😮‍💨 ตรวจพบสารโลหะหนัก แคดเมี่ยม,ตะกั่ว,สารหนู เกินค่ามาตรฐานในพืชผักอื้อ ที่ลุ่มน้ำกก อ.แม่อาย แนะรัฐเร่งเตือนประชาชน

       วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานเกษตรอำเภอแม่อาย ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเชียงใหม่ ได้ดำเนินการตรวจวิเคราะห์หาสารปนเปื้อนจากพืชบริเวณริมแม่น้ำกก ในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ โดยอ้างอิงค่ามาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เก็บตัวอย่างตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568-พฤษภาคม 2569 รวม 6 ครั้ง โดยผลการตรวจดังกล่าวไม่เคยนำมาเปิดเผยให้กับประชาชนทราบมาก่อน อย่างไรก็ตามล่าสุดได้มีการนำผลตรวจครั้งนี้ส่งต่อมายังไลน์กลุ่มเครือข่ายประชาชนปกป้องแม่น้ำกก-สาย

       ผลการตรวจแสดงให้เห็นว่า มีการปนเปื้อนของสารโลหะหนักในพืชผลทางการเกษตรแต่ละครั้งมีความเข้มข้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามลำดับ โดยผล
*การตรวจครั้งแรก เก็บตัวอย่างวันที่ 18 ธันวาคม 2568 รายงานผลวันที่ 8 เมษายน 2569 พบว่าจากพืช 11 ชนิด พบสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน 7 ชนิด เช่น ดอกหอม (แคดเมียม 0.455 จากค่ากำหนดไม่เกิน 0.3) กะหล่ำดอก (แคดเมียม 2.199 จากค่ากำหนดไม่เกิน 2.0) พริกขี้หนูผลใหญ่ (แคดเมียม 0.231 จากค่ากำหนดไม่เกิน 0.05) แตงร้าน (แคดเมียม 0.161 จากค่ากำหนดไม่เกิน 0.05) และเสาวรส (แคดเมียม 0.132 จากค่ากำหนดไม่เกิน 0.01)

*เก็บตัวอย่างครั้งที่สอง วันที่ 23 มกราคม 2569 รายงานผลวันที่ 8 เมษายน 2569 ตรวจพืช 11 ชนิด พบการปนเปื้อนเกินค่า 5 ชนิด อาทิ พริกขี้หนู ผักกาดเขียวปลี ถั่วพุ่ม และมะเขือม่วง ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตุว่ามีสารโลหะหนักเกินค่าสองชนิดได้แก่ ตะกั่วและแคดเมียม

*เก็บตัวอย่างครั้งที่สาม วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เก็บตัวอย่างพืช 12 ชนิด พบการปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน 10 ชนิด อาทิ กระเทียม สับปะรด มะเขือม่วง พริกขี้หนู มะเขือยาว ข่า และข้าวโพดหวาน ซึ่งเกินค่าทั้งสารหนูและแคดเมียม  

*เก็บตัวอย่างครั้งที่สี่ วันที่ 30 มีนาคม 2569 ตรวจพืช 11 ชนิด พบการปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานทั้ง 11 ชนิด อาทิ แตงกวา ฝรั่ง มะม่วง มันเทศญี่ปุ่น มีการปนเปื้อนทั้งตะกั่ว แคดเมียม และสารหนู

*เก็บตัวอย่างครั้งที่ห้า วันที่ 20 เมษายน 2569 ตรวจพืช 4 ชนิด พบการปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 4 ชนิด อาทิ กระเทียม ถั่วฝักยาว มีการปนเปื้อนทั้งตะกั่วและแคดเมียม และพบสารหนูในระดับที่น่ากังวลแต่ไม่เกินมาตรฐาน

*เก็บตัวอย่างครั้งที่หก วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เก็บตัวอย่างตรวจพืช 4 ชนิด พบการปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน ทั้ง 4 ชนิด อาทิ มะเขือเปราะ และบวบ มีการปนเปื้อนทั้งแคดเมียมและสารหนู

