แกนนำ “พรรคประชาชน” ตบเท้าโต้กลับ “อนุทิน” หลังโพสต์ปม “กำแพง”
.
.
นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหน้าพรรคประชาชน แชร์โพสต์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ว่า “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น แต่ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” ระบุ "กำแพง” ที่คนไทยกำลังเผชิญทุกวันนี้ ก็คือ การคอร์รัปชัน, โกงเลือกตั้ง, ไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน,โกงสอบราชการ, ฮั้ว สว ฯลฯ ที่รัฐบาลกำลังทำให้เป็นเรื่องปกติ ทำให้กำแพงนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ “บ้าน” ที่เรียกว่าสังคมไทยที่เราอยู่ร่วมกัน
.
จุดแข็งของคุณอนุทิน คือการไม่หวั่นเกรงสถานการณ์การเมือง ไม่ต้องเห็นหัวประชาชน เพราะยามประเทศมีปัญหาเมื่อไหร่ คุณอนุทินแค่วิ่งเข้าหานาย กับให้ลูกน้องตบเท้าออกมาแก้ต่าง เปลี่ยนประเด็นหน้าข่าวการเมือง ซึ่งก็ดูเหมือนสำเร็จด้วยดีตลอดมา
.
อีกด้านหนึ่ง ก็ให้เทคโนแครตที่เห็นดีเห็นงามรอคิวเข้าสู่อำนาจในระบบนี้ ขึ้นเวทีโชว์วิชั่นเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย AI Data Center Medical Hub เพื่อให้คนหลงลืมปัญหาคอรัปชั่นที่รุนแรงขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ “กำแพง” ที่ว่าจึงจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ แบบไม่รู้จุดจบ
.
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เช่นกัน ระบุว่า
.
เคยมีคนพูดไว้ว่า ผู้นำที่ล้มเหลว มักเป็นเพราะถูกล้อมรอบด้วย “กำแพง กระจก และคนโกหก” (“surrounded by walls, mirrors, and liars”)
.
- กำแพง (walls) ที่สร้างขึ้นมาปิดกั้นหรือปฏิเสธความจริงให้ไปไม่ถึงหู
.
- กระจก (mirrors) ที่สะท้อนให้เห็นเฉพาะสิ่งที่ตนอยากเห็น จนหลงเงาตนเอง
.
- คนโกหก (liars) ที่เลือกประจบผู้นำด้วยทัศนคติ “ดีครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน” เพื่อเอาตัวรอด
.
ผู้นำบางคน อาจหลงคิดว่ากำแพงที่สูงและหนาขึ้นขององค์กรที่เครือข่ายเขาพยายามยึดกุม จะช่วยปกป้องให้เขาปลอดภัยและทำอะไรก็ไม่ผิด
.
แต่หากกำแพงที่สูงและหนาขึ้นนั้น ยิ่งทำให้เขามองไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้เขาไม่ได้ยินข้อกังขาจากสังคม และทำให้เขาเลือกซ่อนตัวเองหลังกำแพงเพื่อหนีความรับผิดชอบต่อประชาชน ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่ง กำแพงทั้งหมดนั้น จะพังทลายลงจากการสิ้นศรัทธาของประชาชน
.
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กด้วยเช่นกัน ว่า
.
มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่คิดว่ากำแพงจะกั้นความเจริญได้
มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่คิดว่ากำแพงจะกั้นเจตจำนงของประชาชนได้
มีแต่คนโง่เท่านั้น ที่อวดอ้างกำแพงของคนอื่น เพื่อใช้คุ้มกันตัวเอง
โดยหารู้มั้ยว่าโลกข้างนอกเปลี่ยนไปมากเพียงไร ต้องไร้น้ำยาขนาดไหน จึงต้องพึ่งพากำแพงคนอื่นเพื่อปกป้องตัวเอง
.
https://www.facebook.com/Veerayooth.Kanchoochat/posts/pfbid0361mSTWSnnufYpGFrgcgsGVoXQtQe7N8u5GnmoCC3uwmH3isdBrLq8JjWJDci5wnpl
.
https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid029Vv5VsMndfb5Sg8de5wVxbcduFLDXQAopXEVyLG5Y5aV8nyXTqynsEYMqsEUSbXel
.
https://www.facebook.com/rangsimanrome/posts/pfbid02AZjFbpBKw1CcwVZVhhZkFqWact6UezYcmKRrXPGiZuT8jPT8DQC5WCPHdshFQ8vrl
.
