1. Hudsonball มักถูกวิจารณ์ว่า “น่าเบื่อ” “ไม่มีทรง” หรือ “ไม่มีอนาคต” คำถามคือ จริงหรือ?
1.1 คำวิจารณ์นี้เป็นสิ่งที่เกิดจาก eye test ของแฟนบอล ซึ่งเราก็ปฏิเสธยากว่ามันไม่จริง มันก็น่าเบื่อจริง ดูไม่มีทรงจริง ผมไปนั่งดูเกมกับเมียนมาร์ในสนาม บางช่วงเวลาก็สงสัยตัวเองว่าจ่ายเงิน 350 บาทมาทำอะไรเช่นกันครับ
1.2 แต่ที่ผ่านมา Hudson ก็เก็บผลการแข่งขันที่ไทยตั้งเป้าหมายไว้ได้ 8 จาก 9 นัด ขาดแค่นัดที่เสมอคูเวตเพียงนัดเดียว แสดงว่าเบื้องหลังความมั่วนี้ มันอาจจะมีโครงสร้างอะไรบางอย่างที่ไม่ปรากฏต่อสายตาของแฟนบอลทางหน้าจอหรือในสนาม? จำนวนนัดของ Hudson ยังมีน้อยอยู่ การวิเคราะห์ต่อไปนี้อาจมีความไม่แม่นยำ แต่เราก็อาจจะเริ่มสงสัยได้ว่า Hudsonball อาจมีเค้าโครงอีกประเภทหนึ่งที่เราอาจมองข้ามไป
2. ภาพรวมของ Hudsonball
2.1 เริ่มจากผลการแข่งขันทั้งหมด 9 นัดเท่าที่ Hudson ได้คุมทีม และสถิติที่น่าสนใจจากเกมเหล่านั้น

*หมายเหตุ: เลขของไทยอยู่ด้านหน้าเสมอ; สีเหลืองหมายถึงเกมเยือน
จากสถิติ Hudsonball ไม่ใช่ฟุตบอลที่มีรูปแบบชัดเจน นั่นคือ “ไม่มีทรง” นั่นเอง ในนัดแรก Hudson ต้องการลองทีมเพราะเป็นนัดแรกที่คุม เกมค่อนข้างเปิด กลางถูก contested อย่างมาก แสดงออกมาถึง % การครองบอลที่แทบแบ่งครึ่ง แต่นัดต่อมาเยือนศรีลังกา หาก Hudson ต้องการให้ทีมไทยเล่นแบบ “มีทรง” การครอบครองบอลของไทยควรสูงกว่านี้ เนื่องจากเราต้องยอมรับตามตรงว่าทีมศรีลังกาเป็นทีมที่มีระดับชั้นต่ำกว่าไทยมาก แม้จะใช้ลูกครึ่งมากขึ้น แต่คุณภาพลูกครึ่งเหล่านั้น 90% เล่นในลีกภูมิภาคยุโรปเท่านั้น แต่กลายเป็นว่า Hudson ปล่อยให้ศรีลังกาครอบครองบอล แล้วชนะ 4-0
หรือในเกมกับเติร์กเมนิสถาน คู่แข่งได้เปรียบและปล่อยให้ไทยครองบอล จากจำนวนครั้งที่ฟาวล์ก็ชัดว่าพวกเขาต้องการให้ไทยครองบอลไปเรื่อยๆ แต่ตัดฟาวล์บ่อยๆ (23 ครั้ง) เพื่อทำลายความต่อเนื่องของจังหวะ และสิ่งที่ Hudson ทำคือเพิ่มจุดที่ไม่ใช่จุดเด่นของไทยให้ “ใช้งานได้” จนสุดท้ายได้มา 2 ประตูจากลูกเตะมุม
ต่อมาในเกมกับคูเวต ซึ่งแทบไม่มีผลชี้เป็นชี้ตาย Hudson ก็ค่อนข้างเปิดเกม และสุดท้ายกองกลางถูก contested และไม่สามารถเอาชนะได้ ส่วนไปเยือนจีน เขาปรับเป็นหลังสามและอุดเอาผลและก็ได้มา ซึ่งแม้จีนมีโอกาสยิงเยอะมาก 23-24 ครั้ง แต่ยิงเข้ากรอบได้เพียง 6 ครั้งเท่านั้น
