JJNY : ชี้กว่าครึ่งไม่เชื่อมั่นรบ.แก้ปัญหาได้│‘พนิดา’เปิดโพยส.ว.พบแพตเทิร์นซ้ำ│ฝนถล่มนครพนม│เจรจาเปิดฮอร์มุซยังไม่แน่นอน

สวนดุสิตโพลชี้คนไทย 87% มองอาชญากรรมรุนแรงขึ้น กว่าครึ่งไม่เชื่อมั่นรัฐบาลแก้ปัญหาได้
.

.
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจกลุ่มตัวอย่าง 1,198 คนระหว่าง 4-7 สิงหาคม 2569 พบร้อยละ 87.40 มองว่าอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทยรุนแรงขึ้น สาเหตุหลักคือการบังคับใช้กฎหมายไม่เข้มงวดพอ ตามด้วยปัญหายาเสพติดและครอบครัว ประชาชนกว่าร้อยละ 94 กังวลเรื่องความปลอดภัยในชีวิต และกว่าร้อยละ 68 ไม่เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้ นักวิชาการชี้เกิดจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญต่อเนื่อง ทั้งกรณีผู้พ้นโทษก่อเหตุฆ่าคนบริสุทธิ์และกราดยิงในโรงเรียน
.
9 สิงหาคม 2569 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศเรื่อง "อาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย" จากกลุ่มตัวอย่าง 1,198 คน สำรวจระหว่างวันที่ 4-7 สิงหาคม 2569 พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 87.40 เห็นว่าอาชญากรรมและความรุนแรงในสังคมไทย ณ วันนี้รุนแรงมากขึ้น ขณะที่มีเพียงร้อยละ 0.32 เท่านั้นที่มองว่ารุนแรงน้อยลง
.
เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาชญากรรมและความรุนแรง ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 86.81 ระบุว่าเป็นเพราะการบังคับใช้กฎหมายและบทลงโทษยังไม่เข้มงวดพอ รองลงมาคือปัญหายาเสพติดร้อยละ 78.55 การเลี้ยงดูและปัญหาภายในครอบครัวร้อยละ 57.85 ระบบคุมประพฤติและพักโทษที่ไม่รัดกุมร้อยละ 54.34 และเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนอาจมีความเกี่ยวข้องกับคดีร้อยละ 49.08
.
ในด้านความรู้สึกส่วนตัว ประชาชนร้อยละ 55.09 ระบุว่ากังวลมากเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของตนเอง และอีกร้อยละ 38.98 ค่อนข้างกังวล รวมแล้วมีผู้กังวลมากกว่าร้อยละ 94 สำหรับแนวทางที่จะช่วยลดปัญหา ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 81.55 เห็นว่าควรลงโทษผู้กระทำผิดอย่างหนัก โดยเฉพาะคดีร้ายแรงหรือกระทำผิดซ้ำ รองลงมาคือบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดไม่มีข้อยกเว้นร้อยละ 77.53 และตรวจสอบคุมประพฤตินักโทษที่พ้นโทษออกมาอย่างใกล้ชิดร้อยละ 69.95
.
ด้านความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหา พบว่าประชาชนร้อยละ 50.58 ไม่ค่อยเชื่อมั่น และร้อยละ 18.36 ไม่เชื่อมั่นเลย รวมกว่าร้อยละ 68.94 ที่ไม่เชื่อมั่นในระดับต่างๆ มีเพียงร้อยละ 6.44 เท่านั้นที่เชื่อมั่นมาก
.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่าผลโพลสะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่มองว่าปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงเพิ่มขึ้น พร้อมกังวลต่อความปลอดภัยในชีวิต ขณะที่ยังไม่เชื่อมั่นเท่าใดนักว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหาได้ ภาครัฐจึงต้องเร่งบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและแสดงผลการทำงานที่ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยและฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชน
.
