JJNY : ตอบกระทู้ DSI งดสอบสวนคดีเสื้อแดง 53│ศาลปค.ไม่รับคำฟ้อง"นพ.สรณ"│มวลน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มอย่างเร็ว│ไต้หวันประณามจีน

รมว.ยุติธรรม ตอบกระทู้แจงเหตุ DSI งดการสอบสวน คดีเสื้อแดง 53
.

.
รมว.ยุติธรรม ตอบกระทู้แจงเหตุ DSI งดการสอบสวน คดีเสื้อแดง 53 เพราะไม่สามารถสืบรู้ตัวผู้กระทำความผิดได้ ย้ำหากมีพยานหลักฐานใหม่ที่เชื่อมโยงผู้กระทำผิดได้ พร้อมสอบต่อทันที ตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลางเดินหน้าก่อนหมดอายุความ
.
นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียเปิดเผยว่า  เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำตอบกระทู้ของ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตอบกระทู้ที่ตนตั้งคำถามต่อเนื่องจากที่เคยตอบในวุฒิสภามาก่อนหน้านี้ ถึงความคืบหน้าคดีเกี่ยวกับการทำร้ายประชาชนในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2553
.
กระทู้ของเทวฤทธิ์สอบถามถึงคดีกลุ่มที่ 3 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 3 คดี หลังจากที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษและพนักงานอัยการมีความเห็นพ้องให้ "งดการสอบสวน" เนื่องจากยังไม่สามารถสืบรู้ตัวผู้กระทำความผิดได้ พร้อมแสดงความกังวลว่าคดีดังกล่าวเหลือระยะเวลาอีกไม่ถึง 4 ปีก็จะขาดอายุความ จึงต้องการทราบแนวทางของกระทรวงยุติธรรมและ DSI ในการสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ทันก่อนหมดอายุความ
.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตอบกระทู้เป็นลายลักษณ์อักษรว่า สำหรับคดีในกลุ่มที่ 3 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ตามกรอบอำนาจหน้าที่จนถึงที่สุดแล้ว แต่ยังไม่พบพยานหลักฐานเพียงพอที่จะระบุตัวผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินคดีได้ จึงมีความเห็นควรงดการสอบสวน ซึ่งพนักงานอัยการได้พิจารณาและมีความเห็นพ้องด้วยแล้ว พร้อมย้ำว่าหากในอนาคตมีพยานหลักฐานใหม่หรือข้อมูลที่เชื่อมโยงไปถึงตัวผู้กระทำผิดได้ DSI พร้อมดำเนินการสอบสวนต่อทันที เพื่อคืนความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย
.
ในประเด็นเรื่องอายุความที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ รมว.ยุติธรรมเปิดเผยว่าได้มีการประสานงานบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการสืบสวนสอบสวนไม่ให้ล่าช้า โดยเฉพาะการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการกลาง เพื่อการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษกรณีเหตุการณ์ความไม่สงบ พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจภายใต้ DSI ที่รับผิดชอบสืบสวนสอบสวนคดีที่เกี่ยวเนื่องกับเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเฉพาะ ติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมยืนยันว่า DSI จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้คดีมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมที่สุดก่อนครบกำหนดอายุความตามที่กฎหมายกำหนดไว้
.
.

