เด็กมัธยมในจีนเริ่มเปลี่ยนมาเลือกเรียนโรงเรียนตำรวจทหารเพื่อเข้ารับราชการแทนการเรียนมหาลัยชื่อดัง

กระทู้คำถาม
มีนักเรียนคนหนึ่งทำคะแนนได้ 681 คะแนน
ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถลุ้นมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง
มหาวิทยาลัยนานกิง (南京大学 - หนานจิงต้าซวี่) หรือ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศจีน (中国科学技术大学 - จงกั๋ว เคอเสวีย จี้ซู่ ต้าซวี่) ได้
.
แต่เขากลับเลือก วิทยาลัยเทคโนโลยีการอิเล็กทรอนิกส์ปักกิ่ง (北京电子科技学院 - เป่ยจิง เตี้ยนจื่อ เคอจี้ เสวี่ยย่วน) ซึ่งไม่ได้อยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัย 985
.
เหตุผลไม่ใช่เพราะมหาวิทยาลัยนี้ดังกว่า
แต่เพราะเส้นทางหลังเรียนจบ “ชัดกว่า”
.
ข้อมูลที่ถูกพูดถึงในข่าวระบุว่า
นักศึกษาของสถาบันแห่งนี้มีโอกาสสูงกว่า 90%
ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งงานในหน่วยงานภาครัฐและพรรค
.
เด็กคนหนึ่งยอมใช้คะแนน 681 คะแนน
แลกกับ “ความแน่นอน” ของอาชีพในอนาคต
.
และนี่ไม่ได้เกิดขึ้นกับเด็กคนเดียว
.
ปีนี้คะแนนของโรงเรียนตำรวจหลายแห่งในจีนพุ่งขึ้นอย่างน่าสนใจ
.
ตัวอย่างเช่น
มหาวิทยาลัยการตำรวจประชาชนแห่งประเทศจีน (中国人民公安大学 - จงกั๋ว เหรินหมิน กงอัน ต้าซวี่) ในมณฑลเจียงซู
มีคะแนนตัดเกรดสายประวัติศาสตร์อยู่ที่ 652 คะแนน
ขณะที่คะแนนที่ถูกอ้างถึงของมหาวิทยาลัยชิงหวา (清华大学 - ชิงหัว ต้าซวี่)
ในรอบเดียวกันอยู่ที่ 655 คะแนน
ต่างกันเพียง 3 คะแนน
.
ส่วนวิทยาลัยการตำรวจเจ้อเจียง (浙江警察学院 - เจ้อเจียง จิ่งฉา เสวี่ยย่วน)
มีผู้สมัครที่ทำคะแนนได้สูงถึง 666 คะแนน
ซึ่งสูงกว่าคะแนนของมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง (浙江大学 - เจ้อเจียง ต้าซวี่)
ในบางเกณฑ์การรับสมัคร
.
ที่น่าสนใจอีกแห่งคือ วิทยาลัยอาชีวศึกษาตำรวจเจ้อเจียง (浙江警官职业学院 - เจ้อเจียง จิ่งกวน จื๋อเย่ เสวี่ยย่วน)
ซึ่งเป็นสถาบันระดับอาชีวศึกษา
แต่คะแนนขั้นต่ำของนักศึกษาหญิงถูกระบุว่าสูงถึง 634 คะแนน
.
ภาพที่เกิดขึ้นจึงกลับด้านจากความคิดเดิมๆ
.
เมื่อก่อนเด็กคะแนนสูงอยากเข้า “มหาวิทยาลัยดัง”
แต่ตอนนี้เด็กบางกลุ่มกำลังมองว่า “เรียนอะไรแล้วมีงานทำแน่นอนกว่า”
สำคัญกว่าชื่อมหาวิทยาลัย
.
แล้วทำไมโรงเรียนตำรวจถึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจขนาดนี้?
.
หนึ่งในเหตุผลสำคัญคือ “การสอบรวมตำรวจ” (公安联考 - กงอัน เหลียนเข่า)
.
