ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% เดือนกรกฎาคม 2026 จาก Autolifethailand เห็นตัวเลขรวม
21,460 คัน ในเดือนเดียว แล้วรู้สึกว่าตลาด EV บ้านเราตอนนี้มันไม่ได้อยู่แค่ช่วง "ลองของ" หรือเป็น "ของเล่นคนรวย" เหมือน 2-3 ปีที่แล้วอีกต่อไปแล้ว เลยชวนมาคุยและแกะข้อมูลกันเล่นๆ ครับ เผื่อใครกำลังเล็งๆ อยู่ หรือกำลังลังเลว่าปีนี้จะเปลี่ยนรถดีไหม
1. แชมป์เปลี่ยนมือ ตัวเลือกหลากหลายขึ้นเยอะ
ถ้าดูจากภาพ อันดับ 1 กลายเป็น
Geely EX2 (2,640 คัน
) ตามมาด้วย
JAECOO 5 (2,136 คัน
) และ
ORA 5 BEV (1,399 คัน
)
จุดที่น่าสนใจคือ เจ้าตลาดเดิมอย่าง BYD ไม่ได้กินรวบทุกเซกเมนต์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาแชร์เค้กเยอะมาก ทั้งตัวเล็กวิ่งในเมือง SUV หรือแม้กระทั่งกระบะไฟฟ้าอย่าง Geely Riddara ก็เริ่มเห็นยอดจดทะเบียนหลักร้อยคันแล้ว
2. ทำไมคนถึงเริ่มตัดสินใจง่ายขึ้น?
จากที่คุยกับเพื่อนๆ และคนรอบตัวที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ EV ในช่วงปีนี้ เหตุผลหลักๆ ไม่ใช่แค่เรื่อง "ประหยัดค่าน้ำมัน" อย่างเดียวแล้ว แต่มันคือ
ช่วงราคาที่เข้าถึงง่าย
: รถไฟฟ้าราคาเริ่มต้น 4-7 แสนบาทมีตัวเลือกเยอะมาก ข้อเสนอคุ้มค่าออปชันแน่น
โครงสร้างพื้นฐานเริ่มเข้าที่ ตู้ชาร์จตามปั๊มและห้างมีเยอะขึ้นแบบเห็นได้ชัด (ถึงจะมีจอดแช่หรือตู้เสียบ้าง แต่ภาพรวมสะดวกกว่าแต่ก่อนเยอะ)
การใช้งานจริงเริ่มนิ่ง คนเริ่มรู้วิธีบริหารแบต การชาร์จ Home Charger ที่บ้านกลายเป็นเรื่องปกติ และค่าน้ำมันที่ผันผวนก็เป็นตัวเร่งชั้นดี
3. แต่... EV ก็ยังไม่ได้เหมาะกับทุกคน (ข้อคิดก่อนซื้อ)
ถ้าใครกำลังมองๆ อยู่ ไม่อยากให้อยากได้ตามกระแสจนลืมดูความพร้อมตัวเองครับ
ถ้าอยู่คอนโด
/หอพัก ที่ไม่มีที่ชาร์จส่วนตัว ชีวิตจะลำบากขึ้นอีกระดับ ต้องวางแผนชีวิตดีๆ
เรื่องราคาขายต่อ ตลาด EV เปลี่ยนไวมาก รุ่นใหม่ออกมาตัดราคารุ่นเก่าตลอด ถ้ารับเรื่องราคาตกไม่ได้ อาจต้องคิดหนักหน่อย
ประกันภัย เบี้ยประกัน EV ยังถือว่าสูงกว่ารถน้ำมันในระดับราคาเดียวกัน
สรุปในมุมมองผม
ยอด 2 หมื่นกว่าคันในเดือนเดียวสะท้อนว่า คนไทยเปิดรับ EV เป็นรถคันหลักของบ้านกันเยอะขึ้นจริงๆ ใครที่เคยลังเลเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้นี้ Ecosystem มันพร้อมขึ้นเยอะมากครับ
ข้อมูลจาก autolifethailand