.
‘วิโรจน์’ โต้ ‘อนุทิน’ ซัดกำแพงที่กั้นความเจริญ ทุบสิครับ ใครจะบ้าเอาหัวโขก
https://www.dailynews.co.th/news/6094381/
.
‘วิโรจน์’ โต้ ‘อนุทิน’ ซัดกำแพงที่กั้นความเจริญ บอกทุบสิครับ ใครจะบ้าเอาหัวโขก ด้าน ‘อมรัตน์’ เตือนระวังกำแพงล้มทับคนที่วิ่งไปเลียทุกวัน
.
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. จากกรณี น.ส.
ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาระบุว่าเหนื่อยสู้กับกำแพง เอายังไงก็เอามันไม่ลง ต่อมานาย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” นั้น
.
นาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
.
“
กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนา ให้สูงแค่ไหน ใครจะบ้าเอาหัวโขก ทุบสิครับ จะเก็บไว้ทำเกลืออะไร”
.
ขณะที่นาง
อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แชร์ข้อความของนายอนุทิน พร้อมระบุว่า
.
ดีกว่าวิ่งไปเลียทุกวัน กำแพงต่อให้สูงหนา ถ้าเอียงกระเท่เร่ ไม่ช้าก็เร็วจะล้มพังมาทับคนเลียให้ได้ตายโ-งตาย-่า
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid0NnirEkpNLYM3YHf7mR1SDSUjVgE3fzL31MA8qC22cHQFakhsYQkRenY3eioi4raVl
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02jmKeeVJenMawGMjvxX4dJbpb8Bk9XaYpiJ161KQNkZTx5V3o84Ubgy3CnEcvdMp6l&id=100054162881442
.
.
ปชน. เสนอแนวทางเชิงรุก ก.แรงงาน เจรจา บ.พาวเวอร์ไลน์ แก้ปัญหา ค้างค่าจ้างคนงานก่อสร้าง 80 ล้าน
.
ธนพร วิจันทร์ สส.ปีกแรงงาน พรรคประชาชน เสนอแนวทางเชิงรุก ให้กระทรวงแรงงาน เจรจากับ บริษัทพาวเวอร์ไลน์ แก้ไขปัญหาค้างค่าจ้างคนงานก่อสร้างรวม 544 ชีวิต รวมเป็นเงิน 80 ล้านบาท กังวลหากเข้ากลไกราชการ อาจใช้ระยะเวลานานเกินไป และถ้าเรื่องเดินถึงขั้นตอนศาลแรงงาน คนงานต้องเสียทั้งเงินจ้างทนาย ค่าสูญเสียเวลา และค่าเดินทาง สร้างภาระให้คนงานมากเกินไป
.
10 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์ ธนพร วิจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ต่อกรณีที่ได้ร่วมประสานงานและเดินทางร่วมกับคนงานก่อสร้างภายใต้บริษัท พาวเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (PLE) เดินทางไปยื่นหนังสือกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ต.ล.ท.) และกระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา
.