ด้านอาจารย์ ดร.เปมิกา สนิทพจน์ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ชี้ว่าผลสำรวจสะท้อนความหวาดกลัวต่ออาชญากรรม (Fear of Crime) ที่สูงขึ้นมาก สัมพันธ์กับความรู้สึกไม่ปลอดภัยในระดับสูงเช่นกัน เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุความรุนแรงบ่อยครั้ง เช่น กรณีผู้พ้นโทษจากเรือนจำเพียง 2 เดือนก่อเหตุฆ่าผู้บริสุทธิ์ถึง 5 คน และกรณีนักเรียนก่อเหตุกราดยิงครูและเพื่อนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก ซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ พร้อมระบุว่าประชาชนจำนวนมากเรียกร้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายประหารชีวิตสำหรับผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรงที่สร้างความสะเทือนขวัญต่อสังคมในวงกว้าง ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีอย่างระบบกล้อง CCTV และระบบตรวจจับอาวุธมาใช้ป้องกัน โดยในระยะเร่งด่วนรัฐบาลควรมุ่งเน้นการปราบปรามอาชญากรรมร้ายแรงและผู้กระทำผิดซ้ำ เพื่อลดโอกาสเกิดเหตุซ้ำและฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
.

.
‘พนิดา’ เปิดโพยเลือก ส.ว. พบแพตเทิร์นซ้ำหลายกลุ่มเช้าได้สูง แต่บ่ายลดฮวบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5839496
.
‘พนิดา’ เปิดโพยเลือก ส.ว. พบแพตเทิร์นซ้ำหลายกลุ่มเช้าได้สูง แต่บ่ายลดฮวบ มองตั้งทีมโหวตหวังดันผู้สมัคร 6-7 คนครบ 20 กลุ่มก่อนเลือกไขว้
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 สิงหาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จัดกิจกรรมเจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว ส.ว. ครั้งที่ 4 โดยมีน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) และ น.ส.บุณยนุช มัทธุจักร ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น นอกจากนี้ ยังมีพยานบุคคลมาร่วมให้ข้อมูล
.
โดยน.ส.พนิดา กล่าวว่า สำหรับบัตรลงคะแนนเลือก ส.ว.ระดับประเทศในช่วงเช้า พบว่ามีตัวเลขจำนวนหนึ่งปรากฏอยู่ได้แก่ 84 111 95 7 126 49 148 107 137 14 ซึ่งหากเหมือนกันเพียงแค่ 1-2 ใบก็อาจจะตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นความบังเอิญหรือไม่อย่างไร แต่ตัวเลขเหล่านี้เรียงลำดับตรงกันเป๊ะทั้งหมด 18 ใบ โดยในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความมั่นคง ซึ่ง 7 อันดับแรกได้เป็นส.ว.ตัวจริง หนึ่งในนั้นคือนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ที่ช่วงเช้าได้คะแนน 34 คะแนน ช่วงบ่ายได้ 67 คะแนน ขณะที่พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ช่วงเช้าได้ 40 คะแนน ตอนบ่ายได้ 74 คะแนน อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้สมัคร 3 ตัวเลขหลัง ที่ตอนเช้าได้คะแนนเยอะ แต่ตอนบ่ายคะแนนกลับลดลงเหลือเพียงไม่กี่คะแนน
.
น.ส.พนิดา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เมื่อไปดูผู้สมัครจากหลายกลุ่มเช่น กลุ่มทำสวน ป่าไม้ ปศุสัตว์ ประมง ที่พบว่ามีการใช้โพยหลักชุดเดียวกัน ลำดับตรงกันเป๊ะจำนวน 16 ใบ คือ 79 77 46 33 16 93 152 26 60 74 โดยที่ 7 คนแรกได้เป็น ส.ว.ตัวจริง อาทิ นายยะโก๊ะ ฮีมละ ที่มาจาก จ.สงขลา ตอนเช้าได้ 38 คะแนน ตอนบ่ายได้ 59 คะแนน น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน จากจ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่ตอนเช้าได้ 31 คะแนน ตอนบ่ายได้ 61 คะแนน ซึ่งทราบว่ารายชื่อนี้เป็นรายชื่อ 1 ใน 8 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งไปให้อัยการสูงสุด (อสส.) ขณะที่สามลำดับสุดท้ายก็เป็นแพตเทิร์นเหมือนกับกลุ่มที่ 1 ที่ตอนเช้าจะได้คะแนนสูงแต่ตอนบ่ายคะแนนจะลดฮวบ และจะเป็นผู้สมัครที่มาจากจังหวัดที่มีแค่ไม่กี่อำเภอ เช่น นนทบุรี อ่างทอง เลย และยังเป็นแพตเทิร์นเดียวกับอีกหลายๆ กลุ่ม
.
