อัธยาศัย และ จุดมุ่งหมายของชน ๖ จำพวก

เข็มทิศแห่งอัธยาศัย และจุดหมายอันสูงสุด

ณ พระเวฬุวันมหาวิหาร หรือบรรยากาศอันสงบร่มรื่นแห่งพระนครพาราณสี ในยามเช้าอันอบอวลด้วยความสงบ ชาณุสโสณีพราหมณ์ ผู้เป็นเลิศด้วยความรู้และการแสวงหาความจริง ได้ย่างก้าวเข้าไปฟังสัจธรรมต่อหน้าพระผู้มีพระภาคเจ้า คำถามที่พราหมณ์กราบทูลถามนั้น ไม่ใช่เพียงคำถามธรรมดา หากแต่เป็นการเจาะลึกเข้าไปใน "โครงสร้างจิตใจ" ของมนุษย์ต่างชนชั้น ต่างเพศ และต่างวิถีชีวิต เพื่อมองหาว่า อะไรคือสิ่งนำทาง และอะไรคือจุดหมายปลายทางของชีวิตแต่ละกลุ่ม

พระพุทธองค์ทรงเปรียบเสมือนนายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจิตวิทยาแห่งจักรวาล ทรงคลี่กระจกเงาแห่งความจริง แสดงอัธยาศัยและจุดหมายของบุคคล ๖ จำพวกอย่างแจ่มแจ้ง

๑. กษัตริย์ (ขัตติยะ) — ผู้แสวงหาอำนาจและการเป็นใหญ่

กษัตริย์ทั้งหลาย มีความมุ่งหมายใน โภคทรัพย์ (โภคาธิปฺปายา) สะสมทรัพยากรเพื่อเป็นฐานพลัง มีจิตใจแสวงหา ปัญญาและกลอุบาย (ปญฺญูปวิจารา) เพื่อการปกครอง ยึดมั่นตั้งมั่นอยู่ใน กำลังพลและกองทัพ (พลาธิฏฺฐานา) เพราะเมื่อมีกองทัพเข้มแข็ง ย่อมเกิดความมั่นคงประดุจได้ที่พึ่ง มีความปรารถนาหยั่งลงใน แผ่นดิน (ปฐวีอภินิเวสา) เพื่อความเป็นใหญ่ และมีความสิ้นสุดลงตรงที่ ความเป็นใหญ่หรือพระราชาผู้ผ่านพิธีราชาภิเษก (อิสฺสริยปริโยสานา)

กษัตริย์ (ขัตติยะ) — ผู้สั่งสมอำนาจและการเป็นใหญ่

มุ่งสั่งสมโภคทรัพย์นับถ้วนทั่ว
ใช้ปัญญารอบตัวปกครองผืน
ตั้งกำลังกองทัพให้ยั่งยืน
หยั่งลงพื้นแผ่นดินถิ่นขวานทอง

จุดหมายสิ้นลงตรงความเป็นใหญ่
ผ่านพิธีราชาไภษัชย์ฉลอง
ครองอำนาจยิ่งใหญ่ในแผ่นทอง
คืออัธยาศัยคลองแห่งกษัตราฯ

--------------------------

๒. พราหมณ์ — ผู้แสวงหาพรหมโลกด้วยยัญพิธี

พราหมณ์ทั้งหลาย มีความมุ่งหมายใน โภคทรัพย์ (โภคาธิปฺปายา) เช่นเดียวกัน มีจิตใจหมุนเวียนอยู่กับ ปัญญาทางวิชาการ (ปญฺญูปวิจารา) ยึดมั่นตั้งมั่นอยู่ใน มนตร์และเวทมนตร์ (มนฺตาธิฏฺฐานา) อันเป็นที่พึ่งทางใจ ดำเนินชีวิตหมกมุ่นอยู่กับ ยัญพิธีและเครื่องบูชา (ยญฺญญาภินิเวสา) และมีจุดหมายปลายทางสูงสุดอยู่ที่ การได้เข้าถึงพรหมโลก (พฺรหฺมโลกปริโยสานา)

พราหมณ์ — ผู้แสวงหาพรหมโลกด้วยยัญพิธี

มุ่งโภคทรัพย์สมบูรณ์มูลบริพาร
ใช้ปัญญาเชี่ยวชาญวิชาการ
ตั้งมั่นในเวทมนตร์ตรึงจิตมาร
ประกอบยัญสังการบูชาไฟ

