ถ้าที่ทำงานท่านใดมี PVD ให้ใช้ถือเป็นโอกาสอย่างมากที่จะสะสมเงินแบบมีตัวช่วยหลายทาง ที่เห็นได้ชัดๆ เลยก็
1.บริษัทจะสมทบอีกส่วนนึงให้มาด้วย ถือเป็นเงินส่วนเพิ่มที่บริษัทจ่ายมา และเงินส่วนนี้ถ้าเข้าใจไม่ผิด เหมือนว่าไม่ได้ไปคำนวนภาษีด้วย เข้าไปในกองทุนเลย มีผลทำให้การสะสมเงินเพิ่มขึ้นได้เร็วอีกมาก
2.หากรายได้ถึงเกณฑ์ต้องจ่ายภาษี เงินส่วนที่เราจ่ายสมทบเข้าไปจะเป็นส่วนนึงในการใช้สิทธิลดหย่อยได้อีกด้วย
3.มีผลตอบแทนระหว่างทางหากเลือกแผนการลงทุนที่ดี และกองทุนที่บริษัทร่วมทำงานด้วยมีแผนลงทุนให้พนักงานเลือก
4.เงินนี้โดยเป้าหมายที่เขาออกแบบมา จะให้ถอนออกมาได้ในตอนที่เราเกษียน หรืออายุ 55 ขึ้นไป และไม่ได้ทำงาน สะสมไปเรื่อยๆ ถือเป็นความมั่งคงของชีวิตได้เลย ออกจากงานก่อน 55 ถ้าถอนออกมาก็จะโดนภาษีส่วนนึง แต่ทางที่ดีก็ย้ายไปใน RMF for PVD ของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือก จะไม่โดนภาษี
.
ตัวอย่างรูปด้านล่างเป็นการ PVD ที่ลงทุนมานาน 15 ปี และเป็นฉพาะส่วนของส่วนที่เกิดขึ้นระหว่างปีในช่วง 7 เดือน โดยพอร์ตนี้สะสมมาตั้งแต่เงินเดือนยังไม่ได้เยอะนัก สะสมทุกเดือน โดยในช่วง 10 ปีแรกไม่ได้สนใจ ไม่ได้เข้าใจและไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนอะไรนัก เลือกแผนเสี่ยงต่ำไว้ก่อน แต่พอผ่าน 10 ปีไป เงินสมทบเยอะขึ้นมาก และเริ่มศึกษาเรื่องการลงทุนด้านต่างๆ แล้ว เลยกลับมาปรับแผนการลงทุนใน PVD บ้าง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในรูปคือ ที่ผ่านมา 7 เดือน ผมจ่ายสมทบเงินเข้าไป 66,710 บาท แต่มีเงินเข้าไปในกองทุนรวมผลตอบแทนเพิ่มเข้าไปในพอร์ตถึง 370,086 บาท โดยส่วนที่เหลือเป็นของการสมทบจากบริษัท และผลประโยชน์จากการลงทุน (ขออนุญาตไม่ระบุเงินต้นทั้งก้อนในพอร์ต) ถึงสิ้นปีจะพยายามให้มีการเพิ่มของยอดสะสมรวมสัก 5 แสนบาท อายุงานเหลืออีก 14-15 ปี จะกลายเป็นเงินเกษียนสุขได้เลย
มาถึงตอนนี้จะเห็นแล้วว่า ดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์จากการให้เงินทำงาน มันเริ่มส่งผลแล้ว เงินที่เราส่งเข้าไปถือเป็นสัดส่วนน้อยลงเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทน แต่อย่างไรก็ตามผลตอบแทนที่เห็นนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงจนกว่าเราจะถอนเงินนี้ออกมา และยอดเงินของเราก็อาจจะลดลงได้อีกจากการลงทุนขึ้นอยู่กับความเสี่ยง และการปรับแผนของแต่ละคน
ใครมี option นี้ให้เลือก อย่าลังเลที่จะใช้ และถ้ามีแล้วแต่บริษัทไม่มีแผนให้เลือกนัก ก็พยายามรวมตัวกันไปคุยกับ HR อาจจะคุยทุกปีกดดันไปเรื่อยๆ เพื่อให้เราสามารถเลือกแผนการลงทุนต่างๆ ได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศเอเซีย อเมริกา และกลุ่มพันธบัตร และ Money market ให้เลือก
.