น.ส.พนิดา กล่าวด้วยว่า อาทิ กลุ่มที่ 7 แรงงาน กลุ่มที่ 10 ผู้ประกอบการกลุ่มใหญ่กว่ากิจการเอสเอ็มอี กลุ่ม 11 ผู้ประกอบธุรกิจหรืออาชีพด้านการท่องเที่ยว โดยในกลุ่มนี้พบว่าคนที่น่าสนใจคือนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร จาก จ.หนองบัวลำภู ที่ตอนเช้าได้ 35 คะแนน ตอนบ่ายได้ 73 คะแนน นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ จากจ.กระบี่ ตอนเช้าได้ 29 คะแนนตอนบ่ายได้ 27 คะแนน กลุ่มที่ 13 การศึกษา พบคนที่น่าสนใจคือนายสรชาติ สุวรรณพรหม ที่ตอนเช้าได้ 25 คะแนนตอนบ่ายได้ 66 คะแนน
.
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเรานำคะแนนทั้งหมดมาเรียงกัน 10 อันดับแรกที่ได้เป็นส.ว. ตัวจริงจาก 20 กลุ่มในรอบบ่ายพบว่าสูงอยู่ที่ 6 คน 7 คนสูงบ้าง กลางบ้าง และตกหน้าผาทันทีโดย 3 คนไปไม่รอด เราสามารถตั้งสมมติฐานได้หรือไม่ว่าตั้งใจมาอยู่แล้วว่าจะต้องได้ส.ว. กลุ่มละ 6-7 คนนี้ และหากเราอยากได้ส.ว. แบบนี้จะต้องมีอะไรบ้างนั่นคือเราต้องชนะรอบบ่ายที่เป็นการเลือกแบบไขว้และมีการจับฉลากแบ่งสาย สายละ 5 กลุ่ม ซึ่งจะได้ 4 สาย ผ่านเข้ารอบมากลุ่มละ 40 คน
.
น.ส.พนิดา กล่าวว่า กติกาของรอบนี้คือลงคะแนนให้กลุ่มอื่นในสายได้ กลุ่มละ 5 คะแนน แต่เลือกกลุ่มตัวเองไม่ได้ แต่ละสายจะมี 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มจะมี 40 คน แต่ละคนจะมี 5 คะแนนต่อกลุ่ม ดังนั้น จำนวนคนที่มีสิทธิ์โหวตคะแนน ให้แต่ละกลุ่มจะมีทั้งหมด 160 คน คิดเป็นคะแนนโหวตคือ 800 คะแนนที่มาจาก 160 คูณ 5 ซึ่งเป็นคะแนนที่แต่ละกลุ่มจะได้รับในช่วงบ่ายรวมกันไม่เกินนี้ เช่น หากอยู่สาย ก. แล้วอยากได้ส.ว. 6 คนต่อกลุ่ม และอยากได้ 60 คะแนนต่อคนเพื่อการันตีว่าคนนี้จะเข้าไปเป็น ส.ว.แน่นอน ก็ต้องนำหกคนที่อยากได้ไปคูณกับคะแนนที่อยากได้ รวมเป็น 360 คะแนนจาก 800 คะแนน หรือคิดเป็น 45% ของคนที่มีสิทธิ์โหวตทั้งหมดคือ 160 คน จะเท่ากับ 72 คนของทั้งสาย โดยที่ 72 คนของทั้งสายจะคิดเป็น 18 คนต่อกลุ่ม แปลว่าหากเราอยากได้ส.ว. กลุ่มละ 6-7 คน ต้องมีคนที่สั่งโหวตและเข้ามาในรอบบ่ายได้ 18-21 คน
.