มุ่งหวังแน่วแทรกซึมยัญพิธี
สร้างบารมีหวังสุขยุคไหนไหน
จุดหมายสิ้นสุดลงตรงพรหมโลกไกล
สถิตในสวรรค์ชั้นพรหมาฯ

--------------------------

๓. คหบดี — ผู้ขับเคลื่อนโลกด้วยศิลปวิทยาและงานอาชีพ

พ่อค้าและคฤหัสถ์ทั้งหลาย มีความมุ่งหมายใน โภคทรัพย์ (โภคาธิปฺปายา) เพื่อความมั่นคงแห่งครอบครัว มีจิตใจแสวงหา ปัญญาในความรอบรู้ (ปญฺญูปวิจารา) ยึดมั่นตั้งมั่นอยู่ใน ศิลปวิทยาและทักษะอาชีพ (สิปฺปาธิฏฺฐานา) หมกมุ่นอยู่กับการ ทำงานและการประกอบการ (กมฺมนฺตาภินิเวสา) และมีความสุขหรือความสิ้นสุดลงตรงที่ งานนั้นๆ ได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี (นิฏฺฐิตกมฺมนฺตาปริโยสานา)

คหบดี — ผู้ขับเคลื่อนโลกด้วยงานและศิลปะ

มุ่งโภคทรัพย์มั่นคงส่งครอบครัว
ใช้ปัญญารอบตัวตระหนักรอบ
ตั้งมั่นในศิลปวิทยาชื่นชอบ
มุ่งงานการประกอบกิจการงาน

หมกมุ่นทำภาระไม่ละเว้น
เน้นความสำเร็จสร้างอย่างไพศาล
จุดหมายสิ้นสุดลงตรงกิจการ
เสร็จลุล่วงด้วยชำนาญทุกประการฯ

--------------------------

๔. สตรี — ผู้แสวงหาความรัก ชายผู้เป็นที่พึ่ง และบุตร

สตรีทั้งหลาย มีความมุ่งหมายใน บุรุษผู้เป็นสามี (ปุริสาธิปฺปายา) เพื่อเป็นที่พักพิง มีจิตใจแสวงหา การแต่งกายและเครื่องประดับ (อลงฺการูปวิจารา) เพื่อความงดงาม ยึดมั่นตั้งมั่นอยู่ใน การมีบุตร (ปุตฺตาธิฏฺฐานา) สืบสกุลและเป็นที่พึ่งยามแก่ชรา มีความปรารถนาหมกมุ่นใน การไม่มีหญิงอื่นมาเป็นคู่แข่งหรือหญิงร่วมสามี (อสปติอภินิเวสา) ต้องการความเป็นหนึ่งในบ้าน และมีจุดหมายปลายทางสิ้นสุดตรงที่ การได้เป็นใหญ่ในเรือน (อิสฺสริยปริโยสานา)

สตรี — ผู้แสวงหาที่พึ่งและการเป็นใหญ่ในเรือน

มุ่งหมายบุรุษเป็นที่พึ่งพิง
ประดิดประดอยสรรพสิ่งเครื่องประดับ
ตั้งมั่นมีลูกสืบวงศ์ยศนับ
หวังไม่มีสตรีเคียงมาร่วมชาย

มุ่งครองเรือนไร้คู่แข่งแฝงขื่นขม
รื่นรมย์สุขในบ้านสมมุ่งหมาย
จุดหมายสิ้นสุดลงตรงนัยกุมาร
ได้เป็นใหญ่ในเรือนสายตลอดไปฯ

--------------------------

๕. โจร — ผู้แสวงหาการตัดช่องโจรและความมืด

โจรทั้งหลาย มีความมุ่งหมายใน การปล้นฉกฉวยเอาทรัพย์ของผู้อื่น (อาทานาธิปฺปายา) มีจิตใจวนเวียนอยู่กับ ที่ซ่อนตัวและซอกมุมอันลับตา (คหณูปวิจารา) ยึดมั่นตั้งมั่นอยู่ใน ศาสตราวุธ (สตฺถาธิฏฺฐานา) เพื่อใช้ข่มขู่และป้องกันตัว หมกมุ่นมุ่งไปที่ ความมืดมิด (อนฺธการาภินิเวสา) เพื่อปกปิดความผิด และมีจุดหมายปลายทางสิ้นสุดตรงที่ การไม่มีใครมองเห็นหรือการไร้ร่องรอย (อทสฺสนปริโยสานา)

