[CR] No.218 Woman and The Yellow Wallpaper : ผู้หญิงในห้องสีเหลือง (2569) กำกับและแสดงโดย คุณสินีนาฏ เกษประไพ


- มาถึงละครเวทีเรื่องสุดท้ายของปีนี้ที่คราวนี้คุณสินีนาฏอาสาเป็นผู้รับจบตั้งแต่แสดงนำยันกำกับ หลังจากที่ผมได้ชมฝีมือการแสดงไปอย่างยอดเยี่ยมและประทับใจมาแล้วจากตอนดูละครเวทีเรื่อง คอย กอ ดอ หรือ Waiting for Godot ที่ได้เปิด Floor เป็นเรื่องแรกของปีนี้ร่วมกับคุณบัว คุณเมจิ และคุณตรึงตา มาถึงตอนนี้คุณสินีนาฏกลับมารับบทนำอย่างเต็มตัวเพราะเล่นอยู่คนเดียวพร้อมกับ Mission สุดท้าทายในการแบกรับสายตาของคนดูหลายคู่ รวมถึงผมที่นั่งจ้องไปทางเดียวกันโดยมี Plop ที่อุดมไปด้วยกระดาษสีเหลืองวางกระจายกลาดเกลื่อนอยู่ตามพื้นก็ดี เก้าอี้สีส้ม 1 ตัว หรือม้านั่งยาว ๆ อีก 1 ตัว เป็นองค์ประกอบไม่กี่อย่างที่ถูก set ไว้ในการนำมาแสดงที่ทำเอาผมเกิดความตื่นเต้นกับการดูครั้งนี้เป็นพิเศษเพราะนอกจากได้มานั่งใกล้ชิดติดหน้า Stage ที่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวก็เอื้อมมือไปถึงตัวนักแสดงแล้วยังรู้สึกว่าเหมือนกำลังนั่งอยู่ในAreaเดียวกับตัวละครที่กำลังจะเปิดตัวในเวลาไม่กี่นาทีต่อจากนี้ยังไงยังงั้น

- ทันทีที่ไฟ Spotlight สาดส่องไปที่ตัวของคุณสินีนาฏที่นั่ง Stand By อยู่บนเก้าอี้กลาง Stage ปุ๊ป ค่อย ๆ สัมผัสได้ถึงรังสีอมฤตบางอย่างแฝงผ่านการเริ่มทำพิธีพรรณนาความในใจกำลังส่งมายังความรู้สึกของผมขณะนั่งดูอยู่ตรงหน้าทีละนิด ถึงยังงงและจับหาความไม่ถูกเพราะสิ่งที่นำเสนอถูกบอกเล่าผ่านปากเปล่า แถมก่อนดูไม่ได้อ่านเรื่องย่อมาด้วยเลย จึงต้องใช้ความพยายามทำความรู้จักกับเรื่องราวที่ออกตัวมาอย่างนี้อยู่หลายนาทีว่ากำลังพูดถึงอะไร ? จนกระทั่งคุณสินีนาฏเอ่ยถึงบุคคลหนึ่งชื่อ “จอห์น” ขึ้นมา จึงเริ่มมีที่ยึดเหนี่ยวให้พอเรียบเรียงหาสาเหตุของปมที่ถูกเกริ่นเพียงฉาบฉวยขึ้นมาได้บ้างว่าเหตุใดคุณสินีนาฏที่จู่ ๆ ลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินไปมาอย่างกับกำลังเดินอยู่บน Catwalk ถึงต้องมาอยู่ในบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่งที่ห่างไกลปืนเที่ยงออกไปหลายกิโลซะหลือเกิน ถ้าไม่นับคุณนักดนตรีที่กำลังบรรเลงดนตรีกระตุ้นบรรยากาศเคียงข้างอยู่เป็นระยะถือว่าเนื้อเรื่องชักเชิญให้เราเอ๊ะและตั้งข้อสันนิษฐานตามไปได้น่าสนใจดี


