ตุรกี เป็นทั้ง นาโต้ ยุโรป เป็นทั้ง นาโต้มุสลิม / ปากีสถาน มี นิวเคลียร์อีก สบายเลย ชาตไหน จะเข้ามาอีก

NATO มุสลิมเกิดแล้ว ซาอุ-ตุรกี-ปากีสถาน 500 ล้านคน รวมพลหลังสหรัฐฯ ปกป้องตะวันออกกลางไม่ได้คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

“ซาอุดีอาระเบีย” ดึงสองมหาอำนาจทางทหารที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลกมุสลิมอย่าง “ตุรกี” และ “ปากีสถาน” เข้ามาอยู่ในกรอบการป้องกันประเทศภายใต้ข้อตกลงร่วมกันที่มีชื่อว่า “ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ” (Mecca Joint Defence Pact) และมีรูปแบบเดียวกับขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) ขณะที่สงครามในอิหร่านกำลังขยับเข้าใกล้ซาอุดีอาระเบียมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกัน การทำข้อตกลงนี้สร้างความกังวลว่าอาจดึงปากีสถานและตุรกีต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามที่ทั้งสองประเทศพยายามรักษาระยะห่างมาโดยตลอด

ข้อตกลงดังกล่าวได้มีการลงนามร่วมกันของทั้ง 3 ฝ่าย เมื่อวานนี้ (7 สิงหาคม) ที่นครเมกกะของซาอุดีอาระเบีย โดยเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่มีมายาวนานให้กลายเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันร่วม ซึ่งมีการกำหนดอย่างชัดเจนว่า


“การโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่ง จะถือเป็นการโจมตีทุกประเทศ” แบบเดียวกับ มาตรา 5 หรือ Article 5 ของนาโต

ในแถลงการณ์ร่วมของทั้งสามประเทศระบุว่า เหตุผลหลักของข้อตกลงคือ เสริมสร้างการยับยั้งร่วมกันต่อการกระทำใด ๆ ที่เป็นการรุกราน รวมถึงยกระดับความร่วมมือด้านกลาโหมในทุกมิติระหว่างทั้งสามประเทศ ซึ่งในทางปฏิบัติ ข้อตกลงดังกล่าวได้มอบหลักประกันด้านความมั่นคงเพิ่มเติมที่ทรงพลังให้แก่ซาอุดีอาระเบีย นอกเหนือจากความเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่มีมายาวนานกับสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาคว่า สหรัฐฯ จะยังสามารถพึ่งพาได้มากน้อยเพียงใดในการปกป้องชาติพันธมิตรผู้มั่งคั่งด้านน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย


NATO แห่งโลกมุสลิม ?

3 ชาติที่ร่วมลงนามต่างมีศักยภาพทางทหารที่แตกต่างกัน ดังนี้…


ซาอุดีอาระเบีย เป็นชาติมหาอำนาจผู้ร่ำรวยแห่งโลกมุสลิม มีงบประมาณมหาศาลในการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ตุรกี เป็นประเทศที่มีกองทัพขนาดใหญ่เป็นอันดับสองใน NATO รองจากสหรัฐฯ

ขณะที่ ปากีสถาน เป็นประเทศมุสลิมเพียงชาติเดียวที่มีอาวุธนิวเคลียร์

เติมสมาชิกเพิ่มในอนาคต ? 
เจ้าหน้าที่ฝั่งตุรกีรายหนึ่งบอกกับ CNN ว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้มีเป้าหมายต่อต้านฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
อีกทั้งประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคสามารถเข้าร่วมข้อตกลงนี้ได้ ซึ่งหมายถึงในอนาคตอาจเพิ่มความเป็นไปได้ว่าพันธมิตรดังกล่าวอาจขยายสมาชิกเพิ่มเติมในลักษณะคล้าย NATO

แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่า ข้อตกลงป้องกันร่วมเมกกะ จะขยายสมาชิกไปยังประเทศอื่นหรือไม่ เช่น อียิปต์ กาตาร์ ซีเรีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

ประโยชน์ของพันธมิตรดังกล่าวเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวซุนนีในตะวันออกกลางมักมีความแตกแยกกันมาโดยตลอด
แต่ความแตกแยกในอดีต รวมถึงผลประโยชน์ที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ทำให้การขยายพันธมิตรนี้ ยังไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

ตัวอย่างเช่น ซีเรียกำลังให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม จากความขัดแย้งอันโหดร้ายที่กินเวลานานถึง 13 ปี เช่นเดียวกับอียิปต์ ซึ่งส่งสัญญาณว่าขณะนี้ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจและการหลีกเลี่ยงความไม่สงบภายในประเทศ

ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็อาจเป็นอีกประเทศที่มีโอกาสเข้าร่วมพันธมิตรซาอุดีอาระเบีย-ปากีสถาน-ตุรกี
แต่จุดยืนของ UAE มีความแตกต่างจากทั้งสามประเทศในหลายประเด็นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่อง เยเมนและการปรับความสัมพันธ์กับอิสราเอลอย่างการลงนามใน ข้อตกลงอับราฮัม (Abraham Accords) ที่ซาอุดีอาระเบียมีท่าทีมาตลอดว่าไม่เห็นด้วย 

อิหร่านว่าอย่างไร ? 
สนธิสัญญาที่ลงนามกันจึงถือเป็นคำเตือนถึงรัฐบาลอิหร่าน ว่าหากเกิดการโจมตีครั้งใหญ่อีกครั้งต่อซาอุดีอาระเบีย ข้อตกลงนี้อาจถูกนำมาใช้และดึงปากีสถานกับตุรกีเข้าสู่ความขัดแย้ง ซึ่งอาจทำให้สงครามขยายวงออกไปอย่างรุนแรง
แต่ก็มีปฏิกิริยาจากฝั่งอิหร่านที่สะท้อนความไม่พอใจต่อข้อตกลงดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเตือนว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้รับประกันความปลอดภัยให้แก่ซาอุดีอาระเบีย https://news.trueid.net/detail/GEV26mVo2wmE
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่