จำนวนครั้งที่ทำฟาวล์ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ส่วนมาก ไทยภายใต้ Hudson จะทำฟาวล์มากกว่าคู่แข่ง ซึ่งตอกย้ำว่านี่อาจเป็นบอลไม่มีทรง ที่เน้นปลอดภัยไว้ก่อนยิงกว่าการเล่นที่ต่อเนื่องสวยงาม
ในฟุตบอล AFF Cup Hudson ก็พยายามเล่นให้ได้ผล โดยใช้ (1) ชุด C ซึ่งแม้จะมีตัวหลักบ้าง แต่ตัวหลักพวกนั้นผ่านจุดสูงสุดมานานมากแล้ว (2) ประหยัดแรงเท่าที่ทำได้ เพราะบอลลีกปิดฤดูกาลอยู่ จะเร่งให้แรงถึงฟิตมากใน 10 วันก็เป็นไปได้ยาก และ (3) เดินทางเหย้าเยือนทุกนัด ซึ่งผลชนะ 4 นัด ไม่เสียประตู อาจไม่เกิดขึ้นถ้าไม่ยอมเล่นฟุตบอลที่น่าเบื่อแบบนี้
2.2 แล้วอะไรคือ Hudsonball?
สิ่งที่เราสังเกตได้ด้วยตาเปล่าและหลักฐานสาธารณะคือ Hudsonball ไม่มีรูปแบบตายตัว และขึ้นกับ “โจทย์” ของแต่ละช่วงที่ต้องแข่งขัน โดยมีโจทย์ข้อย่อยคือคู่แข่งในแต่ละนัดและสถานการณ์เฉพาะหน้า งั้นแปลว่า Hudsonball คือมั่ว? จากหลักฐานที่มี ไม่น่าจะใช่การมั่ว เพราะถ้าบอกว่า “แค่โชคดี” มันก็ยากที่จะบอกว่าโชคดีเกือบ 10 นัดติด แต่อาจบอกได้ว่า มันคือรูปแบบการคิด กล่าวคือ เอาโจทย์มาตั้งแล้วถามว่าจะแก้ยังไง? อะไรคือวิธีแก้ที่ได้ผล, ต้นทุนต่ำที่สุด, และความเสี่ยงทางฟุตบอลต่ำที่สุด
ตัวอย่างเช่น ทำยังไงให้เข้ารอบ AFF โดยเป็นที่ 1 ของกลุ่ม และคู่แข่งคือพม่า? Hudsonball จะเริ่มคิดว่าพม่าเล่นบอลยังไง คำตอบคือ บอลพม่าเคลื่อนที่ค่อนข้างช้า จำนวนการออกบอลต่อเกมค่อนข้างต่ำ ใน 3 นัดแรก ไทยที่เล่นได้น่าเบื่อสุดๆ จ่ายบอลไปทั้งหมด 576, 542, และ 542 ครั้ง ส่วนพม่าคือ 286, 235, และ 327 ครั้ง ดังนั้นการปล่อยให้พม่าครองบอลมากกว่าไทย อาจไม่ได้สร้างความอันตรายได้มากนัก (ซึ่งในเกมจริงพม่าได้ยิง 10 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนจังหวะที่พม่าได้ยิงชนเสา-คาน 2 ครั้งนั้น จากที่ผมดูในสนาม มันเกิดจากจังหวะที่นักเตะฝ่ายไทยเข้าไปบีบไม่เร็วพอ จนพม่ามีเวลาเล็งทำให้ยิงได้เกือบดี จังหวะแบบนี้ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากแรงไม่ถึงและเคมีที่ยังไม่เข้าขาของนักเตะทั้งทีม ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ Hudson จะต้องเก็บรายละเอียดเหล่านี้ไปปรับปรุงต่อไป)