ธนพร เผยว่า ผลจากการเจรจาหารือกับทั้ง ต.ล.ท. และ ก.ล.ต. ทั้งสองหน่วยงานระบุว่าไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายให้บริษัท PLE จ่ายค่าแรงให้กับคนงานได้ แต่ถ้าเราร้องเรียน ทางหน่วยงานทั้งสองแห่งจะสอบถามข้อเท็จจริง หรือให้บริษัทเปิดข้อมูลงบดุลบัญชีว่ามีการชี้แจงข้อเท็จจริงว่าถูกต้องหรือไม่ หรือเหตุผลใดที่ไม่สามารถจ่ายค่าแรงคนงานได้ ซึ่งข้อมูลล่าสุดที่ได้รับมีผู้เสียหายจำนวน 544 คนที่ร้องเรียนเข้ามา รวมจำนวนเงิน 80 ล้านบาท
ขณะที่ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ธนพร ระบุว่า เธอ ‘ผิดหวังมาก’ เพราะเคยเชิญตัวแทนกระทรวงแรงงานมาให้ข้อมูลในคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร (สส.) แล้วครั้งหนึ่ง และหลังจากนั้นทางคณะกรรมาธิการการแรงงาน และทีมของพรรคประชาชน ก็ได้ไปรวบรวมข้อมูลลูกจ้างว่าพาวเวอร์ไลน์ ค้างค่าจ้างคนงานแต่ละไซต์งานจำนวนเท่าใด เพื่อมายื่นเป็นข้อมูลให้กับกระทรวงแรงงาน ดำเนินการต่อ
.
ทางเราเสนอว่าอยากให้ดำเนินการเป็นมาตรการเชิงรุก โดยการเจรจาหารือกับนายจ้างให้นำเงินมาจ่ายให้คนงานก่อสร้าง แต่ปรากฏว่าพอไปที่กระทรวงแรงงานกลับไม่มีความคืบหน้า เพราะว่ากรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน มองว่าคนงานต้องเขียนคำร้อง คร.7 เข้ามา พวกเขาถึงดำเนินการให้ได้ แต่ทางธนพร ก็มองว่า หากใช้กลไกราชการ มันใช้เวลานานกว่าคนงานจะได้รับเงินทั้งหมด ซึ่งผลกระทบของคนงานยังเดินหน้าอยู่ทุกวัน ไม่มีวันหยุด
.
“เราไม่อยากเขียนคำร้อง คร.7 เพราะว่ามันใช้เวลานาน และกรมสวัสดิการฯ ออกคำสั่งแล้ว นายจ้างก็ไม่ปฏิบัติตามอยู่ดี หรือแม้ศาลแรงงานมีคำสั่งแล้ว นายจ้างก็ไม่ปฏิบัติตามเหมือนเดิม ก็คิดว่ากระทรวงแรงงาน อาจใช้กลไกเชิงรุกเจรจากับพาวเวอร์ไลน์ มันจะหาทางออกอย่างไรได้บ้างในเรื่องนี้
“แต่เราไปและกลับมาแล้ว ไม่มีใครมาให้ข้อมูล หรือให้ความคืบหน้าใดๆ ก็เราก็เลยมาพูดคุยกันว่าเราคงหวังพึ่งกระทรวงแรงงานเป็นขั้นตอนสุดท้าย” สส.ปีกแรงงาน พรรคประชาชน กล่าว
.
ธนพร ระบุว่า แผนหลังจากยื่นหนังสือให้กระทรวงแรงงานแล้ว อาจจะให้คนงานไปยื่นหนังสือถึงบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ที่เป็นผู้ว่าจ้างบริษัท PLE เช่น สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) กองทัพไทย กองทัพอากาศ ท่าอากาศยานดอนเมือง องค์การเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล หรือกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เรียกพาวเวอร์ไลน์ฯ มาคุยให้ได้ เราอยากให้เปิดวงพูดคุยเจรจากัน และนำเงินส่วนที่ยังคงค้าง ที่ยังไม่จ่ายบริษัทพาวเวอร์ไลน์ ให้ผู้ว่าจ้างต้องมาจ่ายให้คนงานโดยตรง
.
ต่อคำถามของสื่อที่ระบุว่า ถ้าหากใช้วิธีการให้คนงานรวมตัวกันฟ้องเรียกค่าจ้างจากนายจ้าง พอทำได้หรือไม่ ทางธนพร มองว่า สามารถทำได้ แต่ปัญหาก็คือพอไปศาลแรงงานแล้ว มันต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน การเสียเวลาของคนงานต้องไปศาล นี่เป็นสิทธิ มันเป็นค่าจ้าง คนงานใช้แรงงาน เพื่อแลกเงิน แต่กลับไม่ได้เงินค่าตอบแทนกลับมา เราคิดว่าอยากใช้กลไกการเจรจามากกว่า
.