ยอดจดทะเบียน EV เดือนกรกฎาคม ตัวเลข 2.1 หมื่นคัน ตลาดเปลี่ยนไปไกลกว่าที่คิดเยอะ
ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า 100% เดือนกรกฎาคม 2026 จาก Autolifethailand เห็นตัวเลขรวม 21,460 คัน ในเดือนเดียว แล้วรู้สึกว่าตลาด EV บ้านเราตอนนี้มันไม่ได้อยู่แค่ช่วง "ลองของ" หรือเป็น "ของเล่นคนรวย" เหมือน 2-3 ปีที่แล้วอีกต่อไปแล้ว เลยชวนมาคุยและแกะข้อมูลกันเล่นๆ ครับ เผื่อใครกำลังเล็งๆ อยู่ หรือกำลังลังเลว่าปีนี้จะเปลี่ยนรถดีไหม
1. แชมป์เปลี่ยนมือ ตัวเลือกหลากหลายขึ้นเยอะ
ถ้าดูจากภาพ อันดับ 1 กลายเป็น Geely EX2 (2,640 คัน) ตามมาด้วย JAECOO 5 (2,136 คัน) และ ORA 5 BEV (1,399 คัน)
จุดที่น่าสนใจคือ เจ้าตลาดเดิมอย่าง BYD ไม่ได้กินรวบทุกเซกเมนต์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้มีแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาแชร์เค้กเยอะมาก ทั้งตัวเล็กวิ่งในเมือง SUV หรือแม้กระทั่งกระบะไฟฟ้าอย่าง Geely Riddara ก็เริ่มเห็นยอดจดทะเบียนหลักร้อยคันแล้ว
2. ทำไมคนถึงเริ่มตัดสินใจง่ายขึ้น?
จากที่คุยกับเพื่อนๆ และคนรอบตัวที่เพิ่งเปลี่ยนมาใช้ EV ในช่วงปีนี้ เหตุผลหลักๆ ไม่ใช่แค่เรื่อง "ประหยัดค่าน้ำมัน" อย่างเดียวแล้ว แต่มันคือ
ช่วงราคาที่เข้าถึงง่าย: รถไฟฟ้าราคาเริ่มต้น 4-7 แสนบาทมีตัวเลือกเยอะมาก ข้อเสนอคุ้มค่าออปชันแน่น
โครงสร้างพื้นฐานเริ่มเข้าที่ ตู้ชาร์จตามปั๊มและห้างมีเยอะขึ้นแบบเห็นได้ชัด (ถึงจะมีจอดแช่หรือตู้เสียบ้าง แต่ภาพรวมสะดวกกว่าแต่ก่อนเยอะ)
การใช้งานจริงเริ่มนิ่ง คนเริ่มรู้วิธีบริหารแบต การชาร์จ Home Charger ที่บ้านกลายเป็นเรื่องปกติ และค่าน้ำมันที่ผันผวนก็เป็นตัวเร่งชั้นดี
3. แต่... EV ก็ยังไม่ได้เหมาะกับทุกคน (ข้อคิดก่อนซื้อ)
ถ้าใครกำลังมองๆ อยู่ ไม่อยากให้อยากได้ตามกระแสจนลืมดูความพร้อมตัวเองครับ
ถ้าอยู่คอนโด/หอพัก ที่ไม่มีที่ชาร์จส่วนตัว ชีวิตจะลำบากขึ้นอีกระดับ ต้องวางแผนชีวิตดีๆ
เรื่องราคาขายต่อ ตลาด EV เปลี่ยนไวมาก รุ่นใหม่ออกมาตัดราคารุ่นเก่าตลอด ถ้ารับเรื่องราคาตกไม่ได้ อาจต้องคิดหนักหน่อย
ประกันภัย เบี้ยประกัน EV ยังถือว่าสูงกว่ารถน้ำมันในระดับราคาเดียวกัน
สรุปในมุมมองผม
ยอด 2 หมื่นกว่าคันในเดือนเดียวสะท้อนว่า คนไทยเปิดรับ EV เป็นรถคันหลักของบ้านกันเยอะขึ้นจริงๆ ใครที่เคยลังเลเมื่อ 2 ปีก่อน ตอนนี้นี้ Ecosystem มันพร้อมขึ้นเยอะมากครับ
ข้อมูลจาก autolifethailand