ระบบนี้เริ่มใช้หลังการปฏิรูปการรับสมัครตำรวจในปี 2015
โดยเปิดช่องทางเฉพาะให้ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันตำรวจในสาขาที่กำหนด
สามารถเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเพื่อเป็นตำรวจได้โดยตรง
.
อัตราการได้บรรจุเป็นตำรวจของสถาบันตำรวจอยู่ในระดับมากกว่า 90%
และสถาบันตำรวจที่สังกัดกระทรวงบางแห่งสูงถึง 98%
.
เมื่อเทียบกับการสอบข้าราชการทั่วไปที่มีการแข่งขันสูงมาก ความแตกต่างจึงชัดเจน
.
เด็กบางคนจึงไม่ได้มองว่า “ฉันกำลังเลือกมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด”
.
แต่กำลังมองว่า “ฉันกำลังเลือกเส้นทางที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด”
.
โจวซินอวี่ (周欣宇 - โจวซินอวี่)
นักเรียนจากมณฑลเจ้อเจียง
ซึ่งทำคะแนนได้ 672 คะแนน
ก็เลือกสมัครวิทยาลัยการตำรวจเจ้อเจียง
แม้คะแนนระดับนี้จะสามารถสมัครมหาวิทยาลัยเจ้อเจียงได้
.
เหตุผลของเธอตรงไปตรงมา
.
เมื่อมองสถานการณ์การจ้างงานในปัจจุบัน
เธอคิดว่าควรแก้ปัญหาเรื่องงานในอนาคตก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน
.
นี่จึงเป็นจุดที่ข่าวนี้น่าสนใจ
เพราะจริงๆ แล้วมันไม่ได้กำลังพูดเรื่อง “เด็กจีนอยากเป็นตำรวจ” อย่างเดียว
แต่มันกำลังสะท้อนความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ในตลาดแรงงานจีน
.
เมื่อการแข่งขันหางานสูงขึ้น
การมีมหาวิทยาลัยชื่อดังอยู่ในเรซูเม่อาจไม่ได้ทำให้ทุกคนรู้สึกมั่นใจเหมือนเดิม
.
ข้อมูลจากรายงานการจ้างงานบัณฑิตปริญญาตรีของจีน ประจำปี 2026 โดย MyCOS
ระบุว่า
ภาครัฐและการบริหารสาธารณะกลายเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม
ที่มีสัดส่วนการจ้างงานบัณฑิตจบใหม่ปี 2025 อยู่ที่ 6.9%
และขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 4 แซงหน้าภาคการเงิน
.
แม้รายได้เฉลี่ยต่อเดือนในภาครัฐและการบริหารสาธารณะจะอยู่ที่ 5,685 หยวน
หรือประมาณ 28,425 บาท
ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของบัณฑิตปริญญาตรีที่ 6,435 หยวน หรือประมาณ 32,175 บาท
.
แต่ระดับความพึงพอใจในการทำงานกลับสูงถึง 87%
และเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่รายงานเปรียบเทียบ
.
นี่ทำให้เราเข้าใจคำว่า “ความแน่นอน” ได้ชัดขึ้น
.
สำหรับบางครอบครัว เงินเดือนสูงที่สุดอาจไม่ใช่คำตอบเดียว
ถ้างานหนึ่งได้เงินมากกว่า แต่เสี่ยงตกงานหรือเปลี่ยนงานตลอดเวลา
.
ในขณะที่อีกงานหนึ่งเงินเดือนอาจน้อยกว่า แต่เส้นทางอาชีพชัด มีระบบรองรับ และมีโอกาสได้ตำแหน่งบรรจุ
.
ครอบครัวบางส่วนก็พร้อมเลือกอย่างหลัง
.
แต่เรื่องนี้ก็มีอีกด้านที่น่าคิด
เพราะเมื่อทุกคนพยายามวิ่งเข้าหา “งานที่มั่นคง” สิ่งที่เรียกว่าความมั่นคงเองก็ไม่ได้หยุดนิ่ง
.