ในกรอบการตัดสินใจแบบ Hudsonball ผลคือ ปล่อยพม่าครองบอลไป ปิดพื้นที่ให้โอกาสยิงน้อย ลูกเปิดครอสมาก็เข้าไปพัวพันให้พม่ายิงไม่ถนัด โดยไม่ต้องครองเกมตลอดเวลา ไม่ต้องเพรสซิ่ง ออมแรงนักเตะไป และยิ่งพอขึ้นนำเร็วจากจุดโทษ การเล่นก็ยิ่งอนุรักษ์นิยมมากขึ้นไปอีก กล่าวคือ ไม่ต้องเสี่ยงอะไรทั้งนั้น แค่ประคองให้จบเกมไป
ถามว่าน่าเบื่อไหม? น่าเบื่อสุดๆ น่าเบื่อมากๆ แต่ก็เป็นกรอบการตัดสินใจที่เข้าใจได้
2.3 สรุป Hudsonball
Hudsonball คือฟุตบอลที่ไม่มีรูปแบบอะไรชัดเจน ไม่มีแผนที่ต้องการเล่นเป็นหลัก คำถามที่ Hudson เริ่มไม่ใช่ “ผมอยากให้ฟุตบอลไทยเล่นแบบไหน” นั่นไม่ใช่คำถามตั้งต้นในหัวเขาเลย คำถามของ Hudsonball คือ “โจทย์คืออะไร คู่แข่งเป็นยังไง เป้าหมายของเราคืออะไร และทำยังไงให้ทีมไทยได้ตามเป้าหมายได้โดยมีความเสี่ยงและต้นทุนต่ำที่สุด” เราจะเห็นว่าเขาใช้กรอบคิดหลังแทบจะตั้งแต่นัดเยือนศรีลังกาเป็นต้นมา
3. เราด่า Hudson และ Hudsonball ไม่ได้เลยเหรอ?
3.1 เราอยากได้อะไรจากบอลทีมชาติไทย?
ถ้าคำตอบคือ บอลดูสนุก ดูมันส์ เล่นแล้ว “สมเป็นทีมชาติไทย” ต้องบุก ต้องครองบอล ยังไง Anthony Hudson ก็ไม่มีทางเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
ถ้าคำตอบคือ ทั้งบุกสนุกและชนะด้วย นั่นอาจไม่เกี่ยวกับตัวโค้ช เพราะอาจเป็นความคาดหวังที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับความสามารถของวงการฟุตบอลไทยในปัจจุบัน
ถ้าคำตอบคือ บอลที่มีผลงานตามที่ควรคาดหวัง บอลอาเซียนต้องเข้าชิง บอลเอเชียต้องเข้ารอบสาม เจอทีมใหญ่ต้องแพ้ยาก และเก็บผลเสมอหรือพลิกชนะได้บางครั้ง Hudson ก็—อาจ—เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมตัวเลือกหนึ่ง ตรงนี้เรายังไม่รู้ว่าเจอทีมใหญ่จริงๆ แล้วจะเป็นยังไง แต่จากประวัติของเขา เขาทำให้ New Zealand เสมอกับทีมอย่างเปรูได้ 0-0 และมีลุ้นไปบอลโลก 2018 จริงๆ อีกเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
3.2 แล้วเราควรคาดหวังอะไร? เราควรด่า Hudsonball จากอะไร?