- พอมีการเอ่ยถึงฉากพื้นหลังเป็นสีเหลืองซึ่งเป็นใจความสำคัญของเรื่องที่ในขณะนี้กำลังคืบคลานบรรยากาศรอบตัวจนค่อย ๆ ลามไปยังระบบประสาทสัมผัสของคุณสินีนาฏที่เริ่มจะแสดงอภินิหารบางอย่างเป็นที่เรียบร้อยปั๊ป ในหัวเผลอนึกถึงเรื่อง Backrooms (2026) ลอยเข้ามาตรงที่ใช้สีเดียวกันนี้มาเล่าเป็นเชิงสัญญะ ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างบรรยากาศให้เชิญอึดอัดแล้วยังสะท้อนไปยังสภาวะจิตใจของตัวละครที่ถูกโรคภัยรุมเร้าจนคุณสามีจอห์นพามารักษาอาการอยู่ในบ้านพักตากอากาศที่บัดนี้กลับแปรสภาพเป็นพื้นที่ปิดตุยเมื่อคุณเธอถูกคุณสามีสั่งห้ามทำ Activity ใด ๆ เพราะคิดว่าการทำอะไรต่าง ๆ จะยิ่งทำให้อาการซึมเศร้าที่เป็นอยู่แย่ลงจนผมดูไปเกิดสงสัยตามไม่ได้ว่า จะให้นอนนับจิ้งจกไปเรื่อย ๆ เลยหรือไงว่ามีกี่ตัวที่กำลังวิ่งอยู่บนฝ้าเพดานอย่างงี้หรอ ? เพราะพอถูกห้ามไม่ให้ทำอะไร กลายเป็นว่าอาการกลับค่อย ๆ ดิ่งลงไปเรื่อย ๆ จนเริ่มเกิด Events บางอย่างที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่มโนอยู่ภายในจิตใจซ้อนทับจนแยกลำบากว่าจะหาทางออกไปจากนี่ได้อย่างไร ?


- ความที่เพิ่งทราบหลังจากดูจบว่าเป็นการหยิบเอาเรื่องสั้นสุด Classic ของ Charlotte Perkins Gilman มาปัดฝุ่นเป็นละครเวทีแล้วนำไป Adapt ให้เข้ากับจริตของคนไทยเหมือนทุกเรื่องที่ผ่านมา แม้กระทั่งฉากหลังหรืออะไรที่เป็นสีเหลือง พอทุกสิ่งพร้อมใจกันถาโถมรวมถึงดนตรีประกอบเหมือนนัดกันมา Psycho ด้วยไฟ Spotlight ที่เปลี่ยนตามจึงทำให้ช่วงเวลาก่อนจากกลายเป็นนาทีระทึกขวัญที่ค่อย ๆ เปลี่ยนจากโหมดล่องลอยเพ้อพกกลายมาเป็น Survivor Psychology จากการวาดไปทำลายไปสุดซอยของคุณสินีนาฏที่ไต่ระดับความคลั่งสู่การหาทางหนีอย่างฉุดไม่อยู่จนนึกถึง Mother! (2017) + Suspiria (2018) + Saint Maud (2019) ลอยสำทับเข้ามา แต่สิ่งที่ตะลึงกว่าการจบไวกว่าเรื่องเมื่อวานอย่าง Aesop’s Journey และสะพรึงกว่าบางสิ่งที่ปรากฏอยู่ภายใต้ผนังสีเหลืองหากแต่เป็นการถูกชี้นำหรือบงการทางจิตใจจนสูญเสียสิทธิและอำนาจในสิ่งที่ตัวเองต้องการไปนั่นแหล่ะเป็นอะไรที่หดหู่และสะเทือนใจเป็นอย่างมาก

ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านครับ : EMistique
ชื่อสินค้า:   Review By EMistique
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่