ดูข่าวก็แปลกประหลาดนะ ..... ทุกคนถูกหมดเลย ยกเว้น เด็กที่กราดยิง !!!! ...........
ทุกคนเป็นคนดี รักและเอ็นดูเด็ก....+ ....รู้จักน้องดีอย่างโน้นอย่างนี้ น้องมีนิสัยรักการเรียน
โถววววววว !!!! "มหกรรมคนดีรอบตัวผู้ก่อเหตุ" 55555555555+
สมาคมญาติมิตรทิพย์....!
- น้องเป็นคนน่ารัก รักการเรียน เป็นเด็กเงียบๆ นิสัยดีมากค่ะ : ออกทีวี ใครจะพูดในทางลบเเล้วให้ทัวร์ลงล่ะ?
"สังคมปากว่าตาขยิบ" ที่ชอบสร้างภาพว่าเป็นคนดี รักเด็ก เอ็นดูเด็ก แต่ความจริงลับหลังอีกด้านก็เป็นไปได้ ...ทุกคนรีบสวมบท "งงมาก น้องเป็นคนดี" เพื่อปัดความผิดออกจากตัวเองทันที!
....ผู้ใหญ่ปากหวาน แต่ข้างในใจร้าย.... <ไม่ใช่เเค่เด็กที่เก็บกด เเต่ครู ผู้ใหญ่ก็เก็บกดเเล้วมาลงกับเด็กก็มีแบบไม่รู้ว่าตัวเองผิด>
"โอ้ยน้อ... ตอนเด็กโดนบูลลี่ โดนกดดันจนสติจะแตก: "เรื่องเด็กๆ หยอกกันเล่นน่า คิดมากไปได้" ...พอเด็กหยิบปืนขึ้นมา: "งงมากค่ะ น้องเป็นคนน่ารัก รักการเรียน!"...แอ็กติ้งระดับรางวัลสุพรรณหงส์!"
"สคริปต์สถาบันการศึกษาไทย: "โรงเรียนเราไม่มีการบูลลี่ค่ะ เด็กทุกคนรักกันดี" ...จ้า! รักกันดีจนอีกคนต้องหาวิธีระเบิดตัวเองขนาดนี้ ละเลยกันจนชิน แล้วค่อยมาตกใจตอนเป็นข่าว!"
- ถ้าติดเกมส์ ทำไมไม่ใส่ชุดเกมส์ + สังคม ฉากในเกมส์ก็เป้นที่สาธารณะอื่นๆ ไม่ใช่ รร. นะ
"ทุกคนเป็นคนดีหมดเลยครับ! ไม่มีใครเคยทำร้ายน้องเลยสักคน! แล้วความเครียด ความแค้น ความกดดันในหัวเด็กมันมาจากไหน?
- อากาศร้อนหรองับ 55555555555+
"ตอนเด็กตะโกนขอความช่วยเหลือผ่านพฤติกรรม = ไม่มีใครสนใจ พอเด็กใช้ 'เสียงปืน' ตะโกนแทน = ทุกคนพร้อมใจกันงง แล้วบอก 'ไม่คิดเลยว่าน้องจะทำ' ...ก็เพราะไม่เคยคิดจะสนใจไง!"
"ชื่นชมคนรอบข้างนะครับ... ปากบอกรักเด็ก แต่ทักษะการ 'เพิกเฉยต่อปัญหา' คือระดับมืออาชีพมาก! พอเกิดเรื่องก็แค่รำพึงรำพันหน้ากล้อง แล้วก็ลอยตัวสบายใจ!" ....กันหมดเลย !!!
"สังคมนี้ประหลาดดีเนอะ... ช่วยกัน 'ผลัก' เด็กให้ตกเหวทีละนิด พอเด็กตกถึงพื้นสลายร่าง ผลงานเข้าตา ปุ๊บ... รีบเดินมาร้องไห้ข้างเหว แล้วบอก 'น้องเป็นเด็กดีแท้ๆ' !"
ครูแนะแนว = ไม่เคยบอกเลยว่า สาขาที่จะทำงานเป็นยังไง (แล้วให้เขียนงานที่อยากทำ และเหตุผล ....)
- เทียบความใส่ใจ ก็รู้ๆกันอยู่ มาสอนให้จบๆเเล้วจากไป !!!!
"ตลกพวกครู/คนดูแล... ตอนเด็กโดนรังแกทำเป็นตาบอด พอเกิดเรื่องปุ๊บ สวมบทเป็น 'นักสืบจิตวิทยา' ทันที รู้ดีทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ตัวเองเคยเมิน!"
- งานหลายหน้า รู้ว่าครูก็เครียด รีบทำงานเเล้วกลับบ้านไปหาลูกเต้า พักผ่อน บลาๆๆ
- เเต่ ........ (ลองถามเด็กๆสิ คิดยังไงกับครูกันแน่ .....+ ถ้าเด็กออกกล้องก็จะแสดงท่าทีอีกแบบนะ 5555+ )
"รักและเอ็นดูน้องมากค่ะ! ...เอ็นดูแบบ "เห็นเขาทุกวัน แต่ไม่เคยสนใจจริงจัง" พอเขาคลั่งขึ้นมา.... ลุงๆป้าๆได้ซีนออกรายการข่าวช่องดังเฉยเลย มงลงมาก!"
"ชื่นชมความพร้อมเพรียงของสังคมไทยมากครับ... ตอนเด็กบอบช้ำ ช่วยกัน 'เงียบ' ...พอเด็กสติแตกยิงคน ช่วยกัน 'ตกใจ' แล้วออกทีวี!"
"ถ้าเปลี่ยนพลังการ 'สร้างภาพเป็นคนดีหลังเกิดเหตุ' มาเป็น 'การใส่ใจเด็กก่อนเกิดเหตุ' ป่านนี้คงไม่มีใครต้องเสียชีวิตแล้วมั้งครับ!"
----------------------------------------------------------------------------
เเต่ก็นะ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป
.....เวลามันจำกัด จะมาสร้างกิจกรรมสันทนาการความอบอุ่น เช่น ภายในครอบครัว ในรั้วโรงเรียน มันก็ชั่งยากเย็น .....
......เเล้วก็จะเกิด "คนดีทิพย์" แบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆๆ !!! โดยที่ไม่เคยรู้ปัญหาจริงๆภายในใจของเด็กเลย .....
(ละครคุณธรรม หรือละครช่อง 3 ช่อง 7 พระ-นางรักเด็ก...สู้เพื่อเด็กหรอ = โลกสวย หลอกคนให้ดู.....ซึ่งความจริงมันตรงกันข้ามเลย เเต่ก็สอนดีแหละ !! ยา มโนแก้ขัด)
......"งานสร้างภาพเอาภาระงานไปส่งผอ." หรือทำส่งๆ ไปให้จบวัน พอไม่มีใครมีเวลาฟัง ความรู้สึกเด็กจริงๆกันหรอก .....
เพราะการนั่งฟังปัญหาเด็กมัน 'ใช้เวลาและเหนื่อย' แต่การเดินมาต่อหน้ากล้องแล้วพูดว่า 'น้องเป็นคนดีค่ะ' มัน 'ง่ายและได้ซีน'
----------------------------------------------------------------------------------------------------
"แคมเปญ / โครงการสีขาวในโรงเรียน" (กิจกรรมทิพย์)
- โลกสวย: ป้าย "โรงเรียนปลอดการบูลลี่", กิจกรรม "วันแห่งความรักและอบอุ่น", สัปดาห์แนะแนวสุขภาพจิต
- ความจริง: มันคือ "การทำเอาชีตส่ง ผอ." กับ "ถ่ายรูปทำรายงานส่งกระทรวง" จัดงานกะเกณฑ์เด็กมานั่งฟัง 2 ชั่วโมง ตัดกระดาษ ทำบอร์ด ถ่ายรูปกลุ่ม... เสร็จแล้วจบ! พรุ่งนี้เด็กโดนล้อ โดนแกล้งต่อเหมือนเดิม เพราะระบบไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ แต่มุ่งสร้างผลงานไว้ประเมิน!
