นแม่พันธุ์ที่ถวายได้รับการนำไปปลูกไว้ ณ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน กรุงเทพฯ




💙🙏 ๑๒ สิงหาคม วันแม่แห่งชาติ 🙏💙


🙏 น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ 🙏
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่