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า การที่จะได้ทีมที่สามารถสั่งโหวตได้และได้เข้าไปในรอบบ่าย 18-21 คนนั้นก็จะต้องย้อนกลับไปดูการเลือกในรอบเช้าที่เป็นการเลือกกันเองในกลุ่มตัวเอง แต่ละกลุ่มจะมีทั้งหมด 154 คนที่มาจาก 77 จังหวัด จังหวัดละ 2 คนต่อกลุ่ม เฮ้ยแต่ละคนจะมีทั้งหมด 10 คะแนน คิดเป็นคะแนนโหวตทั้งหมด 1,540 คะแนนต่อกลุ่ม หากตั้งโจทย์ว่าอยากได้ทีมที่สั่งโหวตได้ 18 คนต่อกลุ่ม คะแนนประมาณ 30 คะแนนต่อคน ก็ต้องนำคะแนนคนที่เราอยากได้ ไปคูณกับคำนวณคะแนนต่อคนที่อยากได้เท่ากับ 540 คะแนน คิดเป็น 35.6% ของคนที่มีสิทธิ์โหวตให้ทั้งหมด โดย 35.6% ของคน 154 คนจะอยู่ที่ประมาณ 55 คนต่อกลุ่ม แต่หากอยากได้ทุกกลุ่มคือ 20 กลุ่ม ก็จะต้องมีคนที่สั่งโหวตได้เข้ารอบเลือกระดับประเทศทั้งหมด 1,100 คน
.
น.ส.พนิดา กล่าวอีกว่า จากข้อมูลดังกล่าว เราต้องมองทุกอย่างประกอบกัน จะมองแยกกรณีไม่ได้ และอยากถามคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ที่ไม่ใช่การที่อยู่ดีๆ กล่าวหาลอยๆ แต่เป็นพฤติกรรมที่เราเห็นในการเลือกส.ว. รอบระดับประเทศที่ผ่านมานั้น มันเพียงพอให้กกต. เชื่อได้แล้วหรือไม่ว่า ผู้สมัครหรือผู้กระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันทำให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งหาก กกต. ไม่ส่งเรื่องไปศาลจะหักล้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เหล่านี้ได้อย่างไร
.

.
ฝนถล่มนครพนม 107.9 มม. น้ำทะลักท่วมบ้าน-ร้านค้า ชาวบ้านบอก “ฝนแสนห่า” ไม่เคยเจอในรอบ 30 ปี
https://www.dailynews.co.th/news/6092789/
.
ฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่ตี 5 วัดปริมาณน้ำฝนได้ 107.9 มม. น้ำรอการระบายทั่วเขตเทศบาลเมืองนครพนม ทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชนและร้านค้า ขณะที่รถยนต์-รถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำ เครื่องน็อกดับกลางถนน เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังสูบน้ำลงแม่น้ำโขง
.
วันที่ 9 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. ได้เกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่เทศบาลเมืองนครพนม (ทม.นครพนม) โดยสถานีอุตุนิยมวิทยาวัดปริมาณน้ำฝนที่ตกได้ถึง 107.9 มม. ทำให้มวลน้ำในถนนทุกสายรอการระบาย บางส่วนไหลทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชน ร้านค้า และร้านอาหาร สิ่งของต่าง ๆ เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาแก๊ส ที่นอน ฯลฯ ได้รับความเสียหาย
.
ขณะที่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่พยายามขับฝ่าน้ำ เกิดเครื่องน็อกดับกลางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งประชาชนที่พบเห็น ได้เข้าทำการช่วยเหลือ
.
โดย ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และ นายนิวัต เจียวิริยบุญญา นายกเทศบาลเมืองนครพนม ได้สั่งการด่วนให้ อส. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม (ปภ.จว.นครพนม) รวมถึงงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลเมืองนครพนม (ปภ.ทม.นครพนม) ระดมสรรพกำลังเข้าช่วยเหลือประชาชน เดินเครื่องสูบน้ำกว่า 8 ตัว สูบระบายน้ำลงแม่น้ำโขง และการเร่งด่วนที่สุด ขณะรายงานฝนได้ซาลงแต่ยังคงตกอยู่ตลอดเวลา
.
ซึ่งลักษณะการที่ฝนตกหนักและตกต่อเนื่องนานนับชั่วโมงขนาดนี้ ชาวบ้านเรียกว่าฝนแสนห่า โดยในเขตเทศบาลเมืองนครพนมไม่ได้พบเจอฝนที่ตกนานเช่นนี้มาก่อนในรอบ 30 ปี
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่