ขอแนะนำตัวเบื้องต้นผมเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งทำงานเป็นพนักงานบริษัท ปัจจุบันอายุก็เข้าวัยกลางคน ชีวิตก็คงเหมือนคนหลายๆคน ทำงานก็มีเหนื่อยล้า ผมมีภรรยาและลูกหนึ่งคนประมาณ 5 ขวบ ภรรยาของผมอายุห่างกับผมประมาณ 14 ปี มีช่องว่างระหว่างวัยและครอบครัวที่แตกต่างกัน ภรรยาผมช่วงคบกันก็มีทะเลาะกันตีกันและสุดท้ายก็แต่งงานกัน รวมๆแล้วก็รู้จักกันมาเป็นสิบปี หลังแต่งงานผมก็ให้เค้าอยู่บ้านเลี้ยงลูกดูแลบ้าน ปกติงานบ้านผมก็จะช่วยทำด้วย ก็ไม่ใช่งานยากอะไร ซักผ้า ล้างจาน กวาดบ้านถูบ้านบ้าง ปกติผมกลับมาจากทำงานจะพบว่าจานชามเต็มอ่างล้างจาน ซึ่งอันนี้เค้าจะบอกว่ามือเค้าแพ้และเค้าทำข้าวให้กินละ ผมก็โอเคล้างให้ เพราะดูมันทิ้งไว้แต่เช้า ส่วนผ้านี่อาทิตย์นึงกองเต็มตะกร้า ผมมีพลังมากหน่อยก็จะออกไปถกหญ้าที่มันขึ้นตามร่องบล็อกปูพื้น ตอนใช้บล็อกปูพื้นผมก็เคยแย้งไปว่าหญ้ามันจะขึ้นและมันราคาสูงกว่าเทพื้นคอนกรีต เค้าไม่ฟังก็เอาแบบนี้จะจัดการเอง ซึ่งหญ้าขึ้นเค้าก็ไม่ได้ทำอะไร หมดเงินไปครึ่งแสน เค้าชอบว่าผมว่าชอบขัดในสิ่งที่เค้าอยากทำ สุดท้ายก็ต้องมาทำแล้วตอนนั้นแย้งทำไม เพราะอะไรรู้ไหม เพราะทุกครั้งที่ทะเลาะกันเค้าก็จะบอกว่าความคิดเห็นเราไม่ตรงกันหย่ากัน ผมอาจจะเป็นคนรุ่นเก่านิดนึงอยู่กับพ่อแม่ไม่เหมือนสังคมที่เค้าอยู่มา ผมพยายามประคับประคอง ห้องครัวที่เค้าสรรสร้างซึ่งแน่นอนมีทะเลาะกับผมและจบลงที่เดิม ซื้อเครื่องครัวราคาแพงๆมา สุดท้ายใต้ซิงค์ก็มีเศษสนิมขึ้นไปหมดเชื้อราขึ้นเต็ม วางของข้างในก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ถ้าอ่านตามผมมาขนาดนี้คงเข้าใจว่าปกติไม่ได้ทำความสะอาดอะไรอาจจะปีนึงหรือมีคนมาบ้านก็จะล้างให้เห็นกัน
มาถึงตอนนี้ผมมีเงินเดือนก็ประมาณถึงแสนแต่ทุกๆวันการใช้ชีวิตไม่สามารถกินอะไรได้ตามใจ เงินส่วนตัวเลยต้นเดือนมามันก็มีไม่ถึงหมื่นจนถึงพัน ผมเข้าใจที่จุดนี้หลายคนคงบอกว่ามีเงินเยอะกว่าพวกคุณอีก ผมเข้าใจแต่ลองคิดดูสัดส่วนเงินที่ผมมีใช้กับหน้าที่และความเครียดในการทำงานที่ต้องเจอ มันมีอะไรจรรโลงใจผมบ้าง ผมไม่คิดว่าผมจะเขียนมายาว ผมขอเล่าอีกหน่อยอาจจะเยอะ ผมซื้อบ้านหลังหนึ่งหลังจากเริ่มทำงานมาพักนึงและผ่อนหมดไปละก่อนจะรู้จักกับภรรยาผม หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ติดเที่ยวต่างประมาณ ตอนนี้ไปประมาณ 3 รอบ หมดเงินไปเกินครึ่งแสน ทุกคนไม่ต้องเดา ตอนจะไปเที่ยวก็มีทะเลาะกัน ตอนนี้เงินเก็บก็เอาไปเที่ยวเกือบหมด ผมมีรถสองคัน ผมมองว่ามันเปลืองผมเลยขายไปคันนึง แล้วเงินที่ได้มาตอนนั้นเค้าก็เอาไปเที่ยวนี่แหละและบอกผมว่าอีกส่วนนึงให้ผมเก็บไว้ดาวน์คันถ้ามีเงิน สุดท้ายก็เอาไปใช้หมด เพราะตอนเที่ยวก็ใช้เกินและหลังจากนั้นก็มีขอเพิ่มเป็นส่วนตัวของเค้า สุดท้ายเงินก้อนนี้ก็หมดไป หลังจากนั้นเค้าก็มีแนวความคิดที่ว่าเค้าเป็นคนเก็บเงินไม่ได้ เค้าจะใช้เงินให้มันแทบจะหมดทุกเดือน ถ้าทุกคนอ่านตามมาคงเข้าใจ เค้าเลยบิดว่าอยากได้บ้านใหม่ บ้านเก่าไม่ดีเสียงดังเหม็น แน่นอนมีทะเลาะกัน ก่อนไปซื้อ เค้าสัญญาไว้กับผมบ้านใหม่เหมือนที่เที่ยวเค้า เค้าจะไม่ไปเที่ยวไหนอีก และจะขายที่มาซื้อบ้าน ตอนนี้การขายที่ดินไม่ใช่เรื่องง่าย เงินยังไม่เห็น มันก็คือขายฝัน และจบลงที่เดิม ขายยังไม่ได้ ซื้อบ้านผ่อนบ้านใหม่เงินติดลบกับเงินเก็บที่เหลือ ลบไปเรื่อยๆ มีโบนัสมาช่วยยังดี ตอนนี้เค้ายังจะไปเที่ยวต่างประเทศอีกทั้งที่เงินครอบครัวมันคงเหลือไม่กี่หมื่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอมลูกที่ต้องเผื่อไว้ ค่ารักษาพยาบาลอีก พอผมพูดถึงเงินของครอบครัวและการใช้เงิน บางครั้งเค้าก็บ่ายเบี่ยงบอกปวดหัว บอกผมเป็นคน Toxic หย่าไปเลย เค้าจะได้เป็นอิสระ และส่งเงินมาให้ลูกเดือนละ 20,000 และแยกย้ายไป เค้าเครียด ไม่อยากมีลูก อยากอยู่คนเดียว
จากทั้งหมดผมก็ได้ระบายแหละ บางครั้งชีวิตเรามันก็เหมือนหนังเรื่องหนึ่ง ผมเหนื่อยมันไม่เหมือนการทำงานเรายังลางานได้ บางครั้งการที่ผมจะเป็นอิสระคือตายๆไป ออกจากร่างกายที่มันเป็นกรงขังผมไว้สักที ไม่ผิดต่อใคร
สุดท้ายนี้ขอให้คนอ่านมีความสุขนะครับ เผื่อผมจะมีพลังเพิ่มอีกหน่อย
ขอระบายคิดว่าอ่านสนุกๆละกันครับ
