อังกฤษอาจต้องจ่าย 4.8 ล้านล้านบาท หาก “โอนกิจการน้ำกลับเป็นของรัฐ”


ต้นตอของปัญหาคืออะไร?
ปัจจุบันประชาชนชาวอังกฤษกำลังโกรธแค้นบริษัทเอกชนด้านน้ำประปา (โดยเฉพาะบริษัทรายใหญ่อย่าง Thames Water) เพราะมีปัญหาทั้งท่อแตก ท่อรั่ว และการปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำ แต่ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทกลับจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นอย่างงาม ตอนนี้ Thames Water กำลังขาดสภาพคล่องอย่างหนักและมีหนี้สินพอกพูนกว่า 2 หมื่นล้านปอนด์

รัฐบาลมีแผนจะทำอย่างไร?
นายกรัฐมนตรี Andy Burnham (ในบริบทข่าวปัจจุบันปี 2026) ได้ส่งสัญญาณว่า การแก้ปัญหานี้อาจจะต้องใช้วิธี "Nationalisation" หรือ การดึงกิจการน้ำประปากลับมาเป็นของรัฐ เพื่อให้ประชาชนมีอำนาจควบคุมสาธารณูปโภคพื้นฐาน

กลุ่มเจ้าหนี้และนักวิเคราะห์ประเมินว่า การนำธุรกิจน้ำกลับมาเป็นของรัฐอาจมีต้นทุนสูงกว่าที่ประเมินไว้มาก โดยเจ้าหนี้ของ Thames Water บริษัทน้ำรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ประเมินว่า รัฐบาลอาจต้องจ่ายเงินชดเชยสูงถึง 144,000 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 6.4 ล้านล้านบาท หากคิดที่ 1 ปอนด์ ≈ 44 บาท
1. ทำไมถึงต้องจ่ายเงินมหาศาล?
ปัจจุบันธุรกิจน้ำของอังกฤษอยู่ในมือบริษัทเอกชน หากรัฐบาลต้องการนำกลับมาเป็นของรัฐ ก็ไม่ใช่แค่ "ยึดบริษัทมาเลย"
รัฐบาลอาจต้อง ชดเชยให้กับเจ้าของและเจ้าหนี้ของบริษัท รวมถึงรับภาระหนี้และภาระการลงทุนที่บริษัทมีอยู่แล้ว
Ofwat ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลกิจการน้ำของอังกฤษ ประเมินต้นทุนการโอนกิจการน้ำกลับเป็นของรัฐไว้ประมาณ 100,000 ล้านปอนด์
แต่ Frontier Economics ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาที่ทำงานให้กับเจ้าหนี้ของ Thames Water ประเมินสูงกว่านั้น คือ สูงถึง 144,000 ล้านปอนด์


2. ตัวเลข 144,000 ล้านปอนด์ ไม่ได้มีแค่ค่าชดเชย
เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัวเลขสูงขึ้นคือ ภาคธุรกิจน้ำของอังกฤษมี โครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุมัติไปแล้ว
บริษัทเอกชนกำลังลงทุนสร้างและปรับปรุง
ระบบท่อส่งน้ำ
ระบบบำบัดน้ำเสีย
โครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำ
ระบบป้องกันมลพิษ
โครงการด้านสิ่งแวดล้อม
หากรัฐบาลเข้ามาเป็นเจ้าของ รัฐก็ต้องรับผิดชอบโครงการเหล่านี้ต่อ
และหากกระบวนการโอนกิจการใช้เวลาหลายปี เงินเฟ้อก็จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอีก


3. ที่น่ากังวลกว่าคือ ค่าใช้จ่ายหลังจากยึดมาแล้ว
Frontier Economics เตือนว่า 144,000 ล้านปอนด์อาจไม่ใช่จุดสิ้นสุด
ในช่วง 20 ปีข้างหน้า อังกฤษจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลเพื่อรองรับ
ประชากรที่เพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานน้ำที่เก่า
บริษัทน้ำเคยประเมินว่า ระหว่างปี 2030–2050 อาจต้องใช้เงินประมาณ 270,000 ล้านปอนด์ หรือเกือบ 12 ล้านล้านบาท
เงินก้อนนี้ ไม่ใช่ต้นทุนของการแปรรูปกลับเป็นรัฐโดยตรง แต่ถ้าธุรกิจน้ำเป็นของรัฐบาล เงินลงทุนจำนวนมากก็อาจต้องมาจาก งบประมาณรัฐหรือการก่อหนี้ของรัฐบาล ก่อน


4. Thames Water เองก็กำลังมีปัญหา
ประเด็นนี้ยิ่งซับซ้อน เพราะ Thames Water กำลังประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนัก
บริษัทอาจมีเงินไม่พอใช้ภายใน เดือนพฤศจิกายน หากเจ้าหนี้ไม่ใส่เงินเพิ่ม
ก่อนหน้านี้มีความพยายามจัดทำแผนช่วยเหลือบริษัท แต่ถูกขัดขวางในเดือนมิถุนายน ทำให้อนาคตของบริษัทแห่งนี้ยังไม่แน่นอน
ดังนั้นรัฐบาลอังกฤษจึงต้องตัดสินใจว่าจะ
ปล่อยให้เอกชนแก้ปัญหา → ช่วยเหลือ → หรือเข้าควบคุมกิจการเอง


5. แล้ว Andy Burnham ต้องการอะไร?
Andy Burnham นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบัน สนับสนุนแนวคิดให้บริการสาธารณะที่จำเป็น เช่น น้ำ กลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ
Burnham เคยกล่าวอย่างชัดเจนว่า Thames Water ควรถูกนำกลับมาเป็นของรัฐ และการนำธุรกิจน้ำทั้งระบบกลับมาเป็นของรัฐก็ควรเป็นทางเลือกอย่างจริงจัง
แนวคิดนี้ถือเป็นการ ย้อนกลับบางส่วนของนโยบายแปรรูปรัฐวิสาหกิจในยุค Margaret Thatcher ช่วงทศวรรษ 1980

เกร็ดโยบายการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของอดีตนายกรัฐมนตรี มาร์กาเรต แทตเชอร์
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ประเทศอื่นที่การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

สรุป
เรื่องนี้จึงไม่ได้มีแค่คำถามว่า "น้ำควรเป็นของรัฐหรือเอกชน?"
แต่เป็นคำถามว่า
อังกฤษยอมจ่ายเงินหลายแสนล้านปอนด์เพื่อเอาธุรกิจน้ำกลับมาเป็นของรัฐหรือไม่?

เพราะหากทำจริง รัฐอาจต้องแบกรับทั้ง ค่าชดเชยแก่เจ้าของและเจ้าหนี้ + หนี้เดิม + เงินลงทุนที่สัญญาไว้ + ค่าใช้จ่ายปรับปรุงระบบน้ำในอนาคต
และทั้งหมดนี้สุดท้ายก็มีโอกาสกลับมาเป็นภาระของประชาชนผ่าน ภาษี หนี้สาธารณะ หรือค่าน้ำประปา อีกที

ดังนั้นตัวเลข 144,000 ล้านปอนด์ จึงเป็นเพียงต้นทุนที่ถูกประเมินสำหรับการนำกิจการกลับมาอยู่ในมือรัฐ ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลจะจ่าย 144,000 ล้านปอนด์แล้วเรื่องจบ เพราะหลังจากนั้นยังต้องใช้เงินอีกมหาศาลเพื่อดูแลและพัฒนาระบบน้ำของประเทศต่อไป

#อังกฤษน่าจะปวดหัวกับเรื่องประปาไปสักพักใหญ่ๆ เลย มีปัญหาที่ต้องแก้ เรื่องท่อ สิ่งแวดล้อม หนี้สิน และการลงทุนอนาคตซึ่งอยู่ที่รัฐบาลอังกฤษจะเลือกอ่ะนะ
ที่มา (เอไอสรุปและเรียบเรียง) telegraph.co.uk
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่