สวัสดีค่ะ เราอยากจะมาเล่าเรื่องย้อนไปเมื่อ10 ที่แล้วให้ฟังค่ะ เราคือคนหนึ่งที่โดนบูลลี่แล้วชีวิตเราพังไปเลยและคิดอยู่นานว่าจะเล่าดีมั้ย แต่คิดว่ามันคงเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ไม่มามากก็น้อยละมั้งคะ เรื่องเริ่มจากการย้ายไปเรียนโรงเรียนใหม่ตอน ม.4 เป็นโรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่ง เป็นโรงเรียนเอกชนที่มีหอในของโรงเรียน เราบังเอิญสอบติดสายวิทย์คณิตที่นั้น แต่ด้วยความไม่สะดวก พ่อแม่เลยได้ให้เราย้ายไปอยู่หอโรงเรียน ซึ่งวันแรกที่เขาไป เราก็พอจะเห็นว่ามีพวกเด็กเก่าอยู่ที่เป็นทำนองเจ้าถิ่นงี้ หอที่เราอยู่เป็นหอที่รวมทุกชั้นปี ตั้งแต่ประถมถึง ม.6 และตอนที่เราเขาไปอยู่ได้เพื่อนใหม่ที่เป็นเด็กเก่าเรียนมาตั้งแต่มอต้นอยู่ในนั้น ซึ้งช่วงเขาไปเทอมแรกก็ปกติค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร ในหอจะมีทั้งเด็กทุนและเด็กบ้านรวย และ ฐานนะกลางๆ จะแบ่งกลุ่มกัน กลุ่มเด็กบ้านรวยจะเป็นพวกเด็กต่างจังหวัดที่มาเรียนส่วนมาก และจะจับกลุ่มกัน เพื่อนที่สนิทให้หอของเราเคยเตือนเราว่าอย่าไปยุ่งกับเด็กกลุ่มนั้นมากเพราะเขานิสัยไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และบอกว่าพวกนันจะจัดลำดับชนชั้นในหอแบบชัดเจนมาก ก็คือเด็กบ้านรวยที่พ่อแม่มีสถานะในสังคม เด็กฐานะกลางๆ และจุดต่ำสุดสำหรับพวกเขาคือเด็กทุน พวกนันจะไม่ยุ่งกับเด็กที่ฐานะเท่ากันหรือกลางๆสักเท้าไหร่ แต่ถ้าสำหรับเด็กทุมก็คือ เบ๊รับใช้ดีๆค่ะ ตอนที่เราเข้าไปตอนแรกคือโชคดีหน่อยที่เรากับเพื่อนที่บ้านฐานะค่อนข้างดีค่ะ พวกนั้นเลยไม่ยุ่งกับเรา เราก็อยู่แบบสงบมา1 ปีจนผ่านม.4ขึ้นม.5 ช่วงนั้นกิจการที่บ้านเราเริ่มมีปัญหาและสุดท้ายที่บ้านก็ล้มละลายค่ะ เรื่อนมันก็เริ่มนั้นแต่ตอนนันเลยค่ะ ข่าวว่าที่บ้านเราล้มละเลยคือมาไว้มาก คนรู้ทั่วหอ และกลุ่มเด็กพวกนั้นค่ะหนึ่งหลังจากเลิกเรียนตอนเราอยู่ห้องล็อกเกอร์ อยู่ๆ พวกเด็กพวกนั้นก็เดินมาถามเราว่าที่บ้านเรามีปัญหาล้มละลายหรอ เราก็ตอบไปว่าใช่ มีอะไร และหนึ่งในกลุ่มนั้น ให้ข้อเสนอเราว่า มาเป็นเบ๊ให้พวกนัน แล้วเราจะไม่โดนแกล้ง ซึ่งตอนนันเราตอบปฎิเสธไป เพราะเราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ และหลังจากนันเราก็เริ่มโดนแกล้ง จากเบาๆ แค่เอาของไปซ่อนบ้าง แต่เราก็สู้นะคะ ในตอนนัน ไม่ยอม ก็ไม่สนใจ และมันก็เริ่มแรงขึ้น เราโดนตัดกระโปรงนักเรียน