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นที่น่าสังเกตว่าการเก็บตัวอย่างมีจำนวนชนิดพืชน้อยลงเรื่อยๆ หลังจากมีการตรวจพบสารโลหะหนักกระจายไปในพืชหลากหลายชนิดขึ้นเรื่อยๆ โดยผลการตรวจที่หลุดออกมาครั้งนีทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางว่า หน่วยงานราชการปกปิดผลการตรวจจนชาวบ้านมาทราบเอาเอง ทำให้หลายคนรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นห่วงสุขภาพประชาชนอย่างจริงใจ แต่เป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการท่องเที่ยงและเศรษฐกิจของรัฐบาล
       ผศ.ดร.ว่าน วิริยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าจากการดูผลตรวจนี้ พบว่ามีการปนเปื้อนโลหะหนักเกินค่ามาตรฐานหลายชนิด ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์ควรระงับการบริโภคพืชผักเหล่านี้ทันที โดยพบแคดเมียมสูงมาก แต่การตรวจคุณภาพน้ำแม่น้ำกก ก็ไม่ได้พบแคดเมียมสูงขนาดนี้ เราไม่รู้ว่าพื้นที่ตรวจห่างจากแม่น้ำกกขนาดไหน เป็นพื้นที่น้ำท่วมหรือไม่ หากไม่ใช่พื้นที่น้ำท่วมแต่ยังพบแคดเมียมก็ต้องหาสาเหตุ และการการปนเปื้อนนี้ไม่จำเพาะว่าเป็นพืชชนิดไหน ปนเปื้อนกระจายไปหมด

“อยากรู้ว่าจุดที่เก็บคือบริเวณไหน แคดเมียมมีหลายสาเหตุ เช่น ชั้นดินที่มีแคดเมียมอยู่แล้วใส่ปุ๋ยฟอสเฟสทำให้พืชจับแคดเมียมได้มากขึ้น หรือ ตะกอนจากเหมืองแร่ที่พัดพามาสะสม ค่าเกินเพราะอะไร มาจากไหน ไม่ได้เกินแค่แคดเมียมแต่มีสารอื่นๆ ด้วย ต้องตรวจซ้ำ หากตรวจซ้ำแล้วยังพบ แปลว่าพื้นที่นี้เสี่ยงต่อการเพาะปลูก ต้องฟื้นฟู หรือปลูกพืชอื่นที่มิใช่อาหาร ผมไม่อยากให้ตื่นตระหนก แต่มันก็เกินจริงๆ และจะเป็นอันตรายจริงๆ ดังนั้นพืชผลเหล่านี้ก็ควรหลีกเลี่ยง ไม่ควรใช้ผลผลิตเหล่านี้เข้าสู่ท้องตลาด” ดร.ว่าน กล่าว

       ผู้สื่อข่าวถามว่าภาครัฐ การจะแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวัง ควรมีมาตรการอย่างไร ดร.ว่าน ตอบว่าเท่าที่ทราบจากที่ประชุมจังหวัดคือไม่เคยมีเกินขนาดนี้มาก่อน แต่ไม่รู้ว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไร เท่าที่เห็นคือแจ้งเตือนไปยังเกษตรอำเภอเพื่อแจ้งชาวบ้าน แต่กรณีนี้ยังไม่ชัดเจน เก็บตัวอย่างหลายครั้ง นานมาแล้ว ผลผลิตเหล่านี้ไปสู่ท้องตลาดแล้ว มันผ่านไปแล้ว ควรเป็นข้อมูลที่ทันการณ์

       กรณี อ.แม่สาย น้ำในคลองชลประทาน ที่ตรวจพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 30 เท่า ตะกั่ว 4-5 เท่า กระบวนการควร real time เช่นตอนนี้ค่าความเข้มข้นสูงงดการนำน้ำเข้านา หรือบำบัดก่อน ผลผลิตในฤดูกาลต่อไปต้องตรวจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าน้ำและดินที่กระทบต่อเกษตรแบบนี้ รัฐควรมามาตรการแบบไหน ตอบว่าต้องจริงจัง ไม่ใช่ปล่อยละเลย บอกว่าได้ทำแล้ว ตอนนี้ไม่มีรูปธรรมในการแก้ปัญหาเลย

       ถามว่าน้ำโขงและสาละวิน ในฤดูฝนกำลังเอ่อท่วม  ตอบว่าน้ำช่วงนี้ขุ่นมาก ตรวจที่เชียงราย แม่น้ำกก มีการปนเปื้อนสูง น้ำขึ้นและค่าสารหนูสูง ประชาชนควรได้ทราบข้อมูล
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่