สวัสดีค่ะ ช่วงนี้รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนพอสมควรเลยค่ะ
เมื่อก่อนเป็นคนคิดเยอะมาก เวลาจะทำอะไรสักอย่างต้องคอยนึกว่าคนอื่นจะมองยังไง กลัวคนไม่ชอบ กลัวทำออกมาแล้วไม่ดีพอ
จนบางทีเหนื่อยทั้งที่เรื่องนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ แต่พออายุมากขึ้นเรื่อย ๆ กลับรู้สึกว่าหลายเรื่องมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
และคนอื่นเองก็คงมีเรื่องของตัวเองให้คิดมากกว่าจะมานั่งสนใจเราตลอดเวลา
ทุกวันนี้เลยเริ่มกล้าปฏิเสธอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำมากขึ้น กล้าบอกว่าไม่สะดวกโดยไม่ต้องแต่งเรื่องยาว ๆ มารองรับ
และเริ่มเข้าใจว่าการรักษาความรู้สึกของตัวเองไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนเห็นแก่ตัว
เมื่อก่อนเราชอบคิดว่าชีวิตที่ดีต้องมีคนรอบตัวเยอะ ๆ ต้องออกไปเจอเพื่อน ต้องมีอะไรให้ตื่นเต้นตลอดเวลา
แต่ตอนนี้กลับชอบวันที่เลิกงานแล้วได้กลับห้อง เปิดแอร์ อาบน้ำ หาอะไรอร่อย ๆ กิน แล้วนอนดูซีรีส์เงียบ ๆ มากกว่า มันไม่ได้หวือหวาเลยนะคะ
แต่เป็นความสุขที่ไม่ต้องพยายาม บางความสัมพันธ์ก็เหมือนกันค่ะ เมื่อก่อนคิดว่าคบกันมานานแล้วจะต้องรักษาไว้ให้ได้ทุกความสัมพันธ์
แต่ตอนนี้กลับมองว่าถ้าวันหนึ่งต่างคนต่างเดินไปคนละทาง ก็ไม่จำเป็นต้องมีใครผิดหรือมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเสมอไป
บางคนแค่เหมาะที่จะอยู่ในช่วงหนึ่งของชีวิตเราก็เท่านั้นเอง ยิ่งโตยิ่งรู้สึกว่าความสำเร็จของแต่ละคนหน้าตาไม่เหมือนกันเลย
บางคนอยากมีบ้าน มีรถ มีครอบครัว บางคนอยากทำงานเก็บเงินแล้วเที่ยว บางคนอยากอยู่คนเดียวแบบสงบ ๆ
ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีแบบไหนถูกกว่าแบบไหน
ตอนนี้เลยพยายามใช้ชีวิตโดยไม่เอาความเร็วของคนอื่นมาเป็นมาตรวัดตัวเองมากเกินไป
ยังมีวันที่รู้สึกหลุดจากเป้าหมายหรือรู้สึกว่าตัวเองช้าอยู่เหมือนเดิมค่ะ แต่พอรู้ตัวก็จะเตือนตัวเองว่าเราไม่ได้แข่งกับใคร
และชีวิตก็ไม่ได้มีเส้นชัยเดียวสำหรับทุกคน
สุดท้ายสิ่งที่อยากได้มากที่สุดในช่วงนี้เลยไม่ใช่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
แต่อยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่กลับมาถึงบ้านแล้วรู้สึกว่า วันนี้เราใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกเองจริง ๆ แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วค่ะ
พอโตขึ้นถึงรู้ว่า ความสบายใจบางอย่างไม่ได้เกิดจากการมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่เกิดจากการที่เราเลือกอะไรให้ตัวเองเป็นแล้ว
เมื่อก่อนเป็นคนคิดเยอะมาก เวลาจะทำอะไรสักอย่างต้องคอยนึกว่าคนอื่นจะมองยังไง กลัวคนไม่ชอบ กลัวทำออกมาแล้วไม่ดีพอ
จนบางทีเหนื่อยทั้งที่เรื่องนั้นยังไม่ได้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ แต่พออายุมากขึ้นเรื่อย ๆ กลับรู้สึกว่าหลายเรื่องมันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น
และคนอื่นเองก็คงมีเรื่องของตัวเองให้คิดมากกว่าจะมานั่งสนใจเราตลอดเวลา
ทุกวันนี้เลยเริ่มกล้าปฏิเสธอะไรที่ตัวเองไม่อยากทำมากขึ้น กล้าบอกว่าไม่สะดวกโดยไม่ต้องแต่งเรื่องยาว ๆ มารองรับ
และเริ่มเข้าใจว่าการรักษาความรู้สึกของตัวเองไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนเห็นแก่ตัว
เมื่อก่อนเราชอบคิดว่าชีวิตที่ดีต้องมีคนรอบตัวเยอะ ๆ ต้องออกไปเจอเพื่อน ต้องมีอะไรให้ตื่นเต้นตลอดเวลา
แต่ตอนนี้กลับชอบวันที่เลิกงานแล้วได้กลับห้อง เปิดแอร์ อาบน้ำ หาอะไรอร่อย ๆ กิน แล้วนอนดูซีรีส์เงียบ ๆ มากกว่า มันไม่ได้หวือหวาเลยนะคะ
แต่เป็นความสุขที่ไม่ต้องพยายาม บางความสัมพันธ์ก็เหมือนกันค่ะ เมื่อก่อนคิดว่าคบกันมานานแล้วจะต้องรักษาไว้ให้ได้ทุกความสัมพันธ์
แต่ตอนนี้กลับมองว่าถ้าวันหนึ่งต่างคนต่างเดินไปคนละทาง ก็ไม่จำเป็นต้องมีใครผิดหรือมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเสมอไป
บางคนแค่เหมาะที่จะอยู่ในช่วงหนึ่งของชีวิตเราก็เท่านั้นเอง ยิ่งโตยิ่งรู้สึกว่าความสำเร็จของแต่ละคนหน้าตาไม่เหมือนกันเลย
บางคนอยากมีบ้าน มีรถ มีครอบครัว บางคนอยากทำงานเก็บเงินแล้วเที่ยว บางคนอยากอยู่คนเดียวแบบสงบ ๆ
ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีแบบไหนถูกกว่าแบบไหน
ตอนนี้เลยพยายามใช้ชีวิตโดยไม่เอาความเร็วของคนอื่นมาเป็นมาตรวัดตัวเองมากเกินไป
ยังมีวันที่รู้สึกหลุดจากเป้าหมายหรือรู้สึกว่าตัวเองช้าอยู่เหมือนเดิมค่ะ แต่พอรู้ตัวก็จะเตือนตัวเองว่าเราไม่ได้แข่งกับใคร
และชีวิตก็ไม่ได้มีเส้นชัยเดียวสำหรับทุกคน
สุดท้ายสิ่งที่อยากได้มากที่สุดในช่วงนี้เลยไม่ใช่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบ
แต่อยากเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่กลับมาถึงบ้านแล้วรู้สึกว่า วันนี้เราใช้ชีวิตในแบบที่เราเลือกเองจริง ๆ แค่นั้นก็น่าจะพอแล้วค่ะ