แน่นอนครับ ไม่มีอะไรที่อยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์ สังคมไทยเป็นสังคมที่รองรับเสรีภาพในการพูดในระดับหนึ่งอยู่แล้ว สิ่งที่เราควรวิจารณ์ Hudsonball คือ “ผลการแข่งขัน” ครับ เพราะ Hudsonball เขาตั้งใจมาขาย “บอลเน้นผล” อยู่แล้ว (เราควร discount บทสัมภาษณ์ตอนรับงานให้มากๆ เนื่องจากสิ่งที่ปรากฏในสนาม มันไม่ได้สอดคล้องกับที่พูด) ถ้าผลการแข่งขันมันมาตามความคาดหวังที่ทีมไทยควรมี แสดงว่า Hudsonball ทำงานได้ แต่ถ้าวันหนึ่งแพ้พม่า แพ้บังคลาเทศ แพ้ไต้หวัน โดนอิรักถล่มขาด 5-0 แพ้ญี่ปุ่น 6-0 และมีผลการแข่งขันที่สวนทางกับความคาดหวังอย่างต่อเนื่อง เราควรด่า Hudsonball อย่างเต็มที่ เพราะผลการงานคือสิ่งที่เขาพยายามขาย และ Hudsonball ก็ไม่ควรมีข้อแก้ตัวว่า “เรามาถูกทางแล้ว เรากำลังสร้างทีม”
4. บทสรุป
Hudsonball เป็นฟุตบอลปฏิบัตินิยม (pragmatic football) ไม่ใช่บอลมั่ว ที่เราไม่ควรไปคาดหวังให้ดูสนุก บุกดุดัน มันไม่ใช่ในทุกอนู และ Hudson ก็ไม่ควรเปลี่ยนธรรมชาติตนเองไปทำแบบนั้น Hudsonball ขายผลการแข่งขันตามความคาดหวัง ก็ควรตัดสินว่าผลการแข่งขันเป็นไปตามความคาดหวัง
ในบทความต่อไป เราจะมารู้จักเขามากขึ้นว่า Anthony Hudson ชายคนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง จุดต่ำสุดในอาชีพคืออะไร ย่ำแย่แค่ไหน และช่วงเวลาอันเลวร้ายนั้นได้ให้บทเรียนอะไรกับ Hudson บ้าง
สถิติจาก Playerstats
ป.ล. กระทู้เก่ามีปัญหาทางเทคนิค
Football CommentS: วิเคราะห์ Hudsonball จาก 9 นัดแรก [7 mins read]
1.1 คำวิจารณ์นี้เป็นสิ่งที่เกิดจาก eye test ของแฟนบอล ซึ่งเราก็ปฏิเสธยากว่ามันไม่จริง มันก็น่าเบื่อจริง ดูไม่มีทรงจริง ผมไปนั่งดูเกมกับเมียนมาร์ในสนาม บางช่วงเวลาก็สงสัยตัวเองว่าจ่ายเงิน 350 บาทมาทำอะไรเช่นกันครับ
1.2 แต่ที่ผ่านมา Hudson ก็เก็บผลการแข่งขันที่ไทยตั้งเป้าหมายไว้ได้ 8 จาก 9 นัด ขาดแค่นัดที่เสมอคูเวตเพียงนัดเดียว แสดงว่าเบื้องหลังความมั่วนี้ มันอาจจะมีโครงสร้างอะไรบางอย่างที่ไม่ปรากฏต่อสายตาของแฟนบอลทางหน้าจอหรือในสนาม? จำนวนนัดของ Hudson ยังมีน้อยอยู่ การวิเคราะห์ต่อไปนี้อาจมีความไม่แม่นยำ แต่เราก็อาจจะเริ่มสงสัยได้ว่า Hudsonball อาจมีเค้าโครงอีกประเภทหนึ่งที่เราอาจมองข้ามไป