--- ทำไมเราต้องใช้สิทธิ PVD หากบริษัทมี option นี้ให้ใช้ ---
1.บริษัทจะสมทบอีกส่วนนึงให้มาด้วย ถือเป็นเงินส่วนเพิ่มที่บริษัทจ่ายมา และเงินส่วนนี้ถ้าเข้าใจไม่ผิด เหมือนว่าไม่ได้ไปคำนวนภาษีด้วย เข้าไปในกองทุนเลย มีผลทำให้การสะสมเงินเพิ่มขึ้นได้เร็วอีกมาก
2.หากรายได้ถึงเกณฑ์ต้องจ่ายภาษี เงินส่วนที่เราจ่ายสมทบเข้าไปจะเป็นส่วนนึงในการใช้สิทธิลดหย่อยได้อีกด้วย
3.มีผลตอบแทนระหว่างทางหากเลือกแผนการลงทุนที่ดี และกองทุนที่บริษัทร่วมทำงานด้วยมีแผนลงทุนให้พนักงานเลือก
4.เงินนี้โดยเป้าหมายที่เขาออกแบบมา จะให้ถอนออกมาได้ในตอนที่เราเกษียน หรืออายุ 55 ขึ้นไป และไม่ได้ทำงาน สะสมไปเรื่อยๆ ถือเป็นความมั่งคงของชีวิตได้เลย ออกจากงานก่อน 55 ถ้าถอนออกมาก็จะโดนภาษีส่วนนึง แต่ทางที่ดีก็ย้ายไปใน RMF for PVD ของบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้มีให้เลือก จะไม่โดนภาษี
.
ตัวอย่างรูปด้านล่างเป็นการ PVD ที่ลงทุนมานาน 15 ปี และเป็นฉพาะส่วนของส่วนที่เกิดขึ้นระหว่างปีในช่วง 7 เดือน โดยพอร์ตนี้สะสมมาตั้งแต่เงินเดือนยังไม่ได้เยอะนัก สะสมทุกเดือน โดยในช่วง 10 ปีแรกไม่ได้สนใจ ไม่ได้เข้าใจและไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนอะไรนัก เลือกแผนเสี่ยงต่ำไว้ก่อน แต่พอผ่าน 10 ปีไป เงินสมทบเยอะขึ้นมาก และเริ่มศึกษาเรื่องการลงทุนด้านต่างๆ แล้ว เลยกลับมาปรับแผนการลงทุนใน PVD บ้าง
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในรูปคือ ที่ผ่านมา 7 เดือน ผมจ่ายสมทบเงินเข้าไป 66,710 บาท แต่มีเงินเข้าไปในกองทุนรวมผลตอบแทนเพิ่มเข้าไปในพอร์ตถึง 370,086 บาท โดยส่วนที่เหลือเป็นของการสมทบจากบริษัท และผลประโยชน์จากการลงทุน (ขออนุญาตไม่ระบุเงินต้นทั้งก้อนในพอร์ต) ถึงสิ้นปีจะพยายามให้มีการเพิ่มของยอดสะสมรวมสัก 5 แสนบาท อายุงานเหลืออีก 14-15 ปี จะกลายเป็นเงินเกษียนสุขได้เลย
มาถึงตอนนี้จะเห็นแล้วว่า ดอกเบี้ยหรือผลประโยชน์จากการให้เงินทำงาน มันเริ่มส่งผลแล้ว เงินที่เราส่งเข้าไปถือเป็นสัดส่วนน้อยลงเมื่อเทียบกับการเพิ่มขึ้นของผลตอบแทน แต่อย่างไรก็ตามผลตอบแทนที่เห็นนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงจนกว่าเราจะถอนเงินนี้ออกมา และยอดเงินของเราก็อาจจะลดลงได้อีกจากการลงทุนขึ้นอยู่กับความเสี่ยง และการปรับแผนของแต่ละคน
ใครมี option นี้ให้เลือก อย่าลังเลที่จะใช้ และถ้ามีแล้วแต่บริษัทไม่มีแผนให้เลือกนัก ก็พยายามรวมตัวกันไปคุยกับ HR อาจจะคุยทุกปีกดดันไปเรื่อยๆ เพื่อให้เราสามารถเลือกแผนการลงทุนต่างๆ ได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศเอเซีย อเมริกา และกลุ่มพันธบัตร และ Money market ให้เลือก
.