Apple เจรจาซื้อชิปหน่วยความจำจากจีน แต่สุดท้ายติดปัญหา “ของไม่พอ–ราคาไม่ลงตัว”
Apple กำลังเจอปัญหาหน่วยความจำ (Memory) ขาดแคลนและราคาพุ่งสูง จนต้องพยายามหาซัพพลายเออร์รายใหม่ แม้กระทั่งบริษัทจีนอย่าง CXMT แต่การเจรจากล่าสุดกลับไม่ราบรื่น เพราะทั้งเรื่องราคาและกำลังการผลิตของจีนเองก็มีข้อจำกัด
1. ทำไม Apple ถึงต้องหาชิปจากจีน?
ปัญหาเริ่มจาก กระแสลงทุน AI ทั่วโลก
ศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมาก โดยเฉพาะ DRAM และหน่วยความจำสำหรับเซิร์ฟเวอร์ ทำให้ผู้ผลิตรายใหญ่ เช่น Samsung Electronics, SK hynix และ Micron หันไปเน้นผลิตชิปสำหรับ AI มากขึ้น
ผลคือ หน่วยความจำสำหรับสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์ทั่วไปเริ่มขาดตลาด และราคาปรับตัวสูงขึ้น
Apple ซึ่งต้องใช้หน่วยความจำจำนวนมหาศาลใน iPhone, iPad และ Mac จึงได้รับผลกระทบโดยตรง และถึงขั้นปรับขึ้นราคาสินค้าบางรุ่น โดยให้ต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในเหตุผล
2. Apple จึงมองหา “ทางเลือกที่ 4”
เดิม Apple พึ่งพาผู้ผลิตหน่วยความจำหลัก 3 ราย ได้แก่
Samsung Electronics
SK hynix
Micron
แต่เมื่อหน่วยความจำขาดตลาด Apple จึงพยายามเพิ่มซัพพลายเออร์ เพื่อให้มีทางเลือกมากขึ้นและช่วยต่อรองราคา
หนึ่งในบริษัทที่ Apple สนใจคือ CXMT (ChangXin Memory Technologies) ผู้ผลิต DRAM รายใหญ่ของจีน ซึ่งปัจจุบันถูกจัดอยู่ในกลุ่มผู้ผลิต DRAM รายสำคัญของโลก
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Apple ได้ทดสอบชิป CXMT สำหรับ iPhone ที่ขายในจีนแล้วด้วย
3. แต่ CXMT เองก็ไม่ได้มีชิปเหลือมากมาย
นี่คือประเด็นสำคัญของข่าวล่าสุด
เดิม Apple อาจมองว่า การเพิ่ม CXMT เข้ามาจะช่วยลดต้นทุนและแก้ปัญหาขาดแคลน
แต่สถานการณ์กลับกลายเป็นว่า CXMT เองก็มีคำสั่งซื้อจำนวนมาก
มีรายงานว่า ความต้องการจากผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นจนกำลังการผลิตของ CXMT ถูกจองไปล่วงหน้าอย่างมาก และมีการคาดการณ์ว่าคำสั่งซื้อบางส่วนครอบคลุมไปถึงปี 2027 แล้ว
ดังนั้น ต่อให้ Apple ต้องการซื้อจาก CXMT ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถซื้อได้ในปริมาณมากทันที
4. เรื่องราคาก็เป็นอีกปัญหา
เมื่อหน่วยความจำขาดตลาด ผู้ผลิตชิปก็มีอำนาจต่อรองสูงขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ
Apple ต้องการชิปเพิ่ม → แต่ผู้ผลิตก็มีลูกค้ารายอื่นรอซื้ออยู่ → จึงไม่จำเป็นต้องลดราคาให้ Apple มากนัก
ทำให้ความพยายามของ Apple ที่ต้องการใช้ CXMT เป็นทางเลือกเพื่อลดต้นทุน ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
ข่าว Chosun ระบุว่าการเจรจาระหว่าง Apple กับ CXMT ประสบปัญหาทั้งจาก ราคาและปริมาณการจัดส่ง
5. ยังมี “กำแพงการเมือง” ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะ CXMT ไม่ใช่บริษัทจีนธรรมดา
บริษัทอยู่ในรายชื่อบริษัทจีนที่รัฐบาลสหรัฐฯ จับตามอง เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน ทำให้ Apple ต้องเผชิญแรงกดดันทางการเมืองหากต้องการนำชิป CXMT มาใช้ในผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
ก่อนหน้านี้ Apple ถึงขั้นพยายามติดต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอให้สามารถจัดซื้อชิปจาก CXMT ได้
ดังนั้น Apple จึงไม่ได้มีปัญหาแค่เรื่อง “ซื้อชิปได้หรือไม่” แต่ยังมีคำถามว่า “สหรัฐฯ จะอนุญาตหรือไม่” ด้วย
แล้วเรื่องนี้สะท้อนอะไร?