นอกจากนี้ สส.พรรคประชาชน มีความกังวลด้วยว่า ถ้าหากเข้ากระบวนการศาลแล้ว จะทำให้การเรียกร้องค่าจ้างของคนงานทำได้ลำบากขึ้น และต้องใช้เวลานานขึ้น นายจ้างอาจจะอ้างว่าตอนนี้อยู่ในกระบวนการศาลแล้ว เลยไม่ยอมจ่ายค่าจ้างสักที ทำให้การเคลื่อนไหวของเราที่จะขอให้ผู้ว่าจ้างเจรจากับบริษัท PLE ทำไม่ได้ ถ้าถึงที่สุดแล้ว วิธีไหนก็ไม่ได้ผล เราถึงจะยื่นฟ้องต่อศาลแรงงาน โดยการเขียน คร. 7 และไปที่ศาลแรงงาน
.
ธนพร มองว่า ตอนนี้พวกเธอมองว่า สัญญาอันหนึ่งของหน่วยงานรัฐตกลงกับผู้รับจ้าง มีข้อหนึ่งที่ระบุว่า กรณีที่ผู้รับจ้างไม่จ่ายเงินค่าแรง ผู้ว่าจ้างสามารถเอาเงินงวดที่เหลืออยู่มาจ่ายให้คนงานได้โดยตรง และคนงานจะได้ไม่ต้องมีต้นทุนไปสู้ชั้นศาล ค่าเสียเวลา ค่าทนายความ ค่าเดินทาง หรือค่าสูญเสียเวลา
ธนพร มองว่า ในเชิงกฎหมาย แม้ว่านายจ้างไม่จ่ายค่าตอบแทนถือว่ามีความผิด แต่การบังคับกฎหมายมันกลับหย่อนยานมาก ไม่ได้จริงจัง หรือมีข้อจำกัดจากระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรค เช่น การเขียน คร.7 ต้องใช้เวลารอถึง 90 วัน เพื่อสั่งนายจ้างจ่ายเงิน ซึ่งการพิสูจน์มันใช้เวลาเนิ่นนานเกินไป เราคิดว่าระยะเวลาอาจจะต้องมีการแก้ไขระเบียบตรงนี้
.
นอกจากนี้ เนื่องด้วยเศรษฐกิจอยู่ในภาวะซบเซา เธอมองว่า ทางรัฐบาลอาจต้องมีแนวทางช่วยเหลือภาคเอกชน และคนงานด้วย ตอนนี้เหมือนใส่เกียร์ว่าง ไม่ได้มาดูแล รอแก้ไขแค่ตอนเกิดเหตุเฉพาะหน้าแล้วเท่านั้น มันไม่ได้แก้ไขปัญหาทั้งระบบ ซึ่งบทบาทของสภานิติบัญญัติ และก็ที่เราเป็น สส. ก็ต้องพิจารณาเข้ามาแก้ไขตรงนี้ด้วย
JJNY : ตบเท้าโต้กลับ “อนุทิน”│‘วิโรจน์’ โต้ ‘อนุทิน’│ปชน. เสนอแนวทางเชิงรุก ก.แรงงาน│นักกม.แนะสางข้อกม.│34 จว.ฝนตกหนัก
.
จุดแข็งของคุณอนุทิน คือการไม่หวั่นเกรงสถานการณ์การเมือง ไม่ต้องเห็นหัวประชาชน เพราะยามประเทศมีปัญหาเมื่อไหร่ คุณอนุทินแค่วิ่งเข้าหานาย กับให้ลูกน้องตบเท้าออกมาแก้ต่าง เปลี่ยนประเด็นหน้าข่าวการเมือง ซึ่งก็ดูเหมือนสำเร็จด้วยดีตลอดมา
.
อีกด้านหนึ่ง ก็ให้เทคโนแครตที่เห็นดีเห็นงามรอคิวเข้าสู่อำนาจในระบบนี้ ขึ้นเวทีโชว์วิชั่นเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย AI Data Center Medical Hub เพื่อให้คนหลงลืมปัญหาคอรัปชั่นที่รุนแรงขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนี้ “กำแพง” ที่ว่าจึงจะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ แบบไม่รู้จุดจบ
.
