อิสราเอลเตรียมเก็บ VAT แบบ “เรียลไทม์” สกัดใบกำกับภาษีปลอม หวังอุดรูรั่วปีละ 1.5 หมื่นล้านเชเกล(ประเมาณ 165,000 ล้านบาท)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สำนักงานภาษีอิสราเอลกำลังเตรียมปฏิรูประบบภาษีมูลค่าเพิ่มครั้งใหญ่ โดยเสนอให้ธุรกิจ รายงานใบกำกับภาษีแบบดิจิทัลทันที และเปลี่ยนหลักการสำคัญคือ ให้จ่าย VAT เมื่อได้รับเงินจริงจากลูกค้า แทนระบบปัจจุบันที่ต้องจ่ายตามวันที่เกิดธุรกรรม แม้ลูกค้ายังไม่ได้จ่ายเงินก็ตาม
1. ระบบใหม่จะทำงานอย่างไร?
ปัจจุบัน หากบริษัทขายสินค้าให้ลูกค้าแล้วออกใบกำกับภาษี บริษัทอาจต้องนำส่ง VAT ให้รัฐในรอบภาษีถัดไป แม้ลูกค้ายังไม่จ่ายเงิน
ตัวอย่างง่าย ๆ
บริษัท A ขายสินค้า 1 ล้าน
ออกใบกำกับภาษีวันนี้
แต่ลูกค้าจ่ายเงินจริงอีก 3 เดือนข้างหน้า
ระบบปัจจุบัน บริษัท A อาจต้องนำ VAT ส่งรัฐก่อน ทั้งที่ยังไม่ได้รับเงิน
ระบบใหม่จะเปลี่ยนเป็น Cash Basis คือ เมื่อได้รับเงินจากลูกค้าแล้ว ระบบจึงบันทึกและนำส่ง VAT ตามจริง
2. ทุกใบกำกับภาษีจะถูกส่งให้รัฐโดยอัตโนมัติ
แนวคิดที่เรียกว่า “Israel Invoices 2.0” หรือ “VAT Online” จะเชื่อมระบบออกใบกำกับภาษีของธุรกิจกับสำนักงานภาษีโดยตรง
เมื่อมีการออกใบกำกับภาษี ข้อมูลจะถูกส่งเข้าสู่ระบบของรัฐแบบดิจิทัล ไม่ว่าจะออกผ่าน
โปรแกรมบัญชีของบริษัท
ระบบออกใบกำกับภาษี
หรือเครื่องคิดเงินดิจิทัล
เป้าหมายคือทำให้รัฐเห็นธุรกรรมทางธุรกิจได้ต่อเนื่อง แทนที่จะรอให้บริษัทส่งรายงานเดือนละครั้งหรือสองเดือนครั้ง
3. เหตุผลสำคัญคือ “ใบกำกับภาษีปลอม”
ปัญหาที่สำนักงานภาษีอิสราเอลต้องการจัดการคือ ธุรกิจหรือเครือข่ายอาชญากรรมที่ออกใบกำกับภาษีปลอม
ช่องโหว่ของระบบปัจจุบันคือ ผู้ซื้อสามารถนำ VAT ที่อยู่ในใบกำกับภาษีไปขอหักภาษีหรือขอคืนจากรัฐได้ ขณะที่ผู้ที่ออกใบกำกับภาษีปลอมอาจไม่เคยนำ VAT ส่วนนั้นส่งให้รัฐบาลเลย
พูดง่าย ๆ คือ
รัฐจ่ายคืนเงินจากเอกสาร แต่คนที่ควรนำเงิน VAT ส่งรัฐกลับหายตัวไป
สำนักงานภาษีประเมินว่า “ช่องว่าง VAT” ของอิสราเอลอยู่ที่ประมาณ 10.5% หรือคิดเป็นภาษีที่รัฐเก็บไม่ได้ราว 15,000 ล้านเชเกลต่อปี(ประเมาณ 165,000 ล้านบาท)
4. คนโกงก็ปรับตัว หลัง “Israel Invoices”
ก่อนหน้านี้อิสราเอลมีระบบ “Israel Invoices” ซึ่งกำหนดให้ธุรกรรมที่เกิน 5,000 เชเกล ต้องได้รับหมายเลขอนุมัติจากระบบออนไลน์ของสำนักงานภาษี
แต่ผู้กระทำผิดก็หาวิธีหลบเลี่ยง เช่น
แทนที่จะออกใบเดียว 10,000 เชเกล(ประมาณ110,000 บาท) ก็แบ่งออกเป็นหลายใบที่ต่ำกว่า 5,000 เชเกล(ประมาณ 55,000 บาท)
