ไม่ได้มีแต่ ‘เอกชน’ ที่ไม่รับคน ตอนนี้แม้แต่ ‘ภาครัฐไทย’ ก็เจอเหมือนกัน!

กระทู้สนทนา
พ่อแม่ชอบบอกว่า ‘ข้าราชการ’ เป็นงานมั่นคง แต่ดูเหมือนยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็ทำให้งานราชการมั่นคงน้อยลงเรื่อยๆ เหมือนกัน

เมื่อล่าสุด ‘ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี’ มีมติเห็นชอบแนวทางหลายข้อ เกี่ยวกับ ‘การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ’

โดยให้เหตุผลว่า ประเทศไทยมี ‘งบประมาณรายจ่ายประจำ’ มากถึง 70% และเป็นงบด้านบุคลากรในสัดส่วน ‘สูงมาก’

https://www.facebook.com/share/p/1K64Dr3u9M/?mibextid=wwXIfr

เมื่อรัฐบาลมีภารกิจหลายด้านที่จำเป็นจะต้องจัดสรรงบประมาณไปขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นจะต้องปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐใหม่

ในการประชุมรอบนี้ ครม. จึงได้ลงมติเห็นชอบตามที่ ’คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ’ เสนอ

อย่างแรกที่จะเกิดขึ้นแน่นอนแล้วคือ ‘ชะลอการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ทุกกรณี’

โดยหน่วยงานจะต้อง ตรึงอัตรากำลัง บริหารอัตรากำลังที่มี บรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็น ตามผลการสอบแข่งขัน-คัดเลือก หรือที่อยู่ระหว่างการแข่งขันคัดเลือก

นอกจากนั้น ครม. ยังเห็นชอบให้คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงทุกกระทรวง ดำเนินการอีกหลายข้อที่เกี่ยวกับกำลังคน ได้แก่

1 - พิจารณา ‘ยุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ’ ทั้งประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการและชำนาญการ และประเภททั่วไประดับปฏิบัติการและชำนาญการ ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ยกเว้นกรณีที่มีประกาศรับสมัครไว้แล้ว และรายงานผลการพิจารณายุบเลิกภายในเดือนธันวาคม 2569

ข้อนี้หมายถึง ตำแหน่งข้าราชการทั้งประเภทวิชาการและทั่วไป ระดับปฏิบัติการและชำนาญการ ที่ ‘ว่าง’ ไม่มีคนทำงาน ไม่มีใครรับเงินเดือนมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ให้พิจารณายุบทิ้งได้เลย ยกเว้นกรณีที่เปิดรับสมัครเอาไว้แล้ว

2 - ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ที่จะเกิดขึ้นหลังจากการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ 2570 ที่เดิมเคยได้รับการทดแทนด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น ตามสัดส่วนที่มาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐกำหนดไว้ โดยไม่ทดแทนด้วยกรอบพนักงานราชการ ดำเนินการให้ครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2575

ข้อนี้หมายถึง หลังการเกษียณอายุในปีงบประมาณ 70 เกิดขึ้น จะมีการยุบตำแหน่งข้าราชการหลายตำแหน่ง และไม่ทดแทนด้วยการจ้างงานพนักงานราชการแล้ว แต่เป็นการยุบตำแหน่งนี้ไปโดยถาวรเลย โดยข้อนี้จะยกเว้นให้กับบางสายงาน ได้แก่ สายงานแพทย์ ทันตแพทย์ และผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ

3 - ยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุ จำนวน 11 สายงาน ภายในระยะเวลาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป  ได้แก่

1) เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะในราชการบริหารส่วนกลาง)
2) เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
3) เจ้าพนักงานสื่อสาร
4) เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา  
5) เจ้าพนักงานห้องสมุด
6) นายช่างขุดลอก
7) นายช่างพิมพ์
8 ) นายช่างภาพ
9) นายช่างศิลป์
10) บรรณารักษ์ (ยกเว้น กรณีกรมศิลปากร)
11) ผู้ประกาศและรายงานข่าว

หมายถึง หลังการเกษียณอายุในปีงบประมาณ 70 เกิดขึ้น จะทยอยยุบตำแหน่งข้าราชการใน ‘สายงานสนับสนุน’ ทั้งหมด 11 สายงานด้านบน และหันไปใช้การจ้างงานประเภทอื่นแทน

นอกจากนั้น ‘รัชดา ธนาดิเรก’ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังเผยว่า มติ ครม. นี้ยังให้สำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานรับผิดชอบจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกำลังภาครัฐใหม่ด้วย อาทิ

- มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด
- มาตรการชะลอกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น
- มาตรการสนับสนุนแนวทางการจ้างเหมาบริการ
- มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
- มาตรการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการและลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ
- การปฏิรูประบบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป  

โดยโฆษก อธิบายว่า “การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน

มุ่งสนับสนุนให้ภาครัฐใช้จ่ายงบประมาณด้านบุคลากรอย่างคุ้มค่า มีโครงสร้างส่วนราชการและอัตรากำลังที่เหมาะสมกับบทบาท ภารกิจ

รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน”

ถึงตรงนี้คุณคิดว่ายังไง มาตรการนี้จะดีต่อประเทศไทย และพาประเทศพ้นจากช่วงเวลาที่วิกฤตทั้งกำลังซื้อและศรัทธาในเศรษฐกิจที่ถดถอยได้ไหม?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่