2. ภาพรวมของ Hudsonball
2.1 เริ่มจากผลการแข่งขันทั้งหมด 9 นัดเท่าที่ Hudson ได้คุมทีม และสถิติที่น่าสนใจจากเกมเหล่านั้น
*หมายเหตุ: เลขของไทยอยู่ด้านหน้าเสมอ; สีเหลืองหมายถึงเกมเยือน
จากสถิติ Hudsonball ไม่ใช่ฟุตบอลที่มีรูปแบบชัดเจน นั่นคือ “ไม่มีทรง” นั่นเอง ในนัดแรก Hudson ต้องการลองทีมเพราะเป็นนัดแรกที่คุม เกมค่อนข้างเปิด กลางถูก contested อย่างมาก แสดงออกมาถึง % การครองบอลที่แทบแบ่งครึ่ง แต่นัดต่อมาเยือนศรีลังกา หาก Hudson ต้องการให้ทีมไทยเล่นแบบ “มีทรง” การครอบครองบอลของไทยควรสูงกว่านี้ เนื่องจากเราต้องยอมรับตามตรงว่าทีมศรีลังกาเป็นทีมที่มีระดับชั้นต่ำกว่าไทยมาก แม้จะใช้ลูกครึ่งมากขึ้น แต่คุณภาพลูกครึ่งเหล่านั้น 90% เล่นในลีกภูมิภาคยุโรปเท่านั้น แต่กลายเป็นว่า Hudson ปล่อยให้ศรีลังกาครอบครองบอล แล้วชนะ 4-0
หรือในเกมกับเติร์กเมนิสถาน คู่แข่งได้เปรียบและปล่อยให้ไทยครองบอล จากจำนวนครั้งที่ฟาวล์ก็ชัดว่าพวกเขาต้องการให้ไทยครองบอลไปเรื่อยๆ แต่ตัดฟาวล์บ่อยๆ (23 ครั้ง) เพื่อทำลายความต่อเนื่องของจังหวะ และสิ่งที่ Hudson ทำคือเพิ่มจุดที่ไม่ใช่จุดเด่นของไทยให้ “ใช้งานได้” จนสุดท้ายได้มา 2 ประตูจากลูกเตะมุม
ต่อมาในเกมกับคูเวต ซึ่งแทบไม่มีผลชี้เป็นชี้ตาย Hudson ก็ค่อนข้างเปิดเกม และสุดท้ายกองกลางถูก contested และไม่สามารถเอาชนะได้ ส่วนไปเยือนจีน เขาปรับเป็นหลังสามและอุดเอาผลและก็ได้มา ซึ่งแม้จีนมีโอกาสยิงเยอะมาก 23-24 ครั้ง แต่ยิงเข้ากรอบได้เพียง 6 ครั้งเท่านั้น
จำนวนครั้งที่ทำฟาวล์ก็เป็นที่น่าสังเกตว่า ส่วนมาก ไทยภายใต้ Hudson จะทำฟาวล์มากกว่าคู่แข่ง ซึ่งตอกย้ำว่านี่อาจเป็นบอลไม่มีทรง ที่เน้นปลอดภัยไว้ก่อนยิงกว่าการเล่นที่ต่อเนื่องสวยงาม
ในฟุตบอล AFF Cup Hudson ก็พยายามเล่นให้ได้ผล โดยใช้ (1) ชุด C ซึ่งแม้จะมีตัวหลักบ้าง แต่ตัวหลักพวกนั้นผ่านจุดสูงสุดมานานมากแล้ว (2) ประหยัดแรงเท่าที่ทำได้ เพราะบอลลีกปิดฤดูกาลอยู่ จะเร่งให้แรงถึงฟิตมากใน 10 วันก็เป็นไปได้ยาก และ (3) เดินทางเหย้าเยือนทุกนัด ซึ่งผลชนะ 4 นัด ไม่เสียประตู อาจไม่เกิดขึ้นถ้าไม่ยอมเล่นฟุตบอลที่น่าเบื่อแบบนี้
2.2 แล้วอะไรคือ Hudsonball?