โจร — ผู้แสวงหาความมืดและการไร้ร่องรอย

มุ่งหมายฉกฉวยทรัพย์ของผู้อื่น
ใจซ่อนตัวค่ำคืนในที่เร้น
ตั้งมั่นในศาสตราวุธคมเข้ม
มุ่งความมืดอำพรางซ่อนกายตน

หมกมุ่นไร้แสงสว่างกลางอนธการ
หวังหลบหลีกสายตาคนทุกแห่งหน
จุดหมายสิ้นสุดลงตรงสืบกล
ไร้ร่องรอยรอดพ้นไม่พบเจอฯ

--------------------------

๖. สมณะ — ผู้แสวงหาความสงบและนิพพาน

สมณะหรือผู้บวชในธรรมวินัย มีความมุ่งหมายใน ความอดทนอดกลั้นและความเสงี่ยมงาม (ขนฺติโสรจฺจาธิปฺปายา) มีจิตใจไตร่ตรองหมุนเวียนอยู่ใน ปัญญาทางธรรม (ปญฺญูปวิจารา) ยึดมั่นตั้งมั่นอยู่ใน ศีลอันบริสุทธิ์ (สีลาธิฏฺฐานา) อันเป็นเกราะคุ้มกันจิตใจ หมกมุ่นมุ่งไปที่ ความไม่มีเครื่องกังวลหรือความเป็นผู้หมดกิเลส (อกิญฺจนาภินิเวสา) และมีจุดหมายปลายทางอันสูงสุดเพียงสิ่งเดียวคือ พระนิพพาน (นิพฺพานปริโยสานา)

สมณะ — ผู้แสวงหาความสงบและพระนิพพาน

มุ่งหมายความอดทนสงบสง่า
ใช้ปัญญาทางธรรมพาพ้นหลง
ตั้งมั่นในศีลบริสุทธิ์ตรง
มุ่งสลัดกิเลสลงไร้กังวล

หมดเครื่องกังวลจิตวิเวกสว่าง
เดินตามทางองค์พระสัมมาอุบล
จุดหมายสิ้นสุดลงตรงดับกังวล
เข้าสู่พระนิพพานพ้นสงสารเอยฯ

--------------------------

บทสรุปและข้อคิดเตือนใจ

เมื่อชาณุสโสณีพราหมณ์ได้ฟังพระพุทธพจน์นี้ ก็เกิดความอัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง เพราะพระพุทธองค์ทรงมองเห็นเข็มทิศชีวิตของมนุษย์ทุกกลุ่มได้อย่างทะลุโปร่งใส ชาณุสโสณีพราหมณ์จึงกราบแทบพระบาท ประกาศตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งตลอดชีวิต

พุทธธรรมในพระสูตรนี้ชี้ให้เราเห็นว่า "ชีวิตของมนุษย์ย่อมไหลไปตามแรงขับแห่งอัธยาศัย" ผู้ที่ยังเวียนว่ายอยู่ในโลกียสุข ย่อมตั้งเป้าหมายไว้เพียงโภคทรัพย์ อำนาจ หรือความสำเร็จทางโลก ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงและต้องสิ้นสุดลงในวันหนึ่ง แต่สำหรับ สมณะ หรือผู้เดินบนเส้นทางแห่งปัญญา จุดหมายปลายทางไม่ได้อยู่ที่สิ่งของภายนอก หากแต่อยู่ที่ความหลุดพ้นจากกิเลสและพันธนาการทั้งปวง เข้าถึง พระนิพพาน อันเป็นความสงบเย็นที่แท้จริง

หมายเหตุสำหรับการนำไปแบ่งปัน: พระสูตรนี้มีศัพท์ทางธรรมและโครงสร้างเชิงวิเคราะห์ที่ค่อนข้างลึกซึ้ง หากพ่อจานนำไปเล่าหรือแบ่งปันให้เพื่อนสมาชิกทั่วไปฟัง อาจต้องปรับลดภาษาบาลีลง และแปลความหมายให้เป็นภาษาพูดที่เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อให้ผู้ฟังเห็นภาพตามและได้รับกุศลจิตอย่างเต็มที่

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่