"คอร์สพัฒนาศักยภาพ / ค่ายอบรมคุณธรรมทิพย์"
- ภาพที่สร้าง: จับเด็กส่งเข้าค่ายธรรมะ ค่ายผู้นำ ค่ายสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ 3 วัน 2 คืน เพื่อให้เด็ก "ตื่นรู้และกลับมาเป็นเด็กดี"
- ความจริง: มันคือ "การปัดภาระแบบจ่ายเงินจบ" ของผู้ใหญ่! พ่อแม่/โรงเรียนไม่มีเวลาดูลูก ก็เอาเด็กไปโยนใส่ค่าย ให้พระหรือวิทยากรเทศน์ใส่หัว พอกลับมาบ้าน สภาพแวดล้อมเดิมๆ คำพูด toxic แบบเดิมๆ ก็เหมือนเดิม ค่าย 3 วันจะไปสู้ความกดดัน 365 วันได้ยังไง?
"เปย์สิ่งของ / ซื้อแกดเจ็ตไถ่โทษ"
- ภาพที่สร้าง: พ่อแม่ปู่ย่าตายายยุคใหม่ ซื้อไอโฟนให้ ซื้อคอมแรงๆ ให้ ซื้อของเล่นแพงๆ ให้ ถือว่าเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด ไม่เคยให้ลำบาก
- ความจริง: มันคือ "การซื้อความรู้สึกผิด" ของผู้ใหญ่ เอาของมาแลกกับการไม่ต้องนั่งฟังเด็กคุย ให้เด็กไปจมอยู่กับหน้าจอ จะได้ไม่มาวุ่นวาย พอเด็กสติแตก พ่อแม่ก็งงอีก 'เลี้ยงมาอย่างดี ของแพงๆ อยากได้อะไรก็ซื้อให้ ทำไมถึงทำแบบนี้?' ...ก็เพราะซื้อให้ทุกอย่าง ยกเว้น "เวลาและความเข้าใจ"
ที่กล่าวมาพวกนี้ = ก็เเค่ทฤษฎีโลกสวย...... !!! 5555555555+
ข่าวนร.กราดยิง เพื่อน ครู ญาติ ...ออกข่าว เเล้วใครจะบอกว่าตัวเองผิดล่ะ?
ทุกคนเป็นคนดี รักและเอ็นดูเด็ก....+ ....รู้จักน้องดีอย่างโน้นอย่างนี้ น้องมีนิสัยรักการเรียน
โถววววววว !!!! "มหกรรมคนดีรอบตัวผู้ก่อเหตุ" 55555555555+
สมาคมญาติมิตรทิพย์....!
- น้องเป็นคนน่ารัก รักการเรียน เป็นเด็กเงียบๆ นิสัยดีมากค่ะ : ออกทีวี ใครจะพูดในทางลบเเล้วให้ทัวร์ลงล่ะ?
"สังคมปากว่าตาขยิบ" ที่ชอบสร้างภาพว่าเป็นคนดี รักเด็ก เอ็นดูเด็ก แต่ความจริงลับหลังอีกด้านก็เป็นไปได้ ...ทุกคนรีบสวมบท "งงมาก น้องเป็นคนดี" เพื่อปัดความผิดออกจากตัวเองทันที!
....ผู้ใหญ่ปากหวาน แต่ข้างในใจร้าย.... <ไม่ใช่เเค่เด็กที่เก็บกด เเต่ครู ผู้ใหญ่ก็เก็บกดเเล้วมาลงกับเด็กก็มีแบบไม่รู้ว่าตัวเองผิด>
"โอ้ยน้อ... ตอนเด็กโดนบูลลี่ โดนกดดันจนสติจะแตก: "เรื่องเด็กๆ หยอกกันเล่นน่า คิดมากไปได้" ...พอเด็กหยิบปืนขึ้นมา: "งงมากค่ะ น้องเป็นคนน่ารัก รักการเรียน!"...แอ็กติ้งระดับรางวัลสุพรรณหงส์!"
"สคริปต์สถาบันการศึกษาไทย: "โรงเรียนเราไม่มีการบูลลี่ค่ะ เด็กทุกคนรักกันดี" ...จ้า! รักกันดีจนอีกคนต้องหาวิธีระเบิดตัวเองขนาดนี้ ละเลยกันจนชิน แล้วค่อยมาตกใจตอนเป็นข่าว!"
- ถ้าติดเกมส์ ทำไมไม่ใส่ชุดเกมส์ + สังคม ฉากในเกมส์ก็เป้นที่สาธารณะอื่นๆ ไม่ใช่ รร. นะ
"ทุกคนเป็นคนดีหมดเลยครับ! ไม่มีใครเคยทำร้ายน้องเลยสักคน! แล้วความเครียด ความแค้น ความกดดันในหัวเด็กมันมาจากไหน?
- อากาศร้อนหรองับ 55555555555+
"ตอนเด็กตะโกนขอความช่วยเหลือผ่านพฤติกรรม = ไม่มีใครสนใจ พอเด็กใช้ 'เสียงปืน' ตะโกนแทน = ทุกคนพร้อมใจกันงง แล้วบอก 'ไม่คิดเลยว่าน้องจะทำ' ...ก็เพราะไม่เคยคิดจะสนใจไง!"
"ชื่นชมคนรอบข้างนะครับ... ปากบอกรักเด็ก แต่ทักษะการ 'เพิกเฉยต่อปัญหา' คือระดับมืออาชีพมาก! พอเกิดเรื่องก็แค่รำพึงรำพันหน้ากล้อง แล้วก็ลอยตัวสบายใจ!" ....กันหมดเลย !!!
"สังคมนี้ประหลาดดีเนอะ... ช่วยกัน 'ผลัก' เด็กให้ตกเหวทีละนิด พอเด็กตกถึงพื้นสลายร่าง ผลงานเข้าตา ปุ๊บ... รีบเดินมาร้องไห้ข้างเหว แล้วบอก 'น้องเป็นเด็กดีแท้ๆ' !"
ครูแนะแนว = ไม่เคยบอกเลยว่า สาขาที่จะทำงานเป็นยังไง (แล้วให้เขียนงานที่อยากทำ และเหตุผล ....)
- เทียบความใส่ใจ ก็รู้ๆกันอยู่ มาสอนให้จบๆเเล้วจากไป !!!!
"ตลกพวกครู/คนดูแล... ตอนเด็กโดนรังแกทำเป็นตาบอด พอเกิดเรื่องปุ๊บ สวมบทเป็น 'นักสืบจิตวิทยา' ทันที รู้ดีทุกเรื่องยกเว้นเรื่องที่ตัวเองเคยเมิน!"
- งานหลายหน้า รู้ว่าครูก็เครียด รีบทำงานเเล้วกลับบ้านไปหาลูกเต้า พักผ่อน บลาๆๆ
- เเต่ ........ (ลองถามเด็กๆสิ คิดยังไงกับครูกันแน่ .....+ ถ้าเด็กออกกล้องก็จะแสดงท่าทีอีกแบบนะ 5555+ )
"รักและเอ็นดูน้องมากค่ะ! ...เอ็นดูแบบ "เห็นเขาทุกวัน แต่ไม่เคยสนใจจริงจัง" พอเขาคลั่งขึ้นมา.... ลุงๆป้าๆได้ซีนออกรายการข่าวช่องดังเฉยเลย มงลงมาก!"
"ชื่นชมความพร้อมเพรียงของสังคมไทยมากครับ... ตอนเด็กบอบช้ำ ช่วยกัน 'เงียบ' ...พอเด็กสติแตกยิงคน ช่วยกัน 'ตกใจ' แล้วออกทีวี!"
"ถ้าเปลี่ยนพลังการ 'สร้างภาพเป็นคนดีหลังเกิดเหตุ' มาเป็น 'การใส่ใจเด็กก่อนเกิดเหตุ' ป่านนี้คงไม่มีใครต้องเสียชีวิตแล้วมั้งครับ!"
----------------------------------------------------------------------------
เเต่ก็นะ ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป
.....เวลามันจำกัด จะมาสร้างกิจกรรมสันทนาการความอบอุ่น เช่น ภายในครอบครัว ในรั้วโรงเรียน มันก็ชั่งยากเย็น .....