มาถึงตอนนี้ผมมีเงินเดือนก็ประมาณถึงแสนแต่ทุกๆวันการใช้ชีวิตไม่สามารถกินอะไรได้ตามใจ เงินส่วนตัวเลยต้นเดือนมามันก็มีไม่ถึงหมื่นจนถึงพัน ผมเข้าใจที่จุดนี้หลายคนคงบอกว่ามีเงินเยอะกว่าพวกคุณอีก ผมเข้าใจแต่ลองคิดดูสัดส่วนเงินที่ผมมีใช้กับหน้าที่และความเครียดในการทำงานที่ต้องเจอ มันมีอะไรจรรโลงใจผมบ้าง ผมไม่คิดว่าผมจะเขียนมายาว ผมขอเล่าอีกหน่อยอาจจะเยอะ ผมซื้อบ้านหลังหนึ่งหลังจากเริ่มทำงานมาพักนึงและผ่อนหมดไปละก่อนจะรู้จักกับภรรยาผม หลังจากนั้นไม่นานเธอก็ติดเที่ยวต่างประมาณ ตอนนี้ไปประมาณ 3 รอบ หมดเงินไปเกินครึ่งแสน ทุกคนไม่ต้องเดา ตอนจะไปเที่ยวก็มีทะเลาะกัน ตอนนี้เงินเก็บก็เอาไปเที่ยวเกือบหมด ผมมีรถสองคัน ผมมองว่ามันเปลืองผมเลยขายไปคันนึง แล้วเงินที่ได้มาตอนนั้นเค้าก็เอาไปเที่ยวนี่แหละและบอกผมว่าอีกส่วนนึงให้ผมเก็บไว้ดาวน์คันถ้ามีเงิน สุดท้ายก็เอาไปใช้หมด เพราะตอนเที่ยวก็ใช้เกินและหลังจากนั้นก็มีขอเพิ่มเป็นส่วนตัวของเค้า สุดท้ายเงินก้อนนี้ก็หมดไป หลังจากนั้นเค้าก็มีแนวความคิดที่ว่าเค้าเป็นคนเก็บเงินไม่ได้ เค้าจะใช้เงินให้มันแทบจะหมดทุกเดือน ถ้าทุกคนอ่านตามมาคงเข้าใจ เค้าเลยบิดว่าอยากได้บ้านใหม่ บ้านเก่าไม่ดีเสียงดังเหม็น แน่นอนมีทะเลาะกัน ก่อนไปซื้อ เค้าสัญญาไว้กับผมบ้านใหม่เหมือนที่เที่ยวเค้า เค้าจะไม่ไปเที่ยวไหนอีก และจะขายที่มาซื้อบ้าน ตอนนี้การขายที่ดินไม่ใช่เรื่องง่าย เงินยังไม่เห็น มันก็คือขายฝัน และจบลงที่เดิม ขายยังไม่ได้ ซื้อบ้านผ่อนบ้านใหม่เงินติดลบกับเงินเก็บที่เหลือ ลบไปเรื่อยๆ มีโบนัสมาช่วยยังดี ตอนนี้เค้ายังจะไปเที่ยวต่างประเทศอีกทั้งที่เงินครอบครัวมันคงเหลือไม่กี่หมื่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเทอมลูกที่ต้องเผื่อไว้ ค่ารักษาพยาบาลอีก พอผมพูดถึงเงินของครอบครัวและการใช้เงิน บางครั้งเค้าก็บ่ายเบี่ยงบอกปวดหัว บอกผมเป็นคน Toxic หย่าไปเลย เค้าจะได้เป็นอิสระ และส่งเงินมาให้ลูกเดือนละ 20,000 และแยกย้ายไป เค้าเครียด ไม่อยากมีลูก อยากอยู่คนเดียว
จากทั้งหมดผมก็ได้ระบายแหละ บางครั้งชีวิตเรามันก็เหมือนหนังเรื่องหนึ่ง ผมเหนื่อยมันไม่เหมือนการทำงานเรายังลางานได้ บางครั้งการที่ผมจะเป็นอิสระคือตายๆไป ออกจากร่างกายที่มันเป็นกรงขังผมไว้สักที ไม่ผิดต่อใคร
สุดท้ายนี้ขอให้คนอ่านมีความสุขนะครับ เผื่อผมจะมีพลังเพิ่มอีกหน่อย