มนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ ทำธุรกิจส่วนตัว ทุกคน
เมื่อมีรายได้แล้ว ในช่วง 5 ปีแรก
(ดัดแปลงมาจาก หนังสือ "ออมก่อนรวยกว่า"
เขียนโดย นวพร เรืองสกุล
อดีต เลขาฯ กองทุน กบข.)
มี 1 อย่าง ที่ต้องทำทันที
และมี 1 อย่าง ที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาด คือ
ทำทันที:
ออมเงินทันที เมื่อมีรายได้ครั้งแรก
จะมาก (3-5%) จะน้อย (1-2%) ก็ได้
แต่ต้องทำทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ
เป็นการสร้าง "วินัย-นิสัย" และฝึกให้
รู้จักอดทน อดกลั้นต่อความอยากได้ อยากมี
(ความอยาก เหมือนน้ำในมหาสมุทรที่ไม่มีวันเต็ม
มีแต่ปลาเป็นเท่านั้น ที่ว่ายทวนน้ำได้)
และการออมฉุกเฉิน
เป็นการออมที่ต้องทำทันที
และทำให้สำเร็จเป็นอย่างแรก
อย่างน้อย 6-12 เท่าของรายได้ประจำ (ไม่รวม OT)
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ที่ไม่คาดคิดในอนาคต
ความเสี่ยงที่เราควบคุมไม่ได้ ที่อาจเกิดขึ้น ให้ลดลง
และสามารถรับมือกับความเสี่ยงนั้นได้ดีขึ้น
ด้วยเงินออมฉุกเฉินของเรา
(เงินออมฉุกเฉินนี้ให้ฝากออมทรัพย์ไว้ในธนาคาร
ห้ามถอนมาใช้อย่างเด็ดขาดในกรณีทั่วๆ ไป เช่น
ท่องเที่ยว ซื้อมือถือ กินอาหารราคาแพงๆ
ซื้อเสื้อผ้า-นาฬิกาแพงๆ ฯลฯ)
---------------
ห้ามทำอย่างเด็ดขาด:
ห้ามมีหนี้ อย่างเด็ดขาด ในช่วง 5 ปีแรกที่มีรายได้
โดยเฉพาะหนี้ก้อนใหญ่ๆ เช่น
บ้าน รถยนต์ รถจักรยานยนต์
มือถือราคาแพงๆ ฯลฯ
เพราะ..การไม่มีหนี้ จะทำให้ เก็บออม..ได้ง่าย
เก็บออม..ได้เร็วขึ้น ไม่มีภาระ
ที่ต้องจ่ายเงินต้น+ดอกเบี้ยทุกเดือน
(ตย. ผมทำงานรัฐวิสาหกิจที่มั่นคงแห่งหนึ่ง
สามารถกู้สหกรณ์ฯ ได้ แต่ไม่ทำ
ย่างเข้าปีที่ 11 ของการทำงานองค์กรนี้
จึงตัดสินใจซื้อรถยนต์ เงินผ่อน
แทนการใช้รถจักรยานยนต์
ที่ใช้ในการเดินทางมานานมาก
ในชีวิตมีผ่อนใหญ่ๆ อยู่แค่ 2 ครั้ง คือ
รถยนต์คันแรก (ผ่อน 5 ปี) และบ้าน 2 ชั้น
บนที่ดิน 51 ตรว. โดยกู้สหกรณ์ฯ และ ธอส.
ใช้เวลาผ่อน 5 ปี ก็หมด
เพื่อให้เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
และผ่อนหนี้บ้านหมดก่อนเกษียณ
2 ปี ตามแผนที่วางไว้
(วางแผนซื้อบ้านช่วงใกล้เกษียณ)
เพื่อให้ช่วง 2 ปี สุดท้าย ก่อนเกษียณ
ชีวิตมีความสงบ ไม่เครียด ฯลฯ
และรอวัน ที่จะเกษียณอย่างมีความสุข ฯลฯ)
ประโยชน์ของการไม่มีหนี้
ช่วง 5 ปีแรก เมื่อมีรายได้แล้ว คือ
- เก็บออมได้ง่าย และได้มากขึ้น เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี
- เงินออม สามารถนำไปเพิ่มมูลค่า
จากการฝากธนาคาร ซื้อสลากฯ
ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฯลฯ
(สำหรับผู้ไม่มีความรู้ หรือความรู้น้อยในการลงทุน)
หรือลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่เรามีความรู้ดี
ในสินทรัพย์นั้น เพื่อให้เงินทำงานแทนเรา
(Passive Income)
- การออม เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคต
สร้างความมั่นคงให้ชีวิต สร้างความมั่งคั่งทางการเงิน
เป็นต้นทุน ที่ทำให้สามารถสร้าง Passive Income ขึ้นได้
- ฯลฯ
=========================
คำอธิบายอย่างสรุป ในหนังสือ "ออมก่อน รวยกว่า"
มี คน 2 คน คือ นาย-ก และนาย-ข
แต่มีนิสัยออม นิสัยสร้างหนี้ ไม่เหมือนกัน
นาย-ก