......เเล้วก็จะเกิด "คนดีทิพย์" แบบนี้มากขึ้นเรื่อยๆๆ !!! โดยที่ไม่เคยรู้ปัญหาจริงๆภายในใจของเด็กเลย .....
(ละครคุณธรรม หรือละครช่อง 3 ช่อง 7 พระ-นางรักเด็ก...สู้เพื่อเด็กหรอ = โลกสวย หลอกคนให้ดู.....ซึ่งความจริงมันตรงกันข้ามเลย เเต่ก็สอนดีแหละ !! ยา มโนแก้ขัด)
......"งานสร้างภาพเอาภาระงานไปส่งผอ." หรือทำส่งๆ ไปให้จบวัน พอไม่มีใครมีเวลาฟัง ความรู้สึกเด็กจริงๆกันหรอก .....
เพราะการนั่งฟังปัญหาเด็กมัน 'ใช้เวลาและเหนื่อย' แต่การเดินมาต่อหน้ากล้องแล้วพูดว่า 'น้องเป็นคนดีค่ะ' มัน 'ง่ายและได้ซีน'
----------------------------------------------------------------------------------------------------
"แคมเปญ / โครงการสีขาวในโรงเรียน" (กิจกรรมทิพย์)
- โลกสวย: ป้าย "โรงเรียนปลอดการบูลลี่", กิจกรรม "วันแห่งความรักและอบอุ่น", สัปดาห์แนะแนวสุขภาพจิต
- ความจริง: มันคือ "การทำเอาชีตส่ง ผอ." กับ "ถ่ายรูปทำรายงานส่งกระทรวง" จัดงานกะเกณฑ์เด็กมานั่งฟัง 2 ชั่วโมง ตัดกระดาษ ทำบอร์ด ถ่ายรูปกลุ่ม... เสร็จแล้วจบ! พรุ่งนี้เด็กโดนล้อ โดนแกล้งต่อเหมือนเดิม เพราะระบบไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ แต่มุ่งสร้างผลงานไว้ประเมิน!
"คอร์สพัฒนาศักยภาพ / ค่ายอบรมคุณธรรมทิพย์"
- ภาพที่สร้าง: จับเด็กส่งเข้าค่ายธรรมะ ค่ายผู้นำ ค่ายสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ 3 วัน 2 คืน เพื่อให้เด็ก "ตื่นรู้และกลับมาเป็นเด็กดี"
- ความจริง: มันคือ "การปัดภาระแบบจ่ายเงินจบ" ของผู้ใหญ่! พ่อแม่/โรงเรียนไม่มีเวลาดูลูก ก็เอาเด็กไปโยนใส่ค่าย ให้พระหรือวิทยากรเทศน์ใส่หัว พอกลับมาบ้าน สภาพแวดล้อมเดิมๆ คำพูด toxic แบบเดิมๆ ก็เหมือนเดิม ค่าย 3 วันจะไปสู้ความกดดัน 365 วันได้ยังไง?
"เปย์สิ่งของ / ซื้อแกดเจ็ตไถ่โทษ"
- ภาพที่สร้าง: พ่อแม่ปู่ย่าตายายยุคใหม่ ซื้อไอโฟนให้ ซื้อคอมแรงๆ ให้ ซื้อของเล่นแพงๆ ให้ ถือว่าเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด ไม่เคยให้ลำบาก
- ความจริง: มันคือ "การซื้อความรู้สึกผิด" ของผู้ใหญ่ เอาของมาแลกกับการไม่ต้องนั่งฟังเด็กคุย ให้เด็กไปจมอยู่กับหน้าจอ จะได้ไม่มาวุ่นวาย พอเด็กสติแตก พ่อแม่ก็งงอีก 'เลี้ยงมาอย่างดี ของแพงๆ อยากได้อะไรก็ซื้อให้ ทำไมถึงทำแบบนี้?' ...ก็เพราะซื้อให้ทุกอย่าง ยกเว้น "เวลาและความเข้าใจ"
ที่กล่าวมาพวกนี้ = ก็เเค่ทฤษฎีโลกสวย...... !!! 5555555555+