งานศึกษาของสำนักงานภาษีพบว่า ในปี 2025 มีการโยกธุรกรรมประมาณ 12,200–16,400 ล้านเชเกล (ประมาณ 24,200-180,400 ล้านบาท) ให้ต่ำกว่าระดับที่ต้องรายงาน ส่งผลให้รัฐอาจสูญเสีย VAT เพิ่มอีกประมาณ 2,200–3,000 ล้านเชเกลต่อปี(ประมาณ24,200–33,000 ล้านบาท/ปี)
ดังนั้น ระบบใหม่จึงต้องการให้ รัฐเห็นทุกใบกำกับภาษี ไม่ใช่เฉพาะธุรกรรมที่เกิน 5,000 เชเกล
5. รัฐมองว่าได้ประโยชน์สองด้าน
สำนักงานภาษีอิสราเอลมองว่า ระบบใหม่น่าจะช่วยทั้ง
รัฐบาล
ลดใบกำกับภาษีปลอม
ลดการฉ้อโกง VAT
เห็นธุรกรรมทางเศรษฐกิจแบบเกือบเรียลไทม์
ลดเงินภาษีที่สูญหาย
ภาคธุรกิจ
ลดการทำรายงานแบบเดิม
ลดเอกสาร
ไม่ต้องสำรองเงิน VAT ไปจ่ายรัฐก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้า
6. แต่ภาคธุรกิจก็มีข้อกังวล
ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีจาก BDO เตือนว่า ระบบนี้อาจไม่ได้ลดภาระธุรกิจเสมอไป และอาจสร้าง ภาระด้านเอกสารและการตรวจสอบรูปแบบใหม่
โดยเฉพาะกรณีที่ธุรกิจส่ง VAT ไปแล้ว แต่ลูกค้าไม่ยอมจ่ายเงิน ธุรกิจอาจต้องพิสูจน์ว่าพยายามติดตามหนี้อย่างเต็มที่ก่อนจะสามารถจัดการเรื่อง VAT ที่จ่ายไปแล้วได้
อีกประเด็นคือ แม้ใบกำกับภาษีจะได้รับหมายเลขอนุมัติจากระบบแล้ว สำนักงานภาษีก็ยังสามารถตรวจสอบภายหลังและปฏิเสธการหัก VAT ได้ หากพบว่าใบกำกับภาษีนั้นไม่ถูกต้องหรือเกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่เป็นเท็จ
สรุป
เรื่องนี้ ไม่ใช่การขึ้น VAT แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีที่รัฐบาลอิสราเอล ติดตามและจัดเก็บ VAT
จากเดิม
ขายสินค้า → ออกใบกำกับ → รายงานเป็นรอบ → จ่าย VAT
กำลังจะเปลี่ยนเป็น
ออกใบกำกับ → ส่งข้อมูลให้รัฐทันที → ลูกค้าจ่ายเงินจริง → VAT ถูกนำส่งตามเงินที่ได้รับ
เป้าหมายใหญ่คือ ปิดช่องโหว่ใบกำกับภาษีปลอมและธุรกรรมที่ถูกแบ่งให้ต่ำกว่าเกณฑ์รายงาน หลังจากสำนักงานภาษีประเมินว่ารัฐสูญเสียรายได้จาก VAT ประมาณ 15,000 ล้านเชเกลต่อปี และยังสูญเสียเพิ่มเติมจากการหลบเลี่ยงระบบเดิมอีกหลายพันล้านเชเกล
อย่างไรก็ตาม นี่ยังเป็น ข้อเสนอการปฏิรูป ที่เตรียมเข้าสู่กระบวนการกฎหมายงบประมาณและกฎหมายเศรษฐกิจปี 2027 ยังไม่ใช่กฎหมายที่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยรายละเอียดสุดท้ายอาจเปลี่ยนแปลงได้
อิสราเอลเตรียมเข้มงวดกล้องจับความเร็ว ลดเกณฑ์จับรถเร็ว หวั่นคนขับถูกค่าปรับใบขับขี่จำนวนมาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ตำรวจอิสราเอลกำลังยกระดับการใช้ กล้องตรวจจับความเร็ว โดยเฉพาะบนถนนที่มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ทำให้รถที่ขับเร็วเกินกำหนดเพียงไม่กี่กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็อาจถูกออกใบสั่งได้ จนเกิดเสียงวิจารณ์ว่าอาจกลายเป็นการ "รีดเงินจากประชาชน" ขณะที่ตำรวจยืนยันว่าเป้าหมายคือการลดอุบัติเหตุและจำนวนผู้เสียชีวิต
1. ต่อไปขับเร็วเกินนิดเดียวก็อาจโดนใบสั่ง
จุดเปลี่ยนสำคัญคือ ตำรวจจะ ลด "เกณฑ์การจับ" ของกล้องความเร็ว ในถนนบางสายที่ถูกจัดว่ามีความเสี่ยงสูง
ตัวอย่างเช่น ถนนที่กำหนดความเร็วสูงสุดไว้ที่ 70 กม./ชม. หากใช้มาตรการเข้มงวด กล้องอาจออกใบสั่งตั้งแต่รถวิ่งที่ 75 กม./ชม. จากเดิมที่อาจปล่อยให้วิ่งได้ถึงประมาณ 85 กม./ชม. ก่อนถูกจับ
อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะไม่เปิดเผยว่าถนนสายใดบ้างที่จะใช้เกณฑ์ใหม่นี้
2. ไม่ได้มีแค่เรื่องกล้อง แต่ระบบลงโทษก็เปลี่ยนด้วย
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับกฎหมายใหม่ที่นำความผิดด้านจราจรจำนวนมากออกจากกระบวนการคดีแบบเดิม และเปลี่ยนให้เป็น "การกระทำผิดทางปกครอง"
พูดง่าย ๆ คือ กระบวนการจะรวดเร็วและเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น คนขับอาจได้รับใบสั่งและดำเนินการเรื่องคะแนน ใบขับขี่ หรือบทลงโทษโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการศาลแบบเดิม
หากต้องการคัดค้าน ก็จะเปลี่ยนจากการไปต่อสู้ในศาลจราจรเป็นการ ยื่นคำคัดค้านเป็นลายลักษณ์อักษรต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. ฝ่ายที่คัดค้านกลัว "ตัดใบขับขี่กันเป็นจำนวนมาก"
ทนายความด้านกฎหมายจราจร อิลอน โอรอน ซึ่งยื่นคำร้องต่อศาลสูงอิสราเอลคัดค้านการเปลี่ยนแปลงนี้ มองว่าอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่
เขากังวลว่าหากกล้องจับรถได้มากขึ้น คนขับจำนวนมากอาจถูกลงโทษ รวมถึงถูก พักหรือเพิกถอนใบขับขี่ จนทำให้ระบบพิจารณาคดีและการอุทธรณ์เกิดความวุ่นวาย
ฝ่ายคัดค้านยังตั้งคำถามด้วยว่า การใช้กล้องจำนวนมากและการออกใบสั่งโดยอัตโนมัติอาจทำให้รัฐมีรายได้จากค่าปรับจำนวนมหาศาล และทำให้ประชาชนมีโอกาสต่อสู้คดีน้อยลง
4. แต่ฝ่ายความปลอดภัยทางถนนเห็นด้วย
ด้านองค์กร Or Yarok (Green Light) ซึ่งรณรงค์เรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน สนับสนุนการเพิ่มความเข้มงวด เพราะมองว่ากล้องความเร็วสามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้
แต่ก็มีเงื่อนไขว่า กล้องควรถูกติดตั้งในบริเวณที่ ความเร็วมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดอุบัติเหตุ และควรมีป้ายเตือนให้ผู้ขับขี่เห็นอย่างชัดเจน
ข้อมูลของตำรวจระบุว่า ในปี 2024 ประมาณ 40% ของอุบัติเหตุทางถนนที่มีผู้เสียชีวิต เกี่ยวข้องกับการขับรถเร็วเกินกำหนด
5. ตำรวจปฏิเสธว่าไม่ได้ต้องการหาเงิน
ตำรวจอิสราเอลปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าการเพิ่มกล้องมีเป้าหมายเพื่อสร้างรายได้จากค่าปรับ
นายตำรวจ ชิมี มาร์เซียโน จากฝ่ายจราจร กล่าวว่า ตำรวจไม่ได้รับเงินจากค่าปรับเหล่านี้ และมองว่าความรับผิดชอบหลักอยู่ที่คนขับรถ
แนวคิดของตำรวจคือ หากผู้ขับขี่รักษาความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ก็จะไม่มีเหตุผลที่จะได้รับใบสั่ง
6. อิสราเอลกำลังเพิ่มจำนวนกล้องด้วย
นอกจากลดเกณฑ์การจับแล้ว รัฐยังมีแผนเพิ่มจำนวนกล้องตรวจจับความเร็ว โดยตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 1.1 กล้องต่อประชากร 100,000 คน
ตำรวจเชื่อว่าการเพิ่มกล้องและการจับรถเร็วมากขึ้นจะช่วยลดความเร็วเฉลี่ยบนท้องถนน และนำไปสู่การลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
สรุป
เรื่องนี้จึงเป็นการถกเถียงระหว่าง "ความปลอดภัย" กับ "สิทธิของผู้ขับขี่"
ฝ่ายตำรวจมองว่า ขับเร็วขึ้นเพียงไม่กี่กิโลเมตรก็เพิ่มความเสี่ยง และการใช้กล้องทำให้บังคับใช้กฎหมายได้จริง
แต่ฝ่ายคัดค้านกังวลว่า เมื่อ ลดเกณฑ์การจับ + เพิ่มจำนวนกล้อง + เปลี่ยนระบบลงโทษให้รวดเร็วขึ้น อาจทำให้คนขับจำนวนมากได้รับใบสั่งและบทลงโทษโดยอัตโนมัติ จนเกิดคำถามว่าเป็นมาตรการลดอุบัติเหตุ หรือกำลังกลายเป็นระบบออกใบสั่งจำนวนมหาศาลกันแน่
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ ตำรวจไม่ได้บอกล่วงหน้าว่ากล้องตัวไหนจะใช้เกณฑ์เข้มงวด ดังนั้นผู้ขับขี่จึงต้องยึดความเร็วตามป้ายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพราะการขับเกินเพียงเล็กน้อยก็อาจถูกจับได้
#เท่าที่อ่านระบบใหม่ลดความยุ่งยากเรื่องเอกสาร และนำส่ง VAT ตามจริงเมื่อได้รับเงินจากลูกค้า ก็ดีกว่าแบบเก่าที่จ่าย vat ก่อนแม้ลูกค้ายังไม่ได้จ่ายเงินให้ (ซึ่งอยู่ในขั้นดำเนินการ) ส่วนเรื่อง
กล้องตรวจจับความเร็ว คงต้องรอดูว่าผลออกมาว่าดีหรือไม่ จะลดอุบัติเหตุได้จริงไหมอ่ะนะ
ที่มา (เอไอสรุป)
globes ynet
อิสราเอลเดินหน้าหารายได้เข้ารัฐ ใช้เทคโนโลยีไล่เก็บเงิน ตั้งแต่ VAT ถึงค่าปรับจราจร
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
อิสราเอลเตรียมเข้มงวดกล้องจับความเร็ว ลดเกณฑ์จับรถเร็ว หวั่นคนขับถูกค่าปรับใบขับขี่จำนวนมาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
#เท่าที่อ่านระบบใหม่ลดความยุ่งยากเรื่องเอกสาร และนำส่ง VAT ตามจริงเมื่อได้รับเงินจากลูกค้า ก็ดีกว่าแบบเก่าที่จ่าย vat ก่อนแม้ลูกค้ายังไม่ได้จ่ายเงินให้ (ซึ่งอยู่ในขั้นดำเนินการ) ส่วนเรื่องกล้องตรวจจับความเร็ว คงต้องรอดูว่าผลออกมาว่าดีหรือไม่ จะลดอุบัติเหตุได้จริงไหมอ่ะนะ
ที่มา (เอไอสรุป) globes ynet