ด้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาโพสต์เช่นกัน ระบุว่า
.
- กำแพง (walls) ที่สร้างขึ้นมาปิดกั้นหรือปฏิเสธความจริงให้ไปไม่ถึงหู
.
- กระจก (mirrors) ที่สะท้อนให้เห็นเฉพาะสิ่งที่ตนอยากเห็น จนหลงเงาตนเอง
.
- คนโกหก (liars) ที่เลือกประจบผู้นำด้วยทัศนคติ “ดีครับนาย สบายครับผม เหมาะสมครับท่าน” เพื่อเอาตัวรอด
.
ผู้นำบางคน อาจหลงคิดว่ากำแพงที่สูงและหนาขึ้นขององค์กรที่เครือข่ายเขาพยายามยึดกุม จะช่วยปกป้องให้เขาปลอดภัยและทำอะไรก็ไม่ผิด
.
แต่หากกำแพงที่สูงและหนาขึ้นนั้น ยิ่งทำให้เขามองไม่เห็นความเดือดร้อนของประชาชน ทำให้เขาไม่ได้ยินข้อกังขาจากสังคม และทำให้เขาเลือกซ่อนตัวเองหลังกำแพงเพื่อหนีความรับผิดชอบต่อประชาชน ผมเชื่อว่าสักวันหนึ่ง กำแพงทั้งหมดนั้น จะพังทลายลงจากการสิ้นศรัทธาของประชาชน
.
นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กด้วยเช่นกัน ว่า
https://www.facebook.com/Veerayooth.Kanchoochat/posts/pfbid0361mSTWSnnufYpGFrgcgsGVoXQtQe7N8u5GnmoCC3uwmH3isdBrLq8JjWJDci5wnpl
.
https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid029Vv5VsMndfb5Sg8de5wVxbcduFLDXQAopXEVyLG5Y5aV8nyXTqynsEYMqsEUSbXel
.
https://www.facebook.com/rangsimanrome/posts/pfbid02AZjFbpBKw1CcwVZVhhZkFqWact6UezYcmKRrXPGiZuT8jPT8DQC5WCPHdshFQ8vrl
.
.
‘วิโรจน์’ โต้ ‘อนุทิน’ ซัดกำแพงที่กั้นความเจริญ ทุบสิครับ ใครจะบ้าเอาหัวโขก
https://www.dailynews.co.th/news/6094381/
.
‘วิโรจน์’ โต้ ‘อนุทิน’ ซัดกำแพงที่กั้นความเจริญ บอกทุบสิครับ ใครจะบ้าเอาหัวโขก ด้าน ‘อมรัตน์’ เตือนระวังกำแพงล้มทับคนที่วิ่งไปเลียทุกวัน
.
เมื่อวันที่ 9 ส.ค. จากกรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาระบุว่าเหนื่อยสู้กับกำแพง เอายังไงก็เอามันไม่ลง ต่อมานายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กว่า “วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก” นั้น
.
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความระบุว่า
.
“กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนา ให้สูงแค่ไหน ใครจะบ้าเอาหัวโขก ทุบสิครับ จะเก็บไว้ทำเกลืออะไร”
.
ขณะที่นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แชร์ข้อความของนายอนุทิน พร้อมระบุว่า
.
ดีกว่าวิ่งไปเลียทุกวัน กำแพงต่อให้สูงหนา ถ้าเอียงกระเท่เร่ ไม่ช้าก็เร็วจะล้มพังมาทับคนเลียให้ได้ตายโ-งตาย-่า
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid0NnirEkpNLYM3YHf7mR1SDSUjVgE3fzL31MA8qC22cHQFakhsYQkRenY3eioi4raVl
.
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid02jmKeeVJenMawGMjvxX4dJbpb8Bk9XaYpiJ161KQNkZTx5V3o84Ubgy3CnEcvdMp6l&id=100054162881442
.
.