เมื่อมีรายได้แล้วก็ตั้งใจออมเงินทุกเดือน
สมมุติ 5,000 บาท/เดือน
ได้ผลตอบแทน 3% ต่อปี
โดยออมเงินสม่ำเสมอทุกเดือน เป็นเวลา 8 ปี
แล้วหยุดออม จนถึงวัยเกษียณ
นาย-ข
เริ่ม(อยาก)ออม เมื่อย่างเข้าปี ที่ 9
โดยออมเงิน 5,000 บาท/เดือน
ได้ผลตอบแทน 3 % ต่อปี เท่ากับ นาย-ก
และออมเงินต่อไปจนกระทั่งเกษียณ
ผลตอบแทนในวันเกษียณ
ของนาย-ก ออมไปแค่ 8 ปี แล้วหยุดออม
เทียบกับนาย-ข ที่เริ่มออมเมื่อย่างเข้าปีที่ 9
และออมไปจนถึงวันเกษียณ
จากพลานุภาพของ "ดอกเบี้ยทบต้น"
ทำให้ เงินออม+ดอกเบี้ยของนาย-ก
มากกว่า เงินต้น+ดอกเบี้ย ของนาย-ข
(ที่ออมช้ากว่า และต้องออมถึงเกษียณ)
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ
"ออมก่อนรวยกว่า"
ที่เป็นหนังสือ
ด้านการบริหารเงินส่วนบุคล การลงทุน ฯลฯ
เล่มแรก ของผม
ที่ทำให้ผม เริ่มสนใจศึกษา
หาความรู้ต่างๆ ในด้านนี้มากขึ้น
(และซื้อหนังสือแนวนี้มาอ่าน หลายสิบปี)
เพราะ มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
และรู้ประจักษ์อย่างชัดเจนว่า
ความรู้ต่างๆ เหล่านั้น
เป็นสิ่งสำคัญมากๆๆ สำหรับชีวิต
และจะเปลี่ยนชีวิตผม อย่างมากมายในอนาคต
ให้มีความสุขมากกว่าความทุกข์
ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต
มนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ ทำธุรกิจส่วนตัว ทุกคน ช่วง 5 ปีแรก มี 1 อย่าง ที่ต้องทำทันที และ 1 อย่าง ที่ห้ามทำ
เมื่อมีรายได้แล้ว ในช่วง 5 ปีแรก
(ดัดแปลงมาจาก หนังสือ "ออมก่อนรวยกว่า"
เขียนโดย นวพร เรืองสกุล
อดีต เลขาฯ กองทุน กบข.)
มี 1 อย่าง ที่ต้องทำทันที
และมี 1 อย่าง ที่ห้ามทำอย่างเด็ดขาด คือ
ทำทันที:
ออมเงินทันที เมื่อมีรายได้ครั้งแรก
จะมาก (3-5%) จะน้อย (1-2%) ก็ได้
แต่ต้องทำทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ
เป็นการสร้าง "วินัย-นิสัย" และฝึกให้
รู้จักอดทน อดกลั้นต่อความอยากได้ อยากมี
(ความอยาก เหมือนน้ำในมหาสมุทรที่ไม่มีวันเต็ม
มีแต่ปลาเป็นเท่านั้น ที่ว่ายทวนน้ำได้)
และการออมฉุกเฉิน
เป็นการออมที่ต้องทำทันที
และทำให้สำเร็จเป็นอย่างแรก
อย่างน้อย 6-12 เท่าของรายได้ประจำ (ไม่รวม OT)
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ที่ไม่คาดคิดในอนาคต
ความเสี่ยงที่เราควบคุมไม่ได้ ที่อาจเกิดขึ้น ให้ลดลง
และสามารถรับมือกับความเสี่ยงนั้นได้ดีขึ้น
ด้วยเงินออมฉุกเฉินของเรา
(เงินออมฉุกเฉินนี้ให้ฝากออมทรัพย์ไว้ในธนาคาร
ห้ามถอนมาใช้อย่างเด็ดขาดในกรณีทั่วๆ ไป เช่น
ท่องเที่ยว ซื้อมือถือ กินอาหารราคาแพงๆ
ซื้อเสื้อผ้า-นาฬิกาแพงๆ ฯลฯ)
---------------
ห้ามทำอย่างเด็ดขาด:
ห้ามมีหนี้ อย่างเด็ดขาด ในช่วง 5 ปีแรกที่มีรายได้
โดยเฉพาะหนี้ก้อนใหญ่ๆ เช่น
บ้าน รถยนต์ รถจักรยานยนต์
มือถือราคาแพงๆ ฯลฯ
เพราะ..การไม่มีหนี้ จะทำให้ เก็บออม..ได้ง่าย
เก็บออม..ได้เร็วขึ้น ไม่มีภาระ
ที่ต้องจ่ายเงินต้น+ดอกเบี้ยทุกเดือน
(ตย. ผมทำงานรัฐวิสาหกิจที่มั่นคงแห่งหนึ่ง
สามารถกู้สหกรณ์ฯ ได้ แต่ไม่ทำ
ย่างเข้าปีที่ 11 ของการทำงานองค์กรนี้
จึงตัดสินใจซื้อรถยนต์ เงินผ่อน
แทนการใช้รถจักรยานยนต์
ที่ใช้ในการเดินทางมานานมาก
ในชีวิตมีผ่อนใหญ่ๆ อยู่แค่ 2 ครั้ง คือ
รถยนต์คันแรก (ผ่อน 5 ปี) และบ้าน 2 ชั้น
บนที่ดิน 51 ตรว. โดยกู้สหกรณ์ฯ และ ธอส.
