ซูซูโกะ ซาโตะ สาวน้อยวัย 21 ปี ด้วยเหตุการณ์ที่เธอตัดสินใจทำไปด้วยอารมณ์โมโหชั่ววูบ
ได้ทำให้อนาคตของเธอต้องพลิกผันในทันที .. ซูซูโกะได้รับโทษในเรือนจำและโดนปรับเงิน
แม้ว่าหลังจะออกจากคุกกลับมาบ้าน พ่อแม่ของเธอจะให้การต้อนรับเป็นอย่างดีก็ตาม
แต่ด้วยเสียงติฉินนินทาจากเพื่อนบ้านทั้งหลายทำให้น้องชายของเธอไม่พอใจในตัวพี่สาวอย่างมาก..
ซูซูโกะเองก็ไม่อยากที่จะให้การกระทำที่ผ่านมาของตนต้องเป็นภาระของคนในครอบครัว
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านคนเดียว ไม่ขอพึ่งพาใคร
โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าเมื่อไหร่ที่เธอทำงานและเก็บเงินได้ถึง 1 ล้านเยน เธอจะย้ายที่อยู่อีกครั้ง เพื่อไปหางานในเมืองอื่นต่อไปทันที
One Million Yen Girl (百万円と苦虫女) เป็นภาพยนตร์ดราม่าญี่ปุ่น เขียนบทและกำกับโดยยูกิ ทานาดะ
เรื่องราวของซูซูโกะ ซาโตะ หญิงสาววัย 21 ปีที่ออกเดินทางใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้
โดยมีเป้าหมายว่าจะทำงานเก็บเงินให้ได้ 1 ล้านเยน เมื่อถึงยอดที่กำหนดไว้ก็จะตัดสินใจย้ายเมืองหาที่ทำงานใหม่ไปเรื่อยๆ
นำแสดงโดยยู อาโออิ นางฟ้าแห่งวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น ในบทของซูซูโกะ ตัวเอกของเราที่หลีกหนีคนรอบข้าง
และครอบครัวไปใช้ชีวิตยังเมืองต่างๆ ซึ่งเธอจากการเดินทางครั้งนี้เธอก็ได้พบกับผู้คนมากมายที่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด
แต่คนเราอ่ะนะ เวลาอยู่ในที่ใดไปสักพักความผูกพันทั้งกับคนหรือสถานที่ มันต้องมีใช่มะ ซูซูโกะเองก็ไม่ต่างกัน
ไม่ว่าจะที่ใดที่เธอไปต่างก็มีมิตรภาพที่ดีทั้งนั้น
ผมมองยู อาโออิ ในเรื่องนี้แล้วมีภาพของนักแสดงสาวชาวไทยชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง หรือน้องออกแบบ มาทาบทับอยู่ตลอดเวลา
คือกับบทนี้ถ้ามีการรีเมคหนังเรื่องนี้เป็นเวอร์ชั่นไทยสำหรับผมต้องออกแบบเท่านั้นเลยที่จะมารับบทซูซูโกะ ซาโตะ ได้ดีที่สุด
ไม่รู้ทำไมแต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ผมว่าใช่เลยล่ะ
ทั้งการทำงานในร้านน้ำแข็งไสริมชายหาด.. ทั้งการทำงานเก็บลูกพีชในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้สูงวัