สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน วันนี้ผมมีเรื่องเด็ดๆ ที่จะมาเล่าให้ฟังครับ ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ใช่ไหมครับ...
ตื่นเช้ามาพร้อมความตั้งใจอันแรงกล้าว่าจะ "เคลียร์งาน" ทุกสิ่งอย่าง แต่พอก้มหน้าก้มตาทำไปทำมา ถึงเย็นก็ยังรู้สึกว่า "ยังไม่ได้ทำอะไรเลย" หรือไม่ก็ "งานกองเท่าเดิม เพิ่มเติมคือความเหนื่อย" แถมยังรู้สึกผิดอีกที่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
มันน่าหงุดหงิดใช่ไหมครับ? เหมือนเรากำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อหลายตัวพร้อมกัน สุดท้ายก็จับไม่ได้สักตัว แถมยังเหนื่อยหอบอีกต่างหากครับ
วันนี้ผมเลยอยากจะมาแนะนำกลยุทธ์ที่ผมใช้แล้วชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมากครับ ชื่อว่า "One-Task-a-Day" หรือ "ทำเรื่องใหญ่เรื่องเดียวต่อวัน" ฟังดูเหมือนจะง่ายใช่ไหมครับ? แต่พลังของมันเนี่ย สุดยอดเกินคาดจริงๆ ครับ
หลักการของ "One-Task-a-Day" มันเป็นยังไงกันนะ?
จริงๆ แล้วมันเป็นปรัชญาที่เรียบง่ายมากๆ ครับ คือในแต่ละวัน เราจะเลือก "งานที่สำคัญที่สุด" หรือ "งานที่ใหญ่ที่สุด" ที่ส่งผลกระทบมากที่สุดต่องานของเรา หรือต่อเป้าหมายระยะยาวของเรา แค่ "หนึ่งอย่าง" เท่านั้นครับ
ใช่ครับ... แค่ "หนึ่งอย่าง" จริงๆ!
พอเลือกได้แล้ว หน้าที่ของเราคือทุ่มเทพลังงาน สมาธิ และเวลาทั้งหมดที่มี เพื่อทำให้งานชิ้นนั้น "จบ" ลงให้ได้ภายในวันนี้ครับ พอเสร็จแล้วนะครับ... เราจะรู้สึกโล่งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แถมยังได้พักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกผิดอีกด้วยครับ
ทำไมมันถึงได้ผลดีขนาดนั้นล่ะ?
1. ตัดเสียงรบกวน (Noise Reduction) เวลาที่เรามีลิสต์งานยาวเป็นหางว่าว สมองเราจะสับสนครับ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี พลังงานหมดไปกับการตัดสินใจว่าจะทำอะไรดี แต่พอเหลือแค่หนึ่งเดียว สมองเราจะจดจ่อได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นอีกต่อไปครับ
2. สร้างโมเมนตัม (Building Momentum) การได้ทำอะไรให้เสร็จสมบูรณ์ 1 อย่างในแต่ละวัน มันสร้างความรู้สึก "ฉันทำได้!" และ "ฉันมีประสิทธิภาพ!" ซึ่งจะกลายเป็นพลังงานบวกให้เราในวันต่อๆ ไปครับ
3. ลดความเครียด (Stress Reduction) ความเครียดส่วนใหญ่มาจากการที่เรากังวลว่า "งานไม่เสร็จ" หรือ "งานเยอะเกินไป" พอเราโฟกัสแค่เรื่องเดียว ความกังวลเหล่านั้นจะลดลงทันทีครับ
4. คุณภาพของงานที่ดีขึ้น (Improved Quality) ลองคิดดูสิครับ ถ้าเราทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน คุณภาพมันจะสู้กับการที่เราทุ่มเทกับสิ่งเดียวได้อย่างเต็มที่ไหมครับ? แน่นอนว่าไม่!
เอาล่ะครับ ถึงเวลาลงมือทำแล้ว! มาดูกันว่าเราจะใช้กลยุทธ์นี้ได้ยังไงบ้าง
1. ช่วงหัวค่ำหรือก่อนนอน ให้ใช้เวลาสัก 5-10 นาที (อย่าคิดเยอะเกินไปนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นงานอีก!) มองไปที่ลิสต์งานทั้งหมดของคุณ แล้วเลือก "งานชิ้นเดียว" ที่สำคัญที่สุดของวันพรุ่งนี้ครับ
ทริค งานนั้นควรจะเป็นงานที่ถ้าคุณทำเสร็จได้ คุณจะรู้สึกว่า "วันนี้คุ้มแล้ว" หรือ "งานนี้ถ้าไม่เสร็จ มันจะส่งผลกระทบใหญ่มาก" ครับ
2. เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นเช้ามาแล้ว "พุ่งเป้าไปที่งานนั้นทันที" ครับ!
ย้ำนะครับ ทันที! อย่าเพิ่งเช็คอีเมล อย่าเพิ่งเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย ปิดการแจ้งเตือนทุกอย่าง หามุมเงียบๆ ที่คุณมีสมาธิที่สุด แล้วลุยกับงานนั้นให้เต็มที่ครับ
3. ทำงานชิ้นนั้นให้ "จบ" ครับ พยายามทำให้มันเสร็จสมบูรณ์จริงๆ ไม่ใช่แค่ครึ่งๆ กลางๆ นะครับ บางทีอาจจะต้องใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านั้น แต่เชื่อผมเถอะว่ามันคุ้มค่าครับ
4. ฉลองความสำเร็จเล็กๆ พอทำงานนั้นเสร็จแล้ว รู้สึกยังไงบ้างครับ? โล่งใช่ไหมครับ? ดีใจใช่ไหมครับ? ให้รางวัลตัวเองด้วยการลุกไปยืดเส้นยืดสาย ชงกาแฟแก้วโปรด หรือเดินออกไปรับลมข้างนอกสัก 10 นาทีครับ
5. หลังจากนั้น... อิสระครับ! พอคุณทำ One-Task ของคุณเสร็จแล้ว ส่วนที่เหลือของวัน คุณจะรู้สึกอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ครับ จะทำงานอื่นๆ เพิ่มเติม (ถ้ายังมีพลังและอยากทำ) หรือจะพักผ่อน จะไปออกกำลังกาย จะไปดูหนัง จะไปใช้เวลากับครอบครัวก็ได้หมดเลยครับ ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป เพราะ "งานสำคัญที่สุด" ของวัน คุณทำเสร็จไปแล้วครับ!
แล้วถ้ามีหลายงานสำคัญพร้อมกันล่ะ ทำยังไงดี?
อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตเลยครับ! หลักการง่ายๆ คือ ให้เลือกงานที่ "สำคัญที่สุด" ในบรรดางานที่สำคัญเหล่านั้นอีกทีครับ หรืออีกวิธีคือ เลือกงานที่ "เปิดประตู" ให้งานอื่นๆ สามารถทำต่อไปได้ง่ายขึ้นครับ เช่น ถ้าต้องเขียนสไลด์ให้เสร็จก่อนถึงจะนำเสนอได้ ก็เลือกเขียนสไลด์เป็น One-Task ครับ
ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ ผมเชื่อว่ากลยุทธ์ "One-Task-a-Day" เนี่ย จะช่วยให้คุณมีสมาธิมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ...มีความสุขกับการทำงานและมีเวลาไปใช้ชีวิตมากขึ้นเยอะเลยครับ
ชีวิตมันสั้นครับ อย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกวุ่นวายและเหนื่อยล้าไม่รู้จบเลยนะครับ ลองทำเรื่องใหญ่แค่เรื่องเดียวให้จบ แล้วไปใช้ชีวิตให้เต็มที่กันเถอะครับ
ขอให้สนุกกับการทำงานและการใช้ชีวิตนะครับ!
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
กลยุทธ์ "One-Task-a-Day": ทำเรื่องใหญ่แค่เรื่องเดียว...แล้วไปชิลล์ได้เลยครับ!
ตื่นเช้ามาพร้อมความตั้งใจอันแรงกล้าว่าจะ "เคลียร์งาน" ทุกสิ่งอย่าง แต่พอก้มหน้าก้มตาทำไปทำมา ถึงเย็นก็ยังรู้สึกว่า "ยังไม่ได้ทำอะไรเลย" หรือไม่ก็ "งานกองเท่าเดิม เพิ่มเติมคือความเหนื่อย" แถมยังรู้สึกผิดอีกที่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
มันน่าหงุดหงิดใช่ไหมครับ? เหมือนเรากำลังวิ่งไล่จับผีเสื้อหลายตัวพร้อมกัน สุดท้ายก็จับไม่ได้สักตัว แถมยังเหนื่อยหอบอีกต่างหากครับ
วันนี้ผมเลยอยากจะมาแนะนำกลยุทธ์ที่ผมใช้แล้วชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมากครับ ชื่อว่า "One-Task-a-Day" หรือ "ทำเรื่องใหญ่เรื่องเดียวต่อวัน" ฟังดูเหมือนจะง่ายใช่ไหมครับ? แต่พลังของมันเนี่ย สุดยอดเกินคาดจริงๆ ครับ
หลักการของ "One-Task-a-Day" มันเป็นยังไงกันนะ?
จริงๆ แล้วมันเป็นปรัชญาที่เรียบง่ายมากๆ ครับ คือในแต่ละวัน เราจะเลือก "งานที่สำคัญที่สุด" หรือ "งานที่ใหญ่ที่สุด" ที่ส่งผลกระทบมากที่สุดต่องานของเรา หรือต่อเป้าหมายระยะยาวของเรา แค่ "หนึ่งอย่าง" เท่านั้นครับ
ใช่ครับ... แค่ "หนึ่งอย่าง" จริงๆ!
พอเลือกได้แล้ว หน้าที่ของเราคือทุ่มเทพลังงาน สมาธิ และเวลาทั้งหมดที่มี เพื่อทำให้งานชิ้นนั้น "จบ" ลงให้ได้ภายในวันนี้ครับ พอเสร็จแล้วนะครับ... เราจะรู้สึกโล่งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แถมยังได้พักผ่อนอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกผิดอีกด้วยครับ
ทำไมมันถึงได้ผลดีขนาดนั้นล่ะ?
1. ตัดเสียงรบกวน (Noise Reduction) เวลาที่เรามีลิสต์งานยาวเป็นหางว่าว สมองเราจะสับสนครับ ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนดี พลังงานหมดไปกับการตัดสินใจว่าจะทำอะไรดี แต่พอเหลือแค่หนึ่งเดียว สมองเราจะจดจ่อได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นอีกต่อไปครับ
2. สร้างโมเมนตัม (Building Momentum) การได้ทำอะไรให้เสร็จสมบูรณ์ 1 อย่างในแต่ละวัน มันสร้างความรู้สึก "ฉันทำได้!" และ "ฉันมีประสิทธิภาพ!" ซึ่งจะกลายเป็นพลังงานบวกให้เราในวันต่อๆ ไปครับ
3. ลดความเครียด (Stress Reduction) ความเครียดส่วนใหญ่มาจากการที่เรากังวลว่า "งานไม่เสร็จ" หรือ "งานเยอะเกินไป" พอเราโฟกัสแค่เรื่องเดียว ความกังวลเหล่านั้นจะลดลงทันทีครับ
4. คุณภาพของงานที่ดีขึ้น (Improved Quality) ลองคิดดูสิครับ ถ้าเราทำหลายๆ อย่างพร้อมกัน คุณภาพมันจะสู้กับการที่เราทุ่มเทกับสิ่งเดียวได้อย่างเต็มที่ไหมครับ? แน่นอนว่าไม่!
