
มีใครเคยสงสัยไหมครับว่า… ดึงหน้าแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิตหรือเปล่า?
คำถามนี้เป็นคำถามที่หมอเจอจากคนไข้บ่อยมากครับ
“หมอคะ ถ้าดึงหน้าแล้ว หน้าจะตึงไปตลอดชีวิตไหม?”
หมอมักตอบตรง ๆ ว่า
“ไม่ครับ เพราะการดึงหน้าไม่ได้หยุดความแก่ของเรา”
บางคนพอได้ยินแบบนี้ก็อาจสงสัยว่า
“ถ้าอย่างนั้น แล้วจะดึงหน้าไปทำไม?”
จริง ๆ แล้วต้องเข้าใจก่อนครับว่า การดึงหน้าไม่ได้มีหน้าที่ทำให้เรา “ไม่แก่” แต่เป็นการช่วย
แก้ความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นแล้ว และทำให้ใบหน้ากลับไปดูอ่อนวัยขึ้นในระดับหนึ่ง
ลองนึกภาพง่าย ๆ ครับ
สมมติว่าวันนี้เราอายุ 50 ปี และเริ่มมีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง หรือผิวบริเวณใบหน้าและลำคอหย่อนลง
การดึงหน้าก็เหมือนการช่วยจัดการกับปัญหาเหล่านี้ ณ เวลานั้น
หลังจากผ่าตัดแล้ว ใบหน้าจะกลับมากระชับขึ้น แต่
นาฬิกาของร่างกายไม่ได้หยุดเดินครับ
เรายังอายุ 51, 52, 53 ปีต่อไปเรื่อย ๆ
ผิวก็ยังมีการเปลี่ยนแปลง
ไขมันบนใบหน้าก็ยังเปลี่ยน
กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อก็ยังเปลี่ยนตามวัย
รวมถึงแรงโน้มถ่วงที่ยังทำให้ใบหน้าค่อย ๆ หย่อนลงตามธรรมชาติ
ดังนั้น การดึงหน้าจึงไม่ได้หมายความว่า
ดึงครั้งเดียวแล้วหน้าจะตึงเหมือนวันผ่าตัดไปตลอดชีวิต
แต่สิ่งที่การดึงหน้าช่วยทำ คือ
พาใบหน้ากลับไปในจุดที่ดูอ่อนวัยขึ้นก่อนที่จะปล่อยให้ความหย่อนคล้อยดำเนินต่อไป
แล้วถ้าผ่านไปหลายปี หน้าจะกลับมาหย่อนอีกไหม?
มีโอกาสครับ เพราะเรายังแก่ตามธรรมชาติ
แต่ไม่ได้หมายความว่า พอผ่านไปไม่กี่ปีแล้วหน้าจะกลับมาหย่อนเหมือนเดิมทันที
ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ สมมติคนสองคนอายุเท่ากัน
คนหนึ่งไม่เคยผ่าตัด ส่วนอีกคนเคยดึงหน้าแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองคนก็ยังแก่ขึ้นเหมือนกัน แต่คนที่เคยดึงหน้าอาจยังคงมีใบหน้าที่ดูอ่อนวัยและกระชับกว่า เมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด
เพราะฉะนั้น หมอจึงไม่อยากให้คนไข้มองว่า
“ดึงหน้าแล้วจะไม่แก่”
แต่ควรมองว่า
“ดึงหน้าแล้ว เราสามารถย้อนความหย่อนคล้อยของใบหน้าไปได้บางส่วน และหลังจากนั้นก็ปล่อยให้ใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามวัย”
แล้วดึงหน้าอยู่ได้นานแค่ไหน?
คำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ครับ
เพราะแต่ละคนมีปัจจัยไม่เหมือนกัน
บางคนผิวดี ยืดหยุ่นดี ดูแลตัวเองดี น้ำหนักค่อนข้างคงที่ และไม่ได้สูบบุหรี่ ผลลัพธ์ก็อาจคงอยู่ได้นาน
ในขณะที่บางคนผิวหย่อนง่าย น้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ หรือมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ผิวและเนื้อเยื่อเปลี่ยนเร็ว ผลลัพธ์ก็อาจเปลี่ยนเร็วกว่า
นอกจากนี้
เทคนิคการผ่าตัดและการแก้ปัญหาที่ตรงกับสาเหตุของแต่ละคนก็มีความสำคัญ เพราะใบหน้าของแต่ละคนไม่ได้หย่อนเหมือนกันทั้งหมด
บางคนปัญหาหลักอยู่ที่ผิว
บางคนมีแก้มตกและกรอบหน้าไม่ชัด
บางคนมีปัญหาใต้คางและลำคอร่วมด้วย
บางคนมีการเปลี่ยนแปลงของไขมันบนใบหน้าร่วมด้วย
ดังนั้น ก่อนจะบอกว่าควรดึงหน้าแบบไหน หมอจึงต้องดูก่อนว่า
“อะไรคือสาเหตุที่ทำให้หน้าดูแก่และหย่อนในคนไข้คนนั้น”
เพราะการดึงหน้าไม่ใช่แค่การดึงผิวให้ตึงอย่างเดียวครับ
สิ่งที่หมออยากให้เข้าใจก่อนตัดสินใจดึงหน้า
หมอคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ
อย่าตั้งความหวังว่าการผ่าตัดจะหยุดการแก่ของเรา
ไม่มีการผ่าตัดไหนหยุดเวลาได้ครับ
สิ่งที่เราทำได้คือ แก้ไขความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว และทำให้ใบหน้ากลับมาดูสดใสและอ่อนวัยขึ้นอย่างเหมาะสม
และเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ยังแก่ต่อไปตามธรรมชาติ
เพราะฉะนั้น หมอไม่อยากให้คนไข้คิดว่า
“ดึงหน้าแล้วต้องตึงไปตลอดชีวิต”
แต่ควรคิดว่า
“ดึงหน้าเพื่อให้หน้ากลับมากระชับ ดูสดใส และคงความอ่อนวัยให้นานที่สุด”
ที่สำคัญ ผลลัพธ์ที่ดีในมุมของหมอ ไม่ใช่การทำให้คนอื่นเห็นแล้วรู้ทันทีว่าเราไปผ่าตัดมา
แต่คือการที่คนรอบข้างมองแล้วรู้สึกว่า
“ช่วงนี้ดูสดใสขึ้นนะ ไปทำอะไรมา?”
โดยที่ยังดูเป็นตัวเราเอง
เพราะสุดท้ายแล้ว การดึงหน้าที่ดีไม่ควรทำให้เรา
“ดูเหมือนคนอื่น”
แต่ควรทำให้เรา
“ดูเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสและอ่อนวัยขึ้น” ครับ
ดึงหน้า...อยู่ได้ตลอดชีวิตไหม ?
มีใครเคยสงสัยไหมครับว่า… ดึงหน้าแล้วอยู่ได้ตลอดชีวิตหรือเปล่า?
คำถามนี้เป็นคำถามที่หมอเจอจากคนไข้บ่อยมากครับ
“หมอคะ ถ้าดึงหน้าแล้ว หน้าจะตึงไปตลอดชีวิตไหม?”
หมอมักตอบตรง ๆ ว่า
“ไม่ครับ เพราะการดึงหน้าไม่ได้หยุดความแก่ของเรา”
บางคนพอได้ยินแบบนี้ก็อาจสงสัยว่า
“ถ้าอย่างนั้น แล้วจะดึงหน้าไปทำไม?”
จริง ๆ แล้วต้องเข้าใจก่อนครับว่า การดึงหน้าไม่ได้มีหน้าที่ทำให้เรา “ไม่แก่” แต่เป็นการช่วย แก้ความหย่อนคล้อยที่เกิดขึ้นแล้ว และทำให้ใบหน้ากลับไปดูอ่อนวัยขึ้นในระดับหนึ่ง
ลองนึกภาพง่าย ๆ ครับ
สมมติว่าวันนี้เราอายุ 50 ปี และเริ่มมีปัญหาแก้มตก กรอบหน้าไม่ชัด มีเหนียง หรือผิวบริเวณใบหน้าและลำคอหย่อนลง
การดึงหน้าก็เหมือนการช่วยจัดการกับปัญหาเหล่านี้ ณ เวลานั้น
หลังจากผ่าตัดแล้ว ใบหน้าจะกลับมากระชับขึ้น แต่ นาฬิกาของร่างกายไม่ได้หยุดเดินครับ
เรายังอายุ 51, 52, 53 ปีต่อไปเรื่อย ๆ
ผิวก็ยังมีการเปลี่ยนแปลง
ไขมันบนใบหน้าก็ยังเปลี่ยน
กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อก็ยังเปลี่ยนตามวัย
รวมถึงแรงโน้มถ่วงที่ยังทำให้ใบหน้าค่อย ๆ หย่อนลงตามธรรมชาติ
ดังนั้น การดึงหน้าจึงไม่ได้หมายความว่า ดึงครั้งเดียวแล้วหน้าจะตึงเหมือนวันผ่าตัดไปตลอดชีวิต
แต่สิ่งที่การดึงหน้าช่วยทำ คือ พาใบหน้ากลับไปในจุดที่ดูอ่อนวัยขึ้นก่อนที่จะปล่อยให้ความหย่อนคล้อยดำเนินต่อไป
แล้วถ้าผ่านไปหลายปี หน้าจะกลับมาหย่อนอีกไหม?