เผาชุดพละ เอาหนังสือไปแช่น้ำ ตอนอาบน้ำ โดนเอาน้ำขยะน้ำแช่ถุงเท้าเทใส่ตอนออาบน้ำ ซึ่งเราก็ไปบอกที่บ้านนะคะ แต่ที่บ้านไม่มีใครเชื่อเพราะคิดว่าโรงเรียนที่ดูดีแบบนี้ไม่น่าจะมีเรื่องแบบนี้ คิดว่าเราอยากย้ายออกไปนอนหอนอกมากกว่า จนนานเข้าเราโดนหนักเรื่อยๆ เราก็บอกครูดูแลหอนะคะแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนที่ครั้งนึงเราโดนจับขังห้องเก็บของตอนวันหยุดแต่ดีที่เราสะบัดหนีออกมาตอนที่โดนลากตอนนันคือคงฟิวขาดแล้วค่ะ เราจับเก้าอี้พับที่อิงตรงนั้นได้เลยฟาดและโยนใส่ 1ในกลุ่มนั้น คิ้วแตก และเรื่องมันก็ไปกันใหญ่จนเรียกผู้ปกครอง และนี่ก็เป็นครั้งแรกค่ะที่เราได้รู้ว่าอำนาจของเงินมันใหญ่จนบังความผิดได้ ลืมบอกในกลุ่มนันมี 6 คนค่ะ หลังจากที่เราโดนเรียกผู้ปกครอง มีแต่เราที่โดนใบเตือนและหักคะแนนค่ะ แต่พวกนั้นไม่มีใครโดนค่ะ เพราะเสนอค่าบำรุงรักษาหอพักไป ความผิดก็หาทันที พ่อแม่พวกนันบอกพ่อแม่เราว่า แค่เด็กเข้าใจผิดกัน เดี๋ยวเขาจะจ่ายค่าเสียหายของที่หอเอง แล้วก็ให้จบกันไป ตอนนันพ่อแม่เราคิดว่สเราคือคนที่ผิดทึ่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเลยไม่ได้ช่วยอะไร หลังจากนั้นก็เริ่มหนักขึ้นอีกครั้งทุกวันจนเราหนีออกหอทุกคืน เพราะเรานอนไม่หลับเลย ก็โดนแกล้งมาเรื่อยๆ จนสภาพจิตในเราแย่เรื่อยๆจากคนที่ค่อนข้างร่าเริงเริ่มเงียบ เริ่มไม่มีสมาธิเกรดตกลงเรื่อยๆ ตอนไปโรงเรียนเราก็โดนแบนค่ะเพราะ1ในกลุ่มนันมีคนที่เรียนห้องเดียวกับเรา โดนกวนทั้งที่หอและโรงเรียน จนแบบเราต้องหนีไปกินข้าวในห้องน้ำ ละก็มาถึงวันที่เราหมดความอดทนแบบสุดๆค่ะ วันนันเราเกือบโดนผลักลงชั้น8 ของตึกเรียน และหลังจากกลับมาจากโรงเรียนมาที่หอเรารู้สึกแบบไม่ไหวแบบไม่อยากอยู่แล้ว และตัดทิ้นใจกินน้ำยาล้างห้องน้ำเขาไปค่ะ ยังจำความรู้สึกนั้นได้อยู่เลยค่ะ สติเราเริ่มลางๆเห็นเป็นภาพขาวดำไปแล้วค่ะ ก่อนจะภาพตัดได้ยินเสียงคนเรียก คือเพื่อนเรามาเจอและโทรเรียกรถพยาบาลมารับเรา หลังจากที่เรารอดมาได้เราก็ย้ายออกหอโรงเรียนมาค่ะ พ่อแม่เชื่อเราแล้วจริงๆที่เราโดนแกล้ง ส่วนเรื่องที่หอโดนปิดเงียบค่ะ และเราสิ่งที่ได้ติดตัวมาคือโรคซึมเศร้าที่กินยามา8 ปีแล้วค่ะ เรารู้สึกว่าเรื่องพวกนี้ไม่ควรมีใครน้องเจอเลยค่ะ ไม่ว่ากับใคร ถ้าเล่าสลับสนต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่อยากจะแชร์ประสบการณ์ค่ะ
การโดนบูลลี่มันทำให้ชีวิต คนคนหนึ่งพังได้จริงๆนะคะ