ประเด็นที่น่าสนใจคือ
วิกฤตหน่วยความจำครั้งนี้เริ่มเปลี่ยนสมดุลของตลาด
ก่อนหน้านี้ Apple มีอำนาจต่อรองสูง เพราะเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของผู้ผลิตชิป
แต่เมื่อ AI ทำให้ความต้องการ Memory เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตหน่วยความจำกลับมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ขณะเดียวกัน CXMT ของจีนก็ใช้จังหวะนี้ขยายกำลังการผลิตและดึงลูกค้าต่างประเทศเข้ามา จนเริ่มถูกมองว่าเป็นคู่แข่งที่สามารถกดดัน Samsung, SK hynix และ Micron ในตลาด DRAM ทั่วไปได้ในอนาคต
สรุป
Apple กำลังเจอ “Memory Crisis” จากกระแส AI
AI ใช้ Memory จำนวนมาก → ผู้ผลิตหันไปผลิตชิปสำหรับ AI → Memory ทั่วไปขาดตลาด → ราคาพุ่ง → Apple ต้นทุนสูงขึ้น → Apple พยายามหา CXMT ของจีนเป็นซัพพลายเออร์เพิ่ม
แต่สุดท้าย
CXMT เองก็มีคำสั่งซื้อจำนวนมากและกำลังการผลิตตึงตัว ขณะที่ Apple ยังต้องเผชิญข้อจำกัดทางการเมืองจากสหรัฐฯ ทำให้การใช้ชิปจีนเพื่อแก้ปัญหาหน่วยความจำ
ไม่ได้ง่ายอย่างที่ Apple หวัง
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ Apple แต่เป็นสัญญาณว่า AI กำลังแย่งทรัพยากร Memory จากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป และอาจทำให้ยุคที่ “ชิปหน่วยความจำราคาถูกและมีเหลือเฟือ” กำลังเปลี่ยนไป

#มีม
facebook
#สรุปคือ CXMT มีออเดอร์ปี 2027 เหลืออยู่บ้าง แต่ราคาต้องได้อ่ะนะ
Apple เจรจาซื้อชิปหน่วยความจำจากจีน แต่สุดท้ายติดปัญหา “ของไม่พอ–ราคาไม่ลงตัว”
แล้วเรื่องนี้สะท้อนอะไร?
ประเด็นที่น่าสนใจคือ วิกฤตหน่วยความจำครั้งนี้เริ่มเปลี่ยนสมดุลของตลาด
ก่อนหน้านี้ Apple มีอำนาจต่อรองสูง เพราะเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่ของผู้ผลิตชิป
แต่เมื่อ AI ทำให้ความต้องการ Memory เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตหน่วยความจำกลับมีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ขณะเดียวกัน CXMT ของจีนก็ใช้จังหวะนี้ขยายกำลังการผลิตและดึงลูกค้าต่างประเทศเข้ามา จนเริ่มถูกมองว่าเป็นคู่แข่งที่สามารถกดดัน Samsung, SK hynix และ Micron ในตลาด DRAM ทั่วไปได้ในอนาคต
สรุป
Apple กำลังเจอ “Memory Crisis” จากกระแส AI
AI ใช้ Memory จำนวนมาก → ผู้ผลิตหันไปผลิตชิปสำหรับ AI → Memory ทั่วไปขาดตลาด → ราคาพุ่ง → Apple ต้นทุนสูงขึ้น → Apple พยายามหา CXMT ของจีนเป็นซัพพลายเออร์เพิ่ม
แต่สุดท้าย CXMT เองก็มีคำสั่งซื้อจำนวนมากและกำลังการผลิตตึงตัว ขณะที่ Apple ยังต้องเผชิญข้อจำกัดทางการเมืองจากสหรัฐฯ ทำให้การใช้ชิปจีนเพื่อแก้ปัญหาหน่วยความจำ ไม่ได้ง่ายอย่างที่ Apple หวัง
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ Apple แต่เป็นสัญญาณว่า AI กำลังแย่งทรัพยากร Memory จากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป และอาจทำให้ยุคที่ “ชิปหน่วยความจำราคาถูกและมีเหลือเฟือ” กำลังเปลี่ยนไป
#มีม facebook