เอาล่ะครับ ถึงเวลาลงมือทำแล้ว! มาดูกันว่าเราจะใช้กลยุทธ์นี้ได้ยังไงบ้าง
1. ช่วงหัวค่ำหรือก่อนนอน ให้ใช้เวลาสัก 5-10 นาที (อย่าคิดเยอะเกินไปนะครับ เดี๋ยวจะกลายเป็นงานอีก!) มองไปที่ลิสต์งานทั้งหมดของคุณ แล้วเลือก "งานชิ้นเดียว" ที่สำคัญที่สุดของวันพรุ่งนี้ครับ
ทริค งานนั้นควรจะเป็นงานที่ถ้าคุณทำเสร็จได้ คุณจะรู้สึกว่า "วันนี้คุ้มแล้ว" หรือ "งานนี้ถ้าไม่เสร็จ มันจะส่งผลกระทบใหญ่มาก" ครับ
2. เช้าวันรุ่งขึ้น ตื่นเช้ามาแล้ว "พุ่งเป้าไปที่งานนั้นทันที" ครับ!
ย้ำนะครับ ทันที! อย่าเพิ่งเช็คอีเมล อย่าเพิ่งเลื่อนดูโซเชียลมีเดีย ปิดการแจ้งเตือนทุกอย่าง หามุมเงียบๆ ที่คุณมีสมาธิที่สุด แล้วลุยกับงานนั้นให้เต็มที่ครับ
3. ทำงานชิ้นนั้นให้ "จบ" ครับ พยายามทำให้มันเสร็จสมบูรณ์จริงๆ ไม่ใช่แค่ครึ่งๆ กลางๆ นะครับ บางทีอาจจะต้องใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านั้น แต่เชื่อผมเถอะว่ามันคุ้มค่าครับ
4. ฉลองความสำเร็จเล็กๆ พอทำงานนั้นเสร็จแล้ว รู้สึกยังไงบ้างครับ? โล่งใช่ไหมครับ? ดีใจใช่ไหมครับ? ให้รางวัลตัวเองด้วยการลุกไปยืดเส้นยืดสาย ชงกาแฟแก้วโปรด หรือเดินออกไปรับลมข้างนอกสัก 10 นาทีครับ
5. หลังจากนั้น... อิสระครับ! พอคุณทำ One-Task ของคุณเสร็จแล้ว ส่วนที่เหลือของวัน คุณจะรู้สึกอิสระที่จะทำอะไรก็ได้ครับ จะทำงานอื่นๆ เพิ่มเติม (ถ้ายังมีพลังและอยากทำ) หรือจะพักผ่อน จะไปออกกำลังกาย จะไปดูหนัง จะไปใช้เวลากับครอบครัวก็ได้หมดเลยครับ ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป เพราะ "งานสำคัญที่สุด" ของวัน คุณทำเสร็จไปแล้วครับ!
แล้วถ้ามีหลายงานสำคัญพร้อมกันล่ะ ทำยังไงดี?
อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตเลยครับ! หลักการง่ายๆ คือ ให้เลือกงานที่ "สำคัญที่สุด" ในบรรดางานที่สำคัญเหล่านั้นอีกทีครับ หรืออีกวิธีคือ เลือกงานที่ "เปิดประตู" ให้งานอื่นๆ สามารถทำต่อไปได้ง่ายขึ้นครับ เช่น ถ้าต้องเขียนสไลด์ให้เสร็จก่อนถึงจะนำเสนอได้ ก็เลือกเขียนสไลด์เป็น One-Task ครับ
ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ ผมเชื่อว่ากลยุทธ์ "One-Task-a-Day" เนี่ย จะช่วยให้คุณมีสมาธิมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ...มีความสุขกับการทำงานและมีเวลาไปใช้ชีวิตมากขึ้นเยอะเลยครับ
ชีวิตมันสั้นครับ อย่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความรู้สึกวุ่นวายและเหนื่อยล้าไม่รู้จบเลยนะครับ ลองทำเรื่องใหญ่แค่เรื่องเดียวให้จบ แล้วไปใช้ชีวิตให้เต็มที่กันเถอะครับ
ขอให้สนุกกับการทำงานและการใช้ชีวิตนะครับ!
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