ใกล้วันแม่แล้ว ไปอ่านเจอเรื่องหนึ่งแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ เลยอยากเอามาชวนคุยค่ะ
เป็นเรื่องของคุณหญิง-พรพิมล ผู้สร้าง Pennii Premium Popcorn กับลูกชาย “เพนนิน” ที่โตมากับครอบครัวผู้ประกอบการ แต่แทนที่จะรับช่วงธุรกิจของแม่อย่างเดียว น้องกลับนำประสบการณ์ที่ได้รับมาต่อยอดเป็น MATCH HOUSE Leadership Camp ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องการคิด การตัดสินใจ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำจากคนที่ทำงานจริง
ที่สะดุดตาคือวิทยากรมีตั้งแต่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณสาระ ล่ำซำ ไปจนถึงผู้บริหารและผู้ประกอบการจากหลายวงการ เด็กไม่ได้แค่นั่งฟัง แต่ต้องคิดโปรเจกต์ นำเสนอ และลงมือทำจริง
พอคิดดูแล้วก็เข้ากับยุคนี้เหมือนกัน เพราะตอนนี้ AI ช่วยหาความรู้หรือหาคำตอบให้เราได้เร็วมาก สิ่งที่เด็กอาจต้องฝึกมากขึ้นจึงไม่ใช่แค่ “รู้เยอะ” แต่เป็น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น ทำงานกับคนอื่นเป็น และกล้าลองทำจริง
แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายของค่ายลักษณะนี้ไม่ถูก เลยเห็นอีกมุมที่น่าสนใจคือ Pennii เป็นร้านค้าสมาชิกของเคทีซี และผู้ปกครองสามารถใช้บัตรเครดิตเคทีซีชำระค่าเข้าร่วมได้ อย่างน้อยก็ช่วยให้การจ่ายเงินก้อนใหญ่ไม่กลายเป็นอุปสรรคของการตัดสินใจลงทุนกับประสบการณ์ของลูก
อ่านแล้วชอบประเด็นหนึ่งมากว่า สิ่งที่แม่ส่งต่อให้ลูกอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเงินหรือธุรกิจ แต่อาจเป็น “วิธีคิด” แล้ววันหนึ่งลูกก็นำวิธีคิดนั้นไปสร้างโอกาสให้ตัวเองและคนอื่นต่อได้
วันแม่ปีนี้เลยอยากชวนคุยกันค่ะว่า ถ้ามีงบก้อนหนึ่งสำหรับลูก ระหว่างซื้อของที่เขาอยากได้ กับลงทุนให้เขาได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ เจอคนใหม่ ๆ และค้นหาว่าตัวเองถนัดอะไร
ถ้าเป็นคุณ จะเลือกแบบไหน?
วันแม่ปีนี้ ถ้ามีเงินก้อนหนึ่ง คุณจะซื้อของให้ลูก หรือซื้อ “โอกาส” ให้เขา?
เป็นเรื่องของคุณหญิง-พรพิมล ผู้สร้าง Pennii Premium Popcorn กับลูกชาย “เพนนิน” ที่โตมากับครอบครัวผู้ประกอบการ แต่แทนที่จะรับช่วงธุรกิจของแม่อย่างเดียว น้องกลับนำประสบการณ์ที่ได้รับมาต่อยอดเป็น MATCH HOUSE Leadership Camp ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้เรื่องการคิด การตัดสินใจ การทำงานเป็นทีม และภาวะผู้นำจากคนที่ทำงานจริง
ที่สะดุดตาคือวิทยากรมีตั้งแต่คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คุณสาระ ล่ำซำ ไปจนถึงผู้บริหารและผู้ประกอบการจากหลายวงการ เด็กไม่ได้แค่นั่งฟัง แต่ต้องคิดโปรเจกต์ นำเสนอ และลงมือทำจริง
พอคิดดูแล้วก็เข้ากับยุคนี้เหมือนกัน เพราะตอนนี้ AI ช่วยหาความรู้หรือหาคำตอบให้เราได้เร็วมาก สิ่งที่เด็กอาจต้องฝึกมากขึ้นจึงไม่ใช่แค่ “รู้เยอะ” แต่เป็น คิดเป็น ตัดสินใจเป็น ทำงานกับคนอื่นเป็น และกล้าลองทำจริง
แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายของค่ายลักษณะนี้ไม่ถูก เลยเห็นอีกมุมที่น่าสนใจคือ Pennii เป็นร้านค้าสมาชิกของเคทีซี และผู้ปกครองสามารถใช้บัตรเครดิตเคทีซีชำระค่าเข้าร่วมได้ อย่างน้อยก็ช่วยให้การจ่ายเงินก้อนใหญ่ไม่กลายเป็นอุปสรรคของการตัดสินใจลงทุนกับประสบการณ์ของลูก
อ่านแล้วชอบประเด็นหนึ่งมากว่า สิ่งที่แม่ส่งต่อให้ลูกอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเงินหรือธุรกิจ แต่อาจเป็น “วิธีคิด” แล้ววันหนึ่งลูกก็นำวิธีคิดนั้นไปสร้างโอกาสให้ตัวเองและคนอื่นต่อได้
วันแม่ปีนี้เลยอยากชวนคุยกันค่ะว่า ถ้ามีงบก้อนหนึ่งสำหรับลูก ระหว่างซื้อของที่เขาอยากได้ กับลงทุนให้เขาได้ลองทำอะไรใหม่ ๆ เจอคนใหม่ ๆ และค้นหาว่าตัวเองถนัดอะไร
ถ้าเป็นคุณ จะเลือกแบบไหน?