.
ศาลปกครองกลาง ไม่รับคำฟ้อง "นพ.สรณ" ขอเพิกถอนมติกรรมการสรรหาฯ ปมคุณสมบัติประธาน กสทช.
.
ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา ตามที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อดีตประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ยื่นคำร้องไว้ เนื่องจากยังถือว่ายังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จึงยังไม่มีสิทธิฟ้อง
.
ทั้งนี้ นพ.สรณ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช.เมื่อ 3 ส.ค.69 โดยขอให้ถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่มีมติ 4:0 ว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติในการเป็นประธาน กสทช. และขอให้ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอทุเลาการบังคับตามกฎหรือคำสั่งทางปกครอง และขอบรรเทาทุกข์ชั่วคราวโดยเร่งด่วน
.
โดยศาลได้ยกบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ขึ้นวินิจฉัย โดยสรุปได้ว่า คณะกรรมการสรรหาฯ วินิจฉัยว่าผู้ฟ้องคดี มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) และถือว่าสละสิทธิในการเข้ารับตำแหน่งตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 8 (2) ซึ่งการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 8 นั้น เป็นกรณีที่มีบทบัญญัติไว้ในมาตรา 20 วรรคหนึ่ง (5) และในมาตรา 20 วรรคสอง กำหนดว่า การพ้นจากตำแหน่งตาม (4) หรือ (5) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง โดยพระบรมราชโองการดังกล่าว ให้มีผลแต่วันที่ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือวันที่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืน แล้วแต่กรณี
.
ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่า นพ.สรณ ยังคงปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์รับค่าตอบแทนรายชั่วโมง ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จนถึงวันที่ 12 เมษายน 2565 และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 13เ มษายน 2565 ผลย้อนหลังของพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง จึงย่อมย้อนไปถึงวันที่ 13 เมษายน 2565 อันเป็นวันที่เข้าดำรงตำแหน่งทั้งที่ยังมีลักษณะต้องห้ามอยู่
.
แหล่งข่าววงการกฎหมายระบุว่า คำสั่งไม่รับคำฟ้องของศาลปกครองกลาง ไม่ได้วินิจฉัยว่า นพ.สรณ กระทำการขัดต่อกฎหมายหรือไม่ แต่ได้ยืนยันขั้นตอนและกระบวนการที่ต้องดำเนินการต่อไปไว้อย่างชัดเจน คือการนำความกราบบังคมทูล ตามมาตรา 20 วรรคสอง ซึ่งมิได้ปรากฏขั้นตอนการขอมติวุฒิสภาไว้ในกระบวนการนี้แต่อย่างใด
.
ผลของคำสั่งจึงเป็นการเร่งรัดให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้มีหน้าที่นำความกราบบังคมทูล ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายให้ครบถ้วนโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติความไม่แน่นอนทางกฎหมาย และบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นแก่ประโยชน์สาธารณะ
.
อย่างไรก็ดี คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ซึ่งผู้ฟ้องคดีอาจใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดได้ตามกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด เรื่องนี้จึงยังมิอาจถือว่าถึงที่สุดในทางคดี แม้ในทางกระบวนการทางปกครองจะไม่มีข้อขัดข้องใดเหลืออยู่แล้วก็ตาม
.

.
มวลน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วันเดียวขึ้นกว่า 95 ซม
.
มวลน้ำในแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว วันเดียวขึ้นกว่า 95 ซม.จนล่าสุด มีระดับเกือบ 9 เมตรแล้ว เริ่มท่วมบันไดทางขึ้นลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย อีกทั้งยังมีแนวโน้มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
ระดับน้ำโขงที่ไหลผ่านจังหวัดหนองคาย วัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ วันนี้ 8 สิงหาคม 2569 ยังคงมีระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องอีกวัน ซึ่งเกิดจากฝนตกหนักทางตอนเหนือของไทย และ สปป.ลาว ล่าสุดวันนี้ มีระดับอยู่ที่  8.98 เมตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของเมื่อวานนี้ถึง 95 ซม. ต่ำกว่าระดับวิกฤติ 3.22 เมตร ระดับน้ำโขง 2 วันรวมกันเพิ่มขึ้นถึง 1.23 เมตร และยังมีแนวโน้มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากระดับน้ำทางตอนเหนือทั้งที่จังหวัดเลยและจังหวัดเชียงราย วันนี้มีระดับสูงขึ้นเช่นกัน
.
ระดับน้ำโขงที่เพิ่มสูงขึ้นจนมีระดับสูง ส่งผลให้เริ่มท่วมบันไดทางขึ้นลานวัฒนธรรมริมฝั่งแม่น้ำโขงที่อยู่ภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคายหลายจุดมีระดับน้ำท่วมสูงขึ้น อีกทั้งน้ำโขงยังไหลเชี่ยวและมีเศษไม้ท่อนไม้ลอยมากับน้ำเป็นจำนวนมาก  โป๊ะ แพ เรือ และกระชังปลาที่เลี้ยงในแม่น้ำโขง ต้องผูกยึดให้แน่นหนา และคอยปรับระดับให้เหมาะสมกับระดับน้ำที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งต้องระวังเศษไม้ ขอนไม้ที่ลอยมากับน้ำ ไม่ให้ลอยมาชนกระชังปลา ที่จะทำให้เกิดความเสียหายได้
.
ในขณะที่เทศบาลเมืองหนองคาย เตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน โดยได้มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่กระจายครอบคลุมพื้นที่ จำนวน 10 จุด รวมทั้งสูบน้ำที่ติดตั้งทั้งหมด 12 เครื่อง ประกอบด้วย เครื่องสูบน้ำขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล อัตราการสูบ 28,000 ลิตร/นาที ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณาภัย จำนวน 6 เครื่อง , เครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว ที่ได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทาน จำนวน 3 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว ที่ได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.หนองคาย จำนวน 3 เครื่อง นอกจากนี้เทศบาลเมืองหนองคาย ยังมีเครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้าขนาด 60 นิ้ว ที่ติดตั้งอยู่บริเวณปากประตูระบายน้ำชุมชนวัดธาตุ อีก 2 เครื่อง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่