ใช้เวลาผ่อน 5 ปี ก็หมด
เพื่อให้เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
และผ่อนหนี้บ้านหมดก่อนเกษียณ
2 ปี ตามแผนที่วางไว้
(วางแผนซื้อบ้านช่วงใกล้เกษียณ)
เพื่อให้ช่วง 2 ปี สุดท้าย ก่อนเกษียณ
ชีวิตมีความสงบ ไม่เครียด ฯลฯ
และรอวัน ที่จะเกษียณอย่างมีความสุข ฯลฯ)
ประโยชน์ของการไม่มีหนี้
ช่วง 5 ปีแรก เมื่อมีรายได้แล้ว คือ
- เก็บออมได้ง่าย และได้มากขึ้น เมื่อรายได้เพิ่มขึ้นทุกปี
- เงินออม สามารถนำไปเพิ่มมูลค่า
จากการฝากธนาคาร ซื้อสลากฯ
ซื้อพันธบัตรรัฐบาล ฯลฯ
(สำหรับผู้ไม่มีความรู้ หรือความรู้น้อยในการลงทุน)
หรือลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ ที่เรามีความรู้ดี
ในสินทรัพย์นั้น เพื่อให้เงินทำงานแทนเรา
(Passive Income)
- การออม เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอนาคต
สร้างความมั่นคงให้ชีวิต สร้างความมั่งคั่งทางการเงิน
เป็นต้นทุน ที่ทำให้สามารถสร้าง Passive Income ขึ้นได้
- ฯลฯ
=========================
คำอธิบายอย่างสรุป ในหนังสือ "ออมก่อน รวยกว่า"
มี คน 2 คน คือ นาย-ก และนาย-ข
แต่มีนิสัยออม นิสัยสร้างหนี้ ไม่เหมือนกัน
นาย-ก
เมื่อมีรายได้แล้วก็ตั้งใจออมเงินทุกเดือน
สมมุติ 5,000 บาท/เดือน
ได้ผลตอบแทน 3% ต่อปี
โดยออมเงินสม่ำเสมอทุกเดือน เป็นเวลา 8 ปี
แล้วหยุดออม จนถึงวัยเกษียณ
นาย-ข
เริ่ม(อยาก)ออม เมื่อย่างเข้าปี ที่ 9
โดยออมเงิน 5,000 บาท/เดือน
ได้ผลตอบแทน 3 % ต่อปี เท่ากับ นาย-ก
และออมเงินต่อไปจนกระทั่งเกษียณ
ผลตอบแทนในวันเกษียณ
ของนาย-ก ออมไปแค่ 8 ปี แล้วหยุดออม
เทียบกับนาย-ข ที่เริ่มออมเมื่อย่างเข้าปีที่ 9
และออมไปจนถึงวันเกษียณ
จากพลานุภาพของ "ดอกเบี้ยทบต้น"
ทำให้ เงินออม+ดอกเบี้ยของนาย-ก
มากกว่า เงินต้น+ดอกเบี้ย ของนาย-ข
(ที่ออมช้ากว่า และต้องออมถึงเกษียณ)
สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากหนังสือ
"ออมก่อนรวยกว่า"
ที่เป็นหนังสือ
ด้านการบริหารเงินส่วนบุคล การลงทุน ฯลฯ
เล่มแรก ของผม
ที่ทำให้ผม เริ่มสนใจศึกษา
หาความรู้ต่างๆ ในด้านนี้มากขึ้น
(และซื้อหนังสือแนวนี้มาอ่าน หลายสิบปี)
เพราะ มั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
และรู้ประจักษ์อย่างชัดเจนว่า
ความรู้ต่างๆ เหล่านั้น
เป็นสิ่งสำคัญมากๆๆ สำหรับชีวิต
และจะเปลี่ยนชีวิตผม อย่างมากมายในอนาคต
ให้มีความสุขมากกว่าความทุกข์
ไปจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต