เทียบกันชัดๆไปเลยระหว่างโครงสร้างสูตรภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทย VS ญี่ปุ่น สูตรภาษีไทยผิดและอุ้มคนรวยจ่ายภาษี 0 บาท!

CR: รายการลดหย่อนภาษี/ขอคืนภาษีสำหรับผู้มีรายได้ในญี่ปุ่น 20 ประเภท https://share.google/UVzzbCiMbFBtCh7zc
การทำงานในประเทศญี่ปุ่นนั้น ตามกฎหมายแล้วถ้าเรามีรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ก็จะต้องเสียภาษีให้ถูกต้องค่ะ และถ้าใครทำงานในบริษัทญี่ปุ่นแล้วก็จะถูกหักภาษี และ ประกันสังคม ออกจากเงินเดือนทุกๆเดือน ในเมื่อที่ญี่ปุ่นไม่มี LTF RMF ให้เราซื้อแบบที่เมืองไทย สำหรับคนที่ทำงาน ใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นการยื่นลดหย่อนภาษีหลักๆต่างกันที่ปลายทางของการยื่นเอกสารค่ะ
1. การยื่นปรับภาษีปลายปีกับ “บริษัทต้นสังกัด” ที่เราทำงาน
2. การยื่นปรับภาษีปลายปีกับ “สรรพากร”
รายการลดหย่อนภาษีแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ”ลดหย่อนรายได้ก่อนนำไปคำนวณภาษี” และ ”ขอคืนภาษีหลังคำนวณภาษีแล้ว”
1.รายการหักลดหย่อนรายได้ "ก่อน" นำไปคำนวณภาษี
  คือ การนำสิทธิลดหย่อนต่างๆ มาหักเงินรายได้ที่จะนำไปคำนวณภาษี ถ้าหักลดหย่อนได้เยอะ ก็จะอาจจะทำให้เรตการคำนวณภาษีลดลง มีทั้งหมด 14 รายการย่อย
1.1 หักลดหย่อนรายได้ตามขั้นบันได
   การหักลดหย่อนรายได้ตามขั้นบันได จะมีกำหนดตารางไว้แล้ว ตอนคำนวณภาษี บริษัทต้นสังกัดของเราจะคำนวณรายได้ทั้งปีของเราคร่าวๆไว้ และทำการหักลดหย่อนรายได้ตามขั้นบันไดตั้งแต่ 650,000-2,200,000 เยนให้เราโดยอัตโนมัติ โดยเราไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติม
1.2 หัดลดหย่อนค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
  เป็นการหักลดหย่อนค่าใช้จ่ายส่วนตัวคนละ 380,000เยน เท่ากันทุกคน ไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมเช่นกัน
1.3 หักลดหย่อนผู้อยู่ในอุปการะ
  ถ้าผู้เสียภาษีทำการอุปการะเลี้ยงดูคนในครอบครัวก็สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ไม่ว่าจะเป็นการอุปการะเลี้ยงดูบุตร(อายุมากกว่า16ปี) หรือ บิดามารดา โดยผู้รับการอุปการะต้องเข้าข่ายเงื่อนไขด้านล่าง
     a) อายุมากกว่า 16 ปี
     b) ครอบครัวนอกเหนือจาก คู่สมรส รวมไปถึงบุตรบุญธรรม
     c) ต้องมีรายได้ค่าใช้จ่ายรวมกับผู้เสียภาษี
     d) รายได้รวมต่อปีน้อยกว่า 1,030,000 เยน
     e) ต้องไม่ทำงานเป็นพนักงานในกิจการครอบครัว
จำนวนเงินในการนำมาลดหย่อนนั้น ขึ้นกับอายุของผู้อุปการะมีตั้งแต่ 380,000เยน ไปจนถึง 630,000เยน
  สำหรับชาวต่างชาติอย่างเราๆ สามารถยื่นลดหย่อนการอุปการะบิดามารดา หรือ ครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศได้ค่ะ โดยใช้เอกสารยืนยันการโอนเงินค่าเลี้ยงดูไปต่างประเทศ(ปลายทางเป็นชื่อบัญชีของผู้รับอุปการะ และ จำนวนเงินที่เหมาะสมที่จะเรียกว่าเป็นค่าเลี้ยงดู) และ เอกสารยืนยันความสัมพันธุ์กับผู้อุปการะ แอดมินใช้ทะเบียนบ้านมาแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น
1.4 หักลดหย่อนคู่สมรส
ถ้าผู้เสียภาษีมีคู่สมรสมีรายได้น้อยกว่าที่กำหนดก็สามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้ ตามเงื่อนไขด้านล่าง
   a) คู่สมรสตามกฎหมาย
   b) ต้องมีรายได้ค่าใช้จ่ายรวมกับผู้เสียภาษี
   c) รายได้รวมต่อปีน้อยกว่า 1,500,000 เยน
   d) ต้องไม่ทำงานเป็นพนักงานในกิจการครอบครัว
ลดหย่อนได้ตั้งแต่ 380,000เยน - 480,000เยน
1.5 หักลดหย่อนคู่สมรสแบบพิเศษ
   ยื่นลดหย่อนกับ : "บริษัทต้นสังกัด"
เป็นการยื่นลดหย่อนภาษีคู่สมรสแบบพิเศษค่ะ โดยตัวผู้เสียภาษีจะต้องมีรายได้ไม่เกิน 12,000,000 เยนต่อปี และคู่สมรสอยู่ในเงื่อนไขด้านล่างนี้
   a) คู่สมรสตามกฎหมาย
   b) ต้องมีรายได้ค่าใช้จ่ายรวมกับผู้เสียภาษี
   c) รายได้รวมต่อปีอยู่ระหว่าง  1,500,000-2,010,000 เยน
   d) ต้องไม่ทำงานเป็นพนักงานในกิจการครอบครัว
ลดหย่อนได้ตั้งแต่ 30,000เยน - 380,000เยน ตามรายได้ของคู่สมรส
1.6 หักลดหย่อนเงินประกันสังคม
  ผู้ที่จ่ายประกันสังคม สามารถนำประกันสังคมมาหักลดหย่อนได้ตามจริงค่ะ ประกันสังคม ได้แก่ ประกันสุขภาพ ประกันการจ้างงาน ประกันบริบาล ประกันบำนาญ เป็นต้น
1.7  หักลดหย่อนค่างวดผ่อนส่งให้กับสหกรณ์ขนาดเล็ก
1.8 หักลดหย่อนผู้พิการ
กรณีที่ผู้จ่ายภาษี หรือ ผู้ที่อยู่ในอุปการะเป็นผู้พิการสามารถยื่นลดหย่อนภาษีได้ สูงสุดถึง 750,000 เยน โดยจะลดหลั่นไปตามเงื่อนไข
1.9 หักลดหย่อนแรงงานนักเรียน
ในกรณีที่ผู้เสียภาษีเป็นนักเรียนที่ทำงานเสริม งานพาร์ทไทม์ จะสามารถหักลดหย่อนได้เพิ่มอีก 270,000 เยน ถ้าตรงตามเงื่อนไขด้านล่าง
   a) มีรายได้จากการทำงาน
   b) รายได้รวมทั้งหมดต่อปี ไม่เกิน 1,300,000 เยน
   c) เป็นนักเรียน นักศึกษา
1.10  หักลดหย่อนพ่อหม้ายแม่หม้าย
ในกรณีที่ผู้เสียภาษีมีสถานะภาพเป็นแม่หม้ายหรือพ่อหม้ายที่ยังไม่ได้มีคู่สมรสใหม่ จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนนี้ค่ะ ลดหย่อนได้ตั้งแต่ 270,000เยน - 350,000 เยน โดยคุณจะต้องมีบุตร ยังไม่ได้สมรสใหม่ และรายได้ไม่เกิน 5,000,000 เยน ต่อปี เอกสารที่ต้องยื่นคือเอกสารที่รับรองสถานภาพจากเขตค่ะ
1.11หักลดหย่อนประกันชีวิต สามารถนำค่าประกันชีวิตที่ชำระไปมาลดหย่อนมาภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 40,000เยนค่ะ
  ■ ค่าประกันไม่เกิน 20,000 เยน ลดหย่อนได้ เต็มจำนวน
  ■ ค่าประกัน20,000-40,000 เยน ลดหย่อนได้ 1/2ของเงินประกัน+10,000เยน
  ■ ค่าประกัน40,000-80,000 เยน ลดหย่อนได้ 1/4ของเงินประกัน+20,000เยน
  ■ ค่าประกันมากกว่า 80,000 เยนขึ้นไป ลดหย่อนได้40,000เยน
1.12 หักลดหย่อนประกันบริบาล สามารถนำค่าประกันบริบาลที่ชำระไปมาลดหย่อนมาภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 40,000เยนค่ะ
  ■ ค่าประกันไม่เกิน 20,000 เยน ลดหย่อนได้ เต็มจำนวน
  ■ ค่าประกัน20,000-40,000 เยน ลดหย่อนได้ 1/2ของเงินประกัน+10,000เยน
  ■ ค่าประกัน40,000-80,000 เยน ลดหย่อนได้ 1/4ของเงินประกัน+20,000เยน
  ■ ค่าประกันมากกว่า 80,000 เยนขึ้นไป ลดหย่อนได้40,000เยน
1.13 หักลดหย่อนประกันเงินบำนาญส่วนบุคคล สามารถนำค่าประกันเงินบำนาญส่วนบุคคลที่ชำระไปมาลดหย่อนมาภาษีได้ สูงสุดไม่เกิน 40,000เยนค่ะ
  ■ ค่าประกันไม่เกิน 20,000 เยน ลดหย่อนได้ เต็มจำนวน
  ■ ค่าประกัน20,000-40,000 เยน ลดหย่อนได้ 1/2ของเงินประกัน+10,000เยน
  ■ ค่าประกัน40,000-80,000 เยน ลดหย่อนได้ 1/4ของเงินประกัน+20,000เยน
  ■ ค่าประกันมากกว่า 80,000 เยนขึ้นไป ลดหย่อนได้40,000เยน
1.14 หักลดหย่อนประกันแผ่นดินไหว
สามารถนำค่าประกันมาลดหย่อนภาษีได้ลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 50,000เยน
1.15 ลดหย่อนค่ารักษาพยาบาล
ในกรณีที่ผู้เสียภาษีและครอบครัวชำระค่ารักษาพยาบาลมากกว่า 100,000เยนในรอบปีภาษี ก็สามารถนำมายื่นขอลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 2,000,000เยน คำนวณจากสูตรด้านล่างนี้
  เงินลดหย่อน= ค่ารักษาพยาบาล-(ค่าชดเชยจากประกัน+100,000)
1.16 ลดหย่อนเงินบริจาค
สามารถนำใบเสร็จมายื่นลดหย่อนภาษีได้ คำนวณจากสูตรด้านล่าง
เงินลดหย่อน= เงินบริจาค - 2000
(โดยเงินบริจาคต้องไม่เกิน 40% ของรายได้หลังหักลดหย่อนขั้นบันได)
1.17 ลดหย่อนค่าเสียหายจิปาถะ
ในกรณีที่ผู้เสียภาษีมีทรัพย์สินเสียหายจากภัยธรรมชาติ หรือ การโจรกรรม(ไม่รวมถึงการหลอกลวงต้มตุ๋น) สามารถยื่นขอลดหย่อนภาษีได้
2.รายการขอคืนภาษีหลังจากคำนวณภาษีแล้ว คือ การขอคืนเงินภาษีหลังจากคำนวณภาษีแล้ว มี 19 รายการย่อย และสำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้วส่วนใหญ่จะต้องยื่นเอกสารกับ"สรรพากร" ด้วยตนเอง มี 8 รายการตามด้านล่างนี้ที่สามารถลดหย่อนได้
2.1 ขอคืนภาษีเงินปันผลหุ้น
ในกรณีที่เรารายงานรายได้จากเงินปันผลรวมกับรายได้หลักของเรา เพื่อไม่ให้เกิดการจ่ายภาษีซ้ำซ้อนกัน เงินปันผลจากหุ้นที่สามารถนำมาขอคืนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
2.2 ขอคืนภาษีจากภาษีที่ชำระในต่างประเทศ ในกรณีที่ผู้เสียภาษีมีการชำระภาษีหัก ณ ที่จ่ายนอกประเทศญี่ปุ่น สามารถนำมาขอคืนได้จำนวนหนึ่ง (เช่น กำไรจากการเทรดหุ้นอเมริกานอกบัญชี)
2.3 ขอคืนภาษีจากเงินบริจาคให้พรรคการเมือง คำนวณจากสูตรด้านล่างนี้ เงินขอคืนภาษี=(เงินบริจาค - 2,000)*30% สูงสุดไม่เกิน 25% ของภาษี ณ ที่จ่าย และเงินบริจาคจะต้องไม่มากกว่า 40% ของภาษี ณ ที่จ่าย
2.4ขอคืนภาษีเงินบริจาคให้กองทุนภาคประชาสังคม คำนวณจากสูตรด้านล่างนี้ เงินขอคืนภาษี= (เงินบริจาค - 2,000)*40%
สูงสุดไม่เกิน 25% ของภาษี ณ ที่จ่ายและเงินบริจาคจะต้องไม่มากกว่า 40% ของภาษี ณ ที่จ่าย
2.5 ขอคืนภาษีจากเงินกู้เพื่อต่อเติมบ้านใหม่ โดยมีสูตรคำนวณค่อนข้างหลากหลาย ขึ้นกับนโยบายในปีที่เรากู้เงินมาต่อเติมบ้าน สมมติว่าเรากู้เงินในปี 2021 จะมีสูตรคำนวณดังนี้
เงินขอคืนภาษี= ยอดเงินกู้ในธนาคารปลายปี*1%  (ไม่เกิน 400,000เยน ลดหย่อนได้ปีที่ 1-10)
2.6 ขอคืนภาษีจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบ้านให้รองรับแผ่นดินไหว
  ในกรณีที่ผู้เสียภาษีมีการต่อเติม หรือ ปรับปรุงบ้านให้สามารถรองรับกับแผ่นดินไหว สามารถนำค่าใช้จ่ายในการต่อเติม(หลังหักเงินช่วยเหลือแล้ว)มาลดขอคืนภาษีได้สูงสุด 10% ของค่าใช้จ่าย (สูงสุด 250,000เยน ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
2.7 ขอคืนภาษีจากค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบ้านเพื่อรองรับผู้สูงอายุ หรือ ปรับปรุงบ้านให้ประหยัดพลังงาน
  ในกรณีที่ผู้เสียภาษีมีการต่อเติม หรือ ปรับปรุงบ้านของตนเองเพื่อรองรับผู้สูงอายุ หรือ ปรับปรุงบ้านให้ประหยัดพลังงานสามารถนำค่าใช้จ่ายในการต่อเติม(หลังหักเงินช่วยเหลือแล้ว)มาลดขอคืนภาษีได้สูงสุด 10% ของค่าใช้จ่าย (สูงสุด 200,000เยน ตามเงื่อนไขที่กำหนด)
2.8  ขอคืนภาษีจากค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมพิเศษในการสร้างบ้านใหม่ให้มีความคงทนพิเศษตามข้อกำหนดขอคืนภาษีได้สูงสุด 10% ของค่าใช้จ่าย (สูงสุด 650,000เยน ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

ขอบคุณข้อมูลจาก National Tax Agency

#สรรพากรไทยเห็นหรือชัดๆยังว่าสูตรคำนวณภาษีบุคคลธรรมดาของไทยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันมันผิดอยู่และไม่เป็นไปตามการจัดเก็บอัตราภาษีตามอัตราก้าวหน้าแห่งประมวลรัษฎากร เพื่อ "ช่วยคนรวยหลบภาษี"!!

CR: โครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดา (1) : ปรับหักลดหย่อน-ไม่ช่วย คนรวยหลบภาษี - ThaiPublica https://share.google/BYwuaVvXIJNV29Qu7

"การปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรก ส่วนก้าวต่อไปของรัฐบาลชุดนี้จะทำ คือการรื้อโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งนักวิชาการจากสำนักต่างๆ ตั้งข้อสังเกตุว่าโครงสร้างภาษีปัจจุบัน มีความเหลื่อมล้ำ โดยอัตราภาษีสูงเกินไป เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง นอกจากนี้โครงสร้างภาษีปัจจุบัน ยังเต็มไปด้วยรายการลดหย่อนภาษี และรายการยกเว้นภาษีมากมาย จนเป็นช่องให้คนที่มีรายได้สูงๆเข้ามาใช้สิทธิ หลบเลี่ยงภาษีอย่างถูกต้องตามกฏหมาย ขณะที่คนมีรายได้น้อย(รายได้ต่ำกว่า 1.5 แสนบาทต่อปี) แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรจากการหักลดหย่อนที่กรมสรรพากรหยิบยื่นให้
ในหลักการอะไรที่กรมสรรพากรเคยให้สิทธิลดหย่อนแก่ผู้เสียภาษีไปแล้ว คงไปตัดทิ้งไม่ได้ แต่จะใช้วิธีการ "กำหนดเพดาน" ในการหักลดหย่อนนายสาธิตกล่าวต่อว่าการปรับปรุงค่าลดหย่อนที่มีเกือบ 20 รายการ ครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวความคิดที่ว่าทำอย่างไร ค่าลดหย่อนภาษีถึงจะไม่ตกเป็นเครื่องมือช่วยคนรวยหลบภาษี เพราะถ้าหากใช้สิทธิลดย่อนภาษีครบทุกรายการ จะช่วยให้คนที่มีฐานะดีประหยัดค่าภาษีไปได้หลายล้านบาท ยกตัวอย่างซื้อกองทุนRMF และ กองทุนLTF จนเต็มวงเงิน ก็จะได้รับสิทธิลดหย่อน 1 ล้านบาท ซื้อประกันชีวิต จ่ายค่าดอกเบี้ยซื้อบ้านได้อีก 2 แสนบาท และนำเงินบริจาคมาหักภาษีได้อีก 10% ของรายได้
โดยอธิบายว่า สมมุติว่าสิทธิลดหย่อนภาษีรวมกันรวมเป็นวงเงิน 2 ล้านบาท เอา 12 หาร เฉลี่ยเดือนละ 2 แสนบาท คิดว่ามากไปเกินไปหรือเปล่า แต่ถ้าคิดว่ามากเกินไป แนวทางแก้ไข คือ ต้องมีการ "กำหนดเพดาน" วงเงินในการใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษี ในอนาคตหากรัฐบาลจะมีนโยบายเพิ่มรายการหักลดหย่อนภาษีตัวใหม่ๆขึ้นมา จาก 20 รายการ เป็น 30 รายการ ก็ไม่มีประเด็นปัญหาว่าช่วยแต่คนรวยอย่างเดียว เพราะกฏหมายกำหนดเพดานสูงสุดเอาไว้แล้ว
หลังจากที่มีการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้วในช่วงเดือนตุลาคม 2554 ในปีนี้กรมสรรพากรกำลังเตรียมแผนการปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครั้งใหญ่ตามมา โดยนายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยว่า การปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เน้นความช่วยเหลือไปยังกลุ่มระดับฐานล่าง เพื่อให้มีความเสมอภาค เป็นธรรม และลดการรั่วไหล
นายสาธิต รังคศิริ อธิบดีกรมสรรพากร
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่