เมื่อค่ายญี่ปุ่นเปลี่ยนเกม! EV ไม่ได้มีไว้แค่ "ประหยัด" แต่ทำมาให้ "ขับสนุก" ด้วย

ขอเปิดด้วยเรื่องที่น่าจะตรงใจสาย Petrolhead หลายๆ คนในนี้หน่อย... เชื่อว่าหลายคน (รวมถึงตัวผมเองเมื่อก่อน) เวลาพูดถึงรถ EV ทีไร ในหัวมันมักจะป๊อปอัพคำว่า "รถกอล์ฟติดแอร์" ขึ้นมาทันที
          โอเค เราไม่เถียงเรื่องความประหยัด ไม่เถียงเรื่องออกตัวดึงหน้าหงาย แต่มันขาดอะไรไปบางอย่างใช่ไหมครับ? มันขาด "จิตวิญญาณ" ขาดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่ทำให้เรากรี๊ด ขาดเสียงแผดของเครื่องยนต์เวลาลากรอบ และขาดความรู้สึกว่าเรากำลัง "ควบคุม" เครื่องจักรจริงๆ ไม่ใช่แค่กดคันเร่งแล้วรอให้คอมพิวเตอร์พาเราวิ่งจากจุด A ไปจุด B แต่วันนี้ผมว่าสมการนี้กำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อค่ายรถญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาร่วมวงแบบจริงๆ จังๆ

เมื่อ Honda ลุกขึ้นมาดัดหลังความเชื่อเดิมๆ
          ล่าสุดคงผ่านตากันมาบ้างกับข่าว Honda เปิดตัว Super-One EV ที่ทำมาลิมิเต็ดแค่ 30 คันในไทย (กะเอามาโชว์ของชัดๆ) สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่เรื่องมอเตอร์หรือแบตเตอรี่ แต่มันคือวิศวกรรมที่เขาใส่มาเพื่อ "เอาใจคนชอบขับรถ" โดยเฉพาะ
ค่ายญี่ปุ่นเขาคงรู้ดีว่าจุดอ่อนของ EV สำหรับคนรักรถคืออะไร งานนี้เขาเลยจัดเต็ม
- ระบบเกียร์จำลอง 7 สปีด (Virtual Shift) : ใครว่า EV มีเกียร์เดียวแล้วจบ? เขาจำลองระบบเกียร์และแรงดึงให้รู้สึกถึงจังหวะเปลี่ยนเกียร์จริงๆ มีแป้น Paddle Shift ให้กดเชนจ์เกียร์เล่นดึงจังหวะเข้าโค้ง ได้ฟีลลิ่งดึงเป็นรอบๆ เหมือนรถน้ำมันตัวแรง
- Active Sound Design : ขาดเสียงรอบเครื่องเหรอ? จัดไป! ระบบจะสร้างเสียงสังเคราะห์ที่ไม่ออกแนวไซไฟหลอกๆ แต่เลียนแบบย่านเสียงการลากรอบ ยิ่งกดคันเร่งหนัก เสียงยิ่งแผด ตอบสนองตามน้ำหนักเท้าแบบ Real-time
- การปรับจูนช่วงล่างและ Boost Mode : ไม่ใช่แค่เอาแบตวางใต้ท้องจบๆ แต่เซ็ตบาลานซ์และฟีลลิ่งพวงมาลัยมาแบบสปอร์ต พร้อมโหมด Boost ที่ปลดปล่อยพลังออกมาเต็มที่ในจังหวะอยากเร่งแซง

ประสบการณ์ใหม่ เมื่อข้อดีของสองโลกรวมกัน
          พอมันเอา "แรงบิดมหาศาลที่มาทันทีของมอเตอร์ไฟฟ้า" มารวมกับ "อารมณ์การขับขี่สไตล์รถแข่ง" ผลลัพธ์ที่ได้มันไม่ใช่แค่การเลียนแบบรถน้ำมัน แต่มันคือประสบการณ์แบบใหม่ที่รถน้ำมันยุคเก่าก็ให้ไม่ได้
- เข้าโค้งแม่นขึ้น : Center of Gravity ต่ำเพราะแบตเตอรี่อยู่ออกแนวศูนย์กลางรถ + การเซ็ตติ้งช่วงล่างแบบสปอร์ต
- ควบคุมจังหวะได้ดังใจ : การเชนจ์เกียร์จำลองช่วยเรื่อง Engine Brake ในการควบคุมน้ำหนักตอนเข้าโค้ง ไม่ใช่พึ่งแต่เบรกดิสก์อย่างเดียว
- ความสนุกที่ไม่มลพิษ : ได้อารมณ์เหมือนขับรถฮอตแฮตช์ตัวแรง แต่ไม่ต้องรู้สึกผิดเรื่องปล่อยควันหรือกินน้ำมัน 95 ถังละหลายพัน

สรุป EV ยุคหน้าจะไม่ใช่แค่ "ยานพาหนะ" อีกต่อไป
          ยุคแรกของ EV เราอาจจะแข่งกันที่ "ใครวิ่งได้ไกลกว่า" หรือ "ใครประหยัดกว่า" แต่ก้าวต่อไป โดยเฉพาะเมื่อค่ายที่มี DNA สายแข่งอย่าง Honda หรือค่ายญี่ปุ่นอื่นๆ เริ่มเอาจริง EV จะขยับจากแค่ "เครื่องมือเดินทาง" ไปสู่ "เครื่องจักรสร้างความบันเทิง" (Driving Machine) อย่างเต็มตัว
สำหรับสาย Petrolhead ที่เคยเมิน EV เพราะคิดว่ามันน่าเบื่อ... ผมว่าถึงเวลาที่เราอาจจะต้องเปิดใจใหม่แล้วล่ะครับ เพราะ EV ยุคถัดไป มันอาจจะขับสนุกจนทำให้เราลืมควันไอเสียไปเลยก็ได้


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่