เราใช้นาฬิกา Swatch รุ่น TWICE AGAIN มาหลายปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหาเรื่องน้ำเข้าหรือเกิดฝ้าภายในหน้าปัดเลย จึงเอานาฬิกาไปเปลี่ยนถ่านที่สาขาเมกะบางนา แต่หลังจากเปลี่ยนถ่านเพียงประมาณ 2 วัน กลับพบว่ามีน้ำเข้าในหน้าปัดจนเกิดเป็นฝ้า ทั้งที่ก่อนเข้ารับบริการนาฬิกายังใช้งานได้ตามปกติ
หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ เราจึงนำนาฬิกากลับไปที่สาขาเพื่อให้ตรวจสอบ เนื่องจากเราทำงานอยู่ต่างจังหวัด แต่บ้านอยู่สมุทรปราการ และในวันที่นำไปส่ง นาฬิกายังเดินได้ตามปกติ มีแค่ปัญหาเรื่องฝ้าภายในหน้าปัดเท่านั้น
แต่หลังจากร้านรับนาฬิกาไว้ประมาณ 1 เดือน กลับได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถซ่อมได้ และนาฬิกาเสียแล้ว
สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกติดใจมากกว่านั้น คือคำชี้แจงจากสำนักงานใหญ่ที่แจ้งว่า สาเหตุเกิดจากการทาครีมทำให้ซีลกันน้ำเสื่อม โดยสำนักงานใหญ่ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ซีลกันน้ำบริเวณถ่านเกิดการละลาย ทำให้น้ำเข้า และน้ำไม่ได้เข้าจากบริเวณกระดุมปรับเวลา
เรายอมรับว่าการทาครีมอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บริษัทพิจารณา แต่สิ่งที่เราสงสัยคือ เราใช้นาฬิกาเรือนนี้ในลักษณะเดิมมาตลอดหลายปี และไม่เคยเกิดปัญหาน้ำเข้าหรือฝ้ามาก่อน จนกระทั่งหลังจากเปลี่ยนถ่านเพียง 2 วัน จึงอยากให้บริษัทช่วยตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดและเป็นธรรมมากกว่านี้
และหากในระหว่างการเปลี่ยนถ่านพบว่าซีลบริเวณดังกล่าวมีปัญหาหรือเสื่อมสภาพจริง เราอยากรู้ว่า ทำไมถึงไม่มีการแจ้งให้ลูกค้า

ทราบตั้งแต่ตอนรับบริการ เพื่อที่ลูกค้าจะได้ระมัดระวังหรือดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดความเสียหายตามมา
อีกเรื่องที่รู้สึกไม่สบายใจ คือได้รับคำชี้แจงว่า “นาฬิกาเรือนนี้ราคาแค่ 3,150 บาท” และถ้าส่งซ่อมที่สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ จะมีค่าซ่อมประมาณ 2,500 บาท ซึ่งลูกค้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
สำหรับเรา ประเด็นไม่ได้อยู่ที่นาฬิกามีราคาเท่าไร เพราะไม่ว่าจะราคา 3,150 บาท หรือ 30,000 บาท ทุกเรือนก็ซื้อด้วยเงินที่เราหามาเอง และเราคิดว่าลูกค้าทุกคนควรได้รับมาตรฐานการบริการและความรับผิดชอบที่เหมาะสมเหมือนกัน
Swatch เป็นแบรนด์ที่เราใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และเรายังมีนาฬิกา Swatch รุ่นอื่นอีก ซึ่งปัจจุบันเราก็ใช้นาฬิกาแบรนด์อื่นที่มีราคาสูงกว่านี้ แต่เหตุผลที่เราเลือกออกมาแชร์เรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะมูลค่าของนาฬิกา แต่เป็นเพราะเรารู้สึกผิดหวังกับการดูแลลูกค้าและความรับผิดชอบที่ได้รับ
เราไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรเกินสมควร แต่อยากให้บริษัทช่วยตรวจสอบเหตุการณ์นี้อย่างเป็นธรรม และพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้กับลูกค้าคนอื่นหลังเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่าน
เราเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นเหตุสุดวิสัยหรืออาจมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องตรวจสอบ แต่สิ่งที่เราอยากได้รับจากแบรนด์ คือ คำอธิบายที่ชัดเจน การตรวจสอบที่เป็นธรรม และความรับผิดชอบที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเสียงของเรามีความหมาย
หวังว่า Swatch Thailand จะรับฟังเสียงของลูกค้าคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาโดยตลอด และช่วยหาทางออกที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ครั้งนี้ค่ะ
#Swatch #SwatchThailand #TWICEAGAIN #CustomerExperience #บริการหลังการขาย #ขอระบาย #แชร์ประสบการณ์
อยากมาแชร์ประสบการณ์กับ Swatch Thailand เพราะรู้สึกผิดหวังกับการบริการจากแบรนด์ที่เราเชื่อมั่นและใช้มาเป็นเวลานาน
หลังจากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ เราจึงนำนาฬิกากลับไปที่สาขาเพื่อให้ตรวจสอบ เนื่องจากเราทำงานอยู่ต่างจังหวัด แต่บ้านอยู่สมุทรปราการ และในวันที่นำไปส่ง นาฬิกายังเดินได้ตามปกติ มีแค่ปัญหาเรื่องฝ้าภายในหน้าปัดเท่านั้น
แต่หลังจากร้านรับนาฬิกาไว้ประมาณ 1 เดือน กลับได้รับแจ้งว่า ไม่สามารถซ่อมได้ และนาฬิกาเสียแล้ว
สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกติดใจมากกว่านั้น คือคำชี้แจงจากสำนักงานใหญ่ที่แจ้งว่า สาเหตุเกิดจากการทาครีมทำให้ซีลกันน้ำเสื่อม โดยสำนักงานใหญ่ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ซีลกันน้ำบริเวณถ่านเกิดการละลาย ทำให้น้ำเข้า และน้ำไม่ได้เข้าจากบริเวณกระดุมปรับเวลา
เรายอมรับว่าการทาครีมอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่บริษัทพิจารณา แต่สิ่งที่เราสงสัยคือ เราใช้นาฬิกาเรือนนี้ในลักษณะเดิมมาตลอดหลายปี และไม่เคยเกิดปัญหาน้ำเข้าหรือฝ้ามาก่อน จนกระทั่งหลังจากเปลี่ยนถ่านเพียง 2 วัน จึงอยากให้บริษัทช่วยตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียดและเป็นธรรมมากกว่านี้
และหากในระหว่างการเปลี่ยนถ่านพบว่าซีลบริเวณดังกล่าวมีปัญหาหรือเสื่อมสภาพจริง เราอยากรู้ว่า ทำไมถึงไม่มีการแจ้งให้ลูกค้า
อีกเรื่องที่รู้สึกไม่สบายใจ คือได้รับคำชี้แจงว่า “นาฬิกาเรือนนี้ราคาแค่ 3,150 บาท” และถ้าส่งซ่อมที่สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเป็นบริษัทแม่ จะมีค่าซ่อมประมาณ 2,500 บาท ซึ่งลูกค้าต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
สำหรับเรา ประเด็นไม่ได้อยู่ที่นาฬิกามีราคาเท่าไร เพราะไม่ว่าจะราคา 3,150 บาท หรือ 30,000 บาท ทุกเรือนก็ซื้อด้วยเงินที่เราหามาเอง และเราคิดว่าลูกค้าทุกคนควรได้รับมาตรฐานการบริการและความรับผิดชอบที่เหมาะสมเหมือนกัน
Swatch เป็นแบรนด์ที่เราใช้มาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย และเรายังมีนาฬิกา Swatch รุ่นอื่นอีก ซึ่งปัจจุบันเราก็ใช้นาฬิกาแบรนด์อื่นที่มีราคาสูงกว่านี้ แต่เหตุผลที่เราเลือกออกมาแชร์เรื่องนี้ ไม่ใช่เพราะมูลค่าของนาฬิกา แต่เป็นเพราะเรารู้สึกผิดหวังกับการดูแลลูกค้าและความรับผิดชอบที่ได้รับ
เราไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรเกินสมควร แต่อยากให้บริษัทช่วยตรวจสอบเหตุการณ์นี้อย่างเป็นธรรม และพิจารณาหาแนวทางที่เหมาะสม รวมถึงหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้กับลูกค้าคนอื่นหลังเข้ารับบริการเปลี่ยนถ่าน
เราเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเป็นเหตุสุดวิสัยหรืออาจมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องตรวจสอบ แต่สิ่งที่เราอยากได้รับจากแบรนด์ คือ คำอธิบายที่ชัดเจน การตรวจสอบที่เป็นธรรม และความรับผิดชอบที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเสียงของเรามีความหมาย
หวังว่า Swatch Thailand จะรับฟังเสียงของลูกค้าคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในแบรนด์มาโดยตลอด และช่วยหาทางออกที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ครั้งนี้ค่ะ
#Swatch #SwatchThailand #TWICEAGAIN #CustomerExperience #บริการหลังการขาย #ขอระบาย #แชร์ประสบการณ์