จีนกำลังนำ AI เข้ามาใช้ในภาครัฐมากขึ้น
.
เขตฟู่เถียน เมืองเซินเจิ้น
เคยเปิดตัว “พนักงานดิจิทัล AI” จำนวน 70 ราย
โดยนำไปใช้กับงานบริการภาครัฐ 11 ประเภท
เช่น การประมวลผลเอกสารและบริการประชาชน
.
ระบบมีความแม่นยำในการตรวจแก้รูปแบบเอกสารราชการมากกว่า 95% และช่วยลดเวลาตรวจสอบลงถึง 90%
.
เพราะฉะนั้น ต่อให้วันนี้งานราชการถูกมองว่า “มั่นคง”
โลกการทำงานก็ยังเปลี่ยนอยู่ดี
.
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ข่าวนี้น่าสนใจกว่าการบอกว่า “คะแนนโรงเรียนตำรวจสูงขึ้น”
.
เพราะมันทำให้เราเห็นว่า ในช่วงเวลาที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนเร็วขึ้น คนบางกลุ่มกำลังเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องอนาคต
.
จากคำถามว่า
“ฉันจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดได้ไหม?”
.
กลายเป็น
“ฉันจะมีงานทำหลังเรียนจบไหม?”
.
และเรื่องนี้ก็ไม่ได้ไกลตัวคนไทยนัก
เพราะในวันที่ AI กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน
สิ่งที่เด็กต้องคิดอาจไม่ใช่แค่ “เรียนที่ไหนดี”
แต่ต้องคิดไปถึงว่า “ทักษะที่เราเรียนวันนี้ จะยังมีคุณค่าเมื่อเรียนจบหรือเปล่า”
.
คะแนน 681 คะแนน อาจเปิดประตูให้เลือกได้หลายเส้นทาง
แต่ไม่มีคะแนนไหนรับประกันว่าโลกในวันที่เรียนจบจะยังเหมือนวันที่สอบเข้า
.
อย่างไรก็ตาม
.
เรื่องนี้เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่ง
และเป็นแนวโน้มที่ปรากฏในกลุ่มนักเรียนบางส่วนเท่านั้น
.
เราไม่สามารถเอาเรื่องนี้ไปสรุปว่า
“เด็กจีนทั้งหมดไม่อยากเสี่ยง” หรือ
“คนรุ่นใหม่จีนเลือกความมั่นคงกันหมด”
เพราะเด็กแต่ละคน ครอบครัวแต่ละครอบครัว
และเส้นทางชีวิตของแต่ละคนแตกต่างกัน
.
สิ่งที่ข่าวนี้บอกเราได้ จึงไม่ใช่คำตอบว่าเด็กจีนกำลังคิดเหมือนกันทั้งประเทศ
.
แต่เป็นภาพเล็กๆ ที่สะท้อนว่า สำหรับคนบางกลุ่มในจีน “เรียนจบแล้วจะไปต่อทางไหน” กำลังมีน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ในการตัดสินใจเลือกมหาวิทยาลัย
.
และบางครั้ง แม้จะมีคะแนนสูงพอที่จะเลือกมหาวิทยาลัยชื่อดัง
พวกเขาก็ยังเลือกเส้นทางที่ตัวเองมองว่า “แน่นอนกว่า”
.
สุดท้ายแล้ว สำหรับเด็กคนหนึ่ง
มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่ชื่อดังที่สุด
.
แต่อาจเป็นมหาวิทยาลัยที่เขารู้สึกว่า พาเขาไปถึงชีวิตที่ตัวเองต้องการได้
.
แล้วถ้าเป็นคุณ
ถ้ามีคะแนนมากพอให้เลือกระหว่าง “มหาวิทยาลัยชื่อดัง” กับ “เส้นทางอาชีพที่มั่นคงกว่า”
คุณจะเลือกอะไร?
.
.
ข้อมูลจาก Tencent News

#boonchina #บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน #เล่าเรื่องจีน #ข่าวจีน
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่