สิ่งที่เราสังเกตได้ด้วยตาเปล่าและหลักฐานสาธารณะคือ Hudsonball ไม่มีรูปแบบตายตัว และขึ้นกับ “โจทย์” ของแต่ละช่วงที่ต้องแข่งขัน โดยมีโจทย์ข้อย่อยคือคู่แข่งในแต่ละนัดและสถานการณ์เฉพาะหน้า งั้นแปลว่า Hudsonball คือมั่ว? จากหลักฐานที่มี ไม่น่าจะใช่การมั่ว เพราะถ้าบอกว่า “แค่โชคดี” มันก็ยากที่จะบอกว่าโชคดีเกือบ 10 นัดติด แต่อาจบอกได้ว่า มันคือรูปแบบการคิด กล่าวคือ เอาโจทย์มาตั้งแล้วถามว่าจะแก้ยังไง? อะไรคือวิธีแก้ที่ได้ผล, ต้นทุนต่ำที่สุด, และความเสี่ยงทางฟุตบอลต่ำที่สุด
ตัวอย่างเช่น ทำยังไงให้เข้ารอบ AFF โดยเป็นที่ 1 ของกลุ่ม และคู่แข่งคือพม่า? Hudsonball จะเริ่มคิดว่าพม่าเล่นบอลยังไง คำตอบคือ บอลพม่าเคลื่อนที่ค่อนข้างช้า จำนวนการออกบอลต่อเกมค่อนข้างต่ำ ใน 3 นัดแรก ไทยที่เล่นได้น่าเบื่อสุดๆ จ่ายบอลไปทั้งหมด 576, 542, และ 542 ครั้ง ส่วนพม่าคือ 286, 235, และ 327 ครั้ง ดังนั้นการปล่อยให้พม่าครองบอลมากกว่าไทย อาจไม่ได้สร้างความอันตรายได้มากนัก (ซึ่งในเกมจริงพม่าได้ยิง 10 ครั้ง เข้ากรอบเพียง 2 ครั้งเท่านั้น ส่วนจังหวะที่พม่าได้ยิงชนเสา-คาน 2 ครั้งนั้น จากที่ผมดูในสนาม มันเกิดจากจังหวะที่นักเตะฝ่ายไทยเข้าไปบีบไม่เร็วพอ จนพม่ามีเวลาเล็งทำให้ยิงได้เกือบดี จังหวะแบบนี้ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากแรงไม่ถึงและเคมีที่ยังไม่เข้าขาของนักเตะทั้งทีม ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ Hudson จะต้องเก็บรายละเอียดเหล่านี้ไปปรับปรุงต่อไป)
ในกรอบการตัดสินใจแบบ Hudsonball ผลคือ ปล่อยพม่าครองบอลไป ปิดพื้นที่ให้โอกาสยิงน้อย ลูกเปิดครอสมาก็เข้าไปพัวพันให้พม่ายิงไม่ถนัด โดยไม่ต้องครองเกมตลอดเวลา ไม่ต้องเพรสซิ่ง ออมแรงนักเตะไป และยิ่งพอขึ้นนำเร็วจากจุดโทษ การเล่นก็ยิ่งอนุรักษ์นิยมมากขึ้นไปอีก กล่าวคือ ไม่ต้องเสี่ยงอะไรทั้งนั้น แค่ประคองให้จบเกมไป
ถามว่าน่าเบื่อไหม? น่าเบื่อสุดๆ น่าเบื่อมากๆ แต่ก็เป็นกรอบการตัดสินใจที่เข้าใจได้
2.3 สรุป Hudsonball
Hudsonball คือฟุตบอลที่ไม่มีรูปแบบอะไรชัดเจน ไม่มีแผนที่ต้องการเล่นเป็นหลัก คำถามที่ Hudson เริ่มไม่ใช่ “ผมอยากให้ฟุตบอลไทยเล่นแบบไหน” นั่นไม่ใช่คำถามตั้งต้นในหัวเขาเลย คำถามของ Hudsonball คือ “โจทย์คืออะไร คู่แข่งเป็นยังไง เป้าหมายของเราคืออะไร และทำยังไงให้ทีมไทยได้ตามเป้าหมายได้โดยมีความเสี่ยงและต้นทุนต่ำที่สุด” เราจะเห็นว่าเขาใช้กรอบคิดหลังแทบจะตั้งแต่นัดเยือนศรีลังกาเป็นต้นมา
3. เราด่า Hudson และ Hudsonball ไม่ได้เลยเหรอ?
