เคยลองลิสต์ดูไหมครับว่า เดือนๆ นึงเราจ่ายเงินให้กับคำว่า "รายเดือน" ไปเท่าไหร่? โลกกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ยุคที่เราไม่ต้องเป็นเจ้าของอะไรเลย แต่แลกมาด้วยการจ่ายค่าเช่าใช้ไปเรื่อยๆ สะดวกสบายขึ้นก็จริง... แต่ถ้าเราไม่วางแผนให้ดี สิ้นเดือนมาอาจจะช็อก เพราะเงินเดือนที่หามาแทบตาย ถูกสูบออกไปกับค่าซับสไครบ์จนหมดเกลี้ยง!
ยุคนี้โมเดลธุรกิจแบบ Subscription (สมัครสมาชิกรายเดือน) กำลังลามไปทุกวงการ ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มดูซีรีส์ หรือดูฟุตบอลอีกต่อไป แต่ลามไปถึงของชิ้นใหญ่อย่างบ้าน คอนโด รถ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ เครื่องชงกาแฟ แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และล่าสุดที่กำลังฮิตคือ "สมาร์ทโฟน" iphone (เปิดตัวที่อเมิรกาก่อนนะ) ที่เราไม่ต้องควักเงินก้อนซื้ออีกแล้ว แค่จ่ายรายเดือน มีประกันดูแลให้ แถมหมดสัญญาก็เอาเครื่องมาเทิร์นรับรุ่นใหม่ไปใช้เท่ๆ ได้เลย
มองเผินๆ มันคือสวรรค์ของผู้บริโภคชัดๆ! ไม่ต้องรับภาระก้อนใหญ่ ของเสียก็มีคนซ่อมให้ เบื่อก็เปลี่ยน แต่ในความสะดวกสบายนี้ มีกับดักซ่อนอยู่ นั่นคือ
"รายจ่ายที่งอกขึ้นเงียบๆ ในขณะที่รายรับเราโตไม่ทัน"
ลองจินตนาการดูนะครับ ค่ามือถือรายเดือน ค่าเน็ต ค่าแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง 3-4 เจ้า ค่าสมาชิกแอปทำงาน ยังไม่นับรวมออปชันเสริมที่แต่ละเจ้าขยันปล่อยออกมาล่อใจให้เราอัปเกรด เมื่อเอารายจ่ายยิบย่อยเหล่านี้มารวมกัน มันคือเงินก้อนใหญ่ที่หายไปจากบัญชีเราทุกเดือน แบบการันตีว่าต้องจ่าย แถมยังเป็นหนี้ผูกพันระยะยาว
กลายเป็นว่าเรากำลังตื่นแต่เช้า ฝ่ารถติด ไปทำงานงกๆ เพียงเพื่อหาเงินมา "จ่ายค่าเช่า" สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ให้คนอื่นรวยขึ้น โดยที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยในตอนจบ
วิธีแก้ไม่ใช่การเลิกใช้ทุกอย่างครับ แต่คือการ
"คัดกรองและวางแผน" อะไรที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตหรือต่อยอดรายได้ ให้เก็บไว้ แต่อะไรที่เช่ามาเพราะแค่กลัวตกเทรนด์ หรือเช่ามาแล้วใช้ไม่คุ้ม ต้องกล้าที่จะตัดทิ้งก่อนที่มันจะกลายเป็นปลิงดูดเงินในอนาคต
การเช่าใช้ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามันช่วยบริหารกระแสเงินสดในกระเป๋าเราได้ดีขึ้น แต่ถ้าเช่าจนลืมดูรายรับ อันนี้อันตรายแน่นอนครับ... แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ ตอนนี้มีค่า Subscription อะไรที่รู้สึกว่า "จ่ายไปทำไมเนี่ย แทบไม่ได้ใช้เลย" บ้างไหม? หรือใครมีทริคตัดใจยกเลิกบริการพวกนี้ยังไง มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ! 👇
ยุคที่ทุกอย่างต้อง "เช่าใช้" ตั้งแต่ซีรีส์ยันมือถือ... ระวังทำงานหาเงินเพื่อจ่ายให้คนอื่นหมด ถ้าไม่รู้ทันสิ่งนี้!
ยุคนี้โมเดลธุรกิจแบบ Subscription (สมัครสมาชิกรายเดือน) กำลังลามไปทุกวงการ ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มดูซีรีส์ หรือดูฟุตบอลอีกต่อไป แต่ลามไปถึงของชิ้นใหญ่อย่างบ้าน คอนโด รถ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านอย่างเครื่องดูดฝุ่นอัจฉริยะ เครื่องชงกาแฟ แอร์ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องอบผ้า และล่าสุดที่กำลังฮิตคือ "สมาร์ทโฟน" iphone (เปิดตัวที่อเมิรกาก่อนนะ) ที่เราไม่ต้องควักเงินก้อนซื้ออีกแล้ว แค่จ่ายรายเดือน มีประกันดูแลให้ แถมหมดสัญญาก็เอาเครื่องมาเทิร์นรับรุ่นใหม่ไปใช้เท่ๆ ได้เลย
มองเผินๆ มันคือสวรรค์ของผู้บริโภคชัดๆ! ไม่ต้องรับภาระก้อนใหญ่ ของเสียก็มีคนซ่อมให้ เบื่อก็เปลี่ยน แต่ในความสะดวกสบายนี้ มีกับดักซ่อนอยู่ นั่นคือ "รายจ่ายที่งอกขึ้นเงียบๆ ในขณะที่รายรับเราโตไม่ทัน"
ลองจินตนาการดูนะครับ ค่ามือถือรายเดือน ค่าเน็ต ค่าแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง 3-4 เจ้า ค่าสมาชิกแอปทำงาน ยังไม่นับรวมออปชันเสริมที่แต่ละเจ้าขยันปล่อยออกมาล่อใจให้เราอัปเกรด เมื่อเอารายจ่ายยิบย่อยเหล่านี้มารวมกัน มันคือเงินก้อนใหญ่ที่หายไปจากบัญชีเราทุกเดือน แบบการันตีว่าต้องจ่าย แถมยังเป็นหนี้ผูกพันระยะยาว
กลายเป็นว่าเรากำลังตื่นแต่เช้า ฝ่ารถติด ไปทำงานงกๆ เพียงเพื่อหาเงินมา "จ่ายค่าเช่า" สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ให้คนอื่นรวยขึ้น โดยที่เราไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยในตอนจบ
วิธีแก้ไม่ใช่การเลิกใช้ทุกอย่างครับ แต่คือการ "คัดกรองและวางแผน" อะไรที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตหรือต่อยอดรายได้ ให้เก็บไว้ แต่อะไรที่เช่ามาเพราะแค่กลัวตกเทรนด์ หรือเช่ามาแล้วใช้ไม่คุ้ม ต้องกล้าที่จะตัดทิ้งก่อนที่มันจะกลายเป็นปลิงดูดเงินในอนาคต
การเช่าใช้ไม่ใช่เรื่องผิด ถ้ามันช่วยบริหารกระแสเงินสดในกระเป๋าเราได้ดีขึ้น แต่ถ้าเช่าจนลืมดูรายรับ อันนี้อันตรายแน่นอนครับ... แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ ตอนนี้มีค่า Subscription อะไรที่รู้สึกว่า "จ่ายไปทำไมเนี่ย แทบไม่ได้ใช้เลย" บ้างไหม? หรือใครมีทริคตัดใจยกเลิกบริการพวกนี้ยังไง มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อยครับ! 👇