ประสบการณ์จากคนที่ใกล้เกษียน

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับ ผมอยากแชร์ประสบการณ์จากชีวิตผู้ชายคนหนึ่งที่เดินทางผ่านร้อนผ่านหนาวกับการเดินทางทำงานมานานหลายปี  ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวคร่าวๆก่อน ผมทำงานเป็นวิศวะกรไฟฟ้า เมนหลักๆคือเขียนพวกโปรแกรม PLC เครื่องจักรหรือระบบ Automations ต่างๆ ทำงานโรงงานใหญ่ๆในประเทศมาหลายบริษัท จนบั้นปลายช่วงท้ายของการทำงานผมได้มาทำงานงานบริษัทต่างชาติเกี่ยวกับ GSE (Ground service support) ในสนามบิน พูดง่ายๆคือ อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อสนับสนุนเครื่องบินให้สามารถบินได้ตามตาราง เพราะฉะนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จำเป็นไปยังประเทศต่างๆที่ product ของเราไปที่นั่น เพื่อส่งมอบ /  ซ่อมแซ่ม / Preventive maintenance / Training ลูกค้า  จริงๆแล้วไม่เคยได้นับจริงจังว่าไปมาแล้วกี่ประเทศ แต่คร่าวๆน่าจะมีสัก 25-30 ประเทศ โดย 100% จะเป็นประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว ประเทศที่ดูล้าหลังสุดก็น่าจะเป็น เวียดนาม อินโด มาเลเซีย นอกนั้นก็พวกฝั่ง Scandinavia เดนมาร์ก สวิเดน เยอรมัน
  จากประสบการณ์ในการเดินทางไปทำงานและได้พูดคุยกับคนในพื้นที่ ทุกทีมีเรื่องที่บ่นกับรัฐบาลตัวเองกันหมด (ประเทศเจริญแล้วก็บ่นกันได้ 555) มากน้อยแตกต่างกันไป เนื่องจากคนทำงานประเทศเหล่านั้นจ่าย Tax กันสูงปริ๊ตตตอยู่ (40%++ อยู่ที่รายรับแตกต่างกันไป) แต่พวกเขาดูจะมั่นใจกับชีวิตบั้นปลายว่าชีวิตหลังเกษียนเขาไม่จำเป็นต้องลำบากมากอีกต่อไปเพราะภาษีที่เขาเสียไปให้รัฐบาลยังไงก็ย้อนกลับมาดูแลเขาอยู่ดี ซึ่งส่วนตัวผมก็มองว่ามันดีนะเหมือนลำบากก่อนสบายที่หลัง เพราะถ้าอายุ 60+ คงไม่มีใครอยากตื่นเช้าๆฝ่ารถติดไปทำงานหนักๆเพราะเงินหรอก นอกเหนือจากนั้นภาษีที่พวกเขาเสียไปก็ตกไปกับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่นั่นคงไม่ต้องบอกว่าเป็นยังไง พัฒนาแทบทุกมิติ เอาแค่พื้นฐานนะผมพยายามขับรถหาหลุมบนถนนสายรองของบ้านเขาแต่ช่างหายากจริงๆ อิฐ หิน ปูน ทราย ที่นั่นคุณภาพน่าจะดี 555  คือจริงๆแล้วจากการสังเกตุเท่าที่เดินทางไปยังประเทศที่มีการคอรัปชั่นน้อยๆ คนในประเทศเขาดูมีความสุขและรู้สึกคุ้มค่ากับภาษีที่จ่ายไปจริงๆ การใช้จ่ายภาษีทุกบาททุกสตางค์อย่างคุ้มค่านำมาซึ่งการพัฒนาระบบโครงสร้างในหลายๆด้านอย่างครบวงจรทำให้คนในประเทศนั้นๆมีความสุขขึ้นมาก การคอรัปชั่น คือ ต้นตอของปัญหาทุกๆอย่างตั้งแต่เกิดยันตายโดยเฉพาะในประเทศที่ด้อยพัฒนา ยิ่งคนในประเทศขาดความรู้ความเข้าใจเลห์เหลี่ยมนักการเมืองยิ่งไปกันใหญ่ อันนี้เรื่องจริง
   โอเค บ่นจบแล้วตามประสาคนแก่ หันกลับมาที่ประเทศตัวเอง คำถามคือ วัยใกล้เกษียนอย่างเราเมือเกษียนไปแล้วจะเป็นยังไงน้า แน่ล่ะแก่แล้วก็ต้องใช้เงิน ทำอะไรบ้างล่ะ ก็มี ค่ากิน ค่ารักษาพยาบาล ค่าเที่ยว (จริงๆการเที่ยวไม่มีอยู่ในหัวแล้ว เห็นโลกนี้มาจนคิดว่าน่าจะพอแล้ว ไม่ดิ้นรนเพิ่มแล้ว) เงินที่ต้องใช้นอกจากเงินที่เราเก็บไว้เองแล้ว เงินสวัสดิการที่ได้คืนจากรัฐสมัยที่ยังเสียภาษีรายได้ส่วนบุคคล ปีหนึ่งหลังหักลดหย่อนแล้วก็เสียเป็นแสนอยู่นะ ตอนที่เกษียนแล้วได้คืนอะไรบ้าง ก็มี เบี้ยคนชรา 600 บ ประกันสังคม คร่าวๆน่าจะสัก 7000-8000 บ ขึ้นอยู่กับฐานเงินเดือนและช่วงเวลาสะสมอีก ไม่ได้มาจากรัฐฟรีๆนะ อ้าว งานไส้ล่ะ รวมกันไม่ยังไม่ถึง 10000 บ ต่อเดือนเลย ถ้าไม่ดึงเงินเก็บมาใช้น่าจะอยู่ยากในยุคนี้ นอกจากจะมีเงินเก็บเยอะหน่อย 5-6 ล.บ ก็เอาไปลงทุนหุ้นปันผลให้ได้สัก 6-8 % / ปี เพื่อให้ได้กระแสเงินสดมาใช้ กินดอกไปเรื่อยๆเหลือต้นเก็บไว้ให้ลูกหลานก็พอได้อยู่นะ แต่จะมีสักกี่คนที่มีเงินเก็บมากขนาดนั้นนอกจากวางแผนก่อนเกษียนไว้ดี นี่คือสิ่งที่สำคัญมากๆในวัยที่ทุกคนยังมีแรงอยากให้เริ่มเลย อย่าไปคิดว่า เด่ยวค่อยเก็บๆ เก็บน้อยก็ถือว่าเก็บนะ เราอยู่ในประเทศที่เราต้องพึ่งพาตัวเองและปกป้องตัวเองให้มากที่สุด อย่าคาดหวังอะไรกับใครมาก ไม่มีใครอยากช่วยกันโดยไม่ได้รับผลต่างตอบแทนหรอก เพราะ ตนคือที่พึ่งแห่งตนที่แท้ทรู



โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่