มีโอกาสครับ เพราะเรายังแก่ตามธรรมชาติ
แต่ไม่ได้หมายความว่า พอผ่านไปไม่กี่ปีแล้วหน้าจะกลับมาหย่อนเหมือนเดิมทันที
ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ สมมติคนสองคนอายุเท่ากัน
คนหนึ่งไม่เคยผ่าตัด ส่วนอีกคนเคยดึงหน้าแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองคนก็ยังแก่ขึ้นเหมือนกัน แต่คนที่เคยดึงหน้าอาจยังคงมีใบหน้าที่ดูอ่อนวัยและกระชับกว่า เมื่อเทียบกับก่อนผ่าตัด
เพราะฉะนั้น หมอจึงไม่อยากให้คนไข้มองว่า
“ดึงหน้าแล้วจะไม่แก่”
แต่ควรมองว่า
“ดึงหน้าแล้ว เราสามารถย้อนความหย่อนคล้อยของใบหน้าไปได้บางส่วน และหลังจากนั้นก็ปล่อยให้ใบหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามวัย”
แล้วดึงหน้าอยู่ได้นานแค่ไหน?
คำถามนี้ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ครับ
เพราะแต่ละคนมีปัจจัยไม่เหมือนกัน
บางคนผิวดี ยืดหยุ่นดี ดูแลตัวเองดี น้ำหนักค่อนข้างคงที่ และไม่ได้สูบบุหรี่ ผลลัพธ์ก็อาจคงอยู่ได้นาน
ในขณะที่บางคนผิวหย่อนง่าย น้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ หรือมีปัจจัยอื่นที่ทำให้ผิวและเนื้อเยื่อเปลี่ยนเร็ว ผลลัพธ์ก็อาจเปลี่ยนเร็วกว่า
นอกจากนี้ เทคนิคการผ่าตัดและการแก้ปัญหาที่ตรงกับสาเหตุของแต่ละคนก็มีความสำคัญ เพราะใบหน้าของแต่ละคนไม่ได้หย่อนเหมือนกันทั้งหมด
บางคนปัญหาหลักอยู่ที่ผิว
บางคนมีแก้มตกและกรอบหน้าไม่ชัด
บางคนมีปัญหาใต้คางและลำคอร่วมด้วย
บางคนมีการเปลี่ยนแปลงของไขมันบนใบหน้าร่วมด้วย
ดังนั้น ก่อนจะบอกว่าควรดึงหน้าแบบไหน หมอจึงต้องดูก่อนว่า “อะไรคือสาเหตุที่ทำให้หน้าดูแก่และหย่อนในคนไข้คนนั้น”
เพราะการดึงหน้าไม่ใช่แค่การดึงผิวให้ตึงอย่างเดียวครับ
สิ่งที่หมออยากให้เข้าใจก่อนตัดสินใจดึงหน้า
หมอคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าตั้งความหวังว่าการผ่าตัดจะหยุดการแก่ของเรา
ไม่มีการผ่าตัดไหนหยุดเวลาได้ครับ
สิ่งที่เราทำได้คือ แก้ไขความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว และทำให้ใบหน้ากลับมาดูสดใสและอ่อนวัยขึ้นอย่างเหมาะสม
และเมื่อเวลาผ่านไป เราก็ยังแก่ต่อไปตามธรรมชาติ
เพราะฉะนั้น หมอไม่อยากให้คนไข้คิดว่า
“ดึงหน้าแล้วต้องตึงไปตลอดชีวิต”
แต่ควรคิดว่า
“ดึงหน้าเพื่อให้หน้ากลับมากระชับ ดูสดใส และคงความอ่อนวัยให้นานที่สุด”
ที่สำคัญ ผลลัพธ์ที่ดีในมุมของหมอ ไม่ใช่การทำให้คนอื่นเห็นแล้วรู้ทันทีว่าเราไปผ่าตัดมา
แต่คือการที่คนรอบข้างมองแล้วรู้สึกว่า
“ช่วงนี้ดูสดใสขึ้นนะ ไปทำอะไรมา?”
โดยที่ยังดูเป็นตัวเราเอง
เพราะสุดท้ายแล้ว การดึงหน้าที่ดีไม่ควรทำให้เรา “ดูเหมือนคนอื่น”
แต่ควรทำให้เรา “ดูเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่สดใสและอ่อนวัยขึ้น” ครับ