3.1 เราอยากได้อะไรจากบอลทีมชาติไทย?
ถ้าคำตอบคือ บอลดูสนุก ดูมันส์ เล่นแล้ว “สมเป็นทีมชาติไทย” ต้องบุก ต้องครองบอล ยังไง Anthony Hudson ก็ไม่มีทางเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
ถ้าคำตอบคือ ทั้งบุกสนุกและชนะด้วย นั่นอาจไม่เกี่ยวกับตัวโค้ช เพราะอาจเป็นความคาดหวังที่สูงเกินไปเมื่อเทียบกับความสามารถของวงการฟุตบอลไทยในปัจจุบัน
ถ้าคำตอบคือ บอลที่มีผลงานตามที่ควรคาดหวัง บอลอาเซียนต้องเข้าชิง บอลเอเชียต้องเข้ารอบสาม เจอทีมใหญ่ต้องแพ้ยาก และเก็บผลเสมอหรือพลิกชนะได้บางครั้ง Hudson ก็—อาจ—เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมตัวเลือกหนึ่ง ตรงนี้เรายังไม่รู้ว่าเจอทีมใหญ่จริงๆ แล้วจะเป็นยังไง แต่จากประวัติของเขา เขาทำให้ New Zealand เสมอกับทีมอย่างเปรูได้ 0-0 และมีลุ้นไปบอลโลก 2018 จริงๆ อีกเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
3.2 แล้วเราควรคาดหวังอะไร? เราควรด่า Hudsonball จากอะไร?
แน่นอนครับ ไม่มีอะไรที่อยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์ สังคมไทยเป็นสังคมที่รองรับเสรีภาพในการพูดในระดับหนึ่งอยู่แล้ว สิ่งที่เราควรวิจารณ์ Hudsonball คือ “ผลการแข่งขัน” ครับ เพราะ Hudsonball เขาตั้งใจมาขาย “บอลเน้นผล” อยู่แล้ว (เราควร discount บทสัมภาษณ์ตอนรับงานให้มากๆ เนื่องจากสิ่งที่ปรากฏในสนาม มันไม่ได้สอดคล้องกับที่พูด) ถ้าผลการแข่งขันมันมาตามความคาดหวังที่ทีมไทยควรมี แสดงว่า Hudsonball ทำงานได้ แต่ถ้าวันหนึ่งแพ้พม่า แพ้บังคลาเทศ แพ้ไต้หวัน โดนอิรักถล่มขาด 5-0 แพ้ญี่ปุ่น 6-0 และมีผลการแข่งขันที่สวนทางกับความคาดหวังอย่างต่อเนื่อง เราควรด่า Hudsonball อย่างเต็มที่ เพราะผลการงานคือสิ่งที่เขาพยายามขาย และ Hudsonball ก็ไม่ควรมีข้อแก้ตัวว่า “เรามาถูกทางแล้ว เรากำลังสร้างทีม”
4. บทสรุป
Hudsonball เป็นฟุตบอลปฏิบัตินิยม (pragmatic football) ไม่ใช่บอลมั่ว ที่เราไม่ควรไปคาดหวังให้ดูสนุก บุกดุดัน มันไม่ใช่ในทุกอนู และ Hudson ก็ไม่ควรเปลี่ยนธรรมชาติตนเองไปทำแบบนั้น Hudsonball ขายผลการแข่งขันตามความคาดหวัง ก็ควรตัดสินว่าผลการแข่งขันเป็นไปตามความคาดหวัง
ในบทความต่อไป เราจะมารู้จักเขามากขึ้นว่า Anthony Hudson ชายคนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง จุดต่ำสุดในอาชีพคืออะไร ย่ำแย่แค่ไหน และช่วงเวลาอันเลวร้ายนั้นได้ให้บทเรียนอะไรกับ Hudson บ้าง
สถิติจาก Playerstats
ป.ล. กระทู้เก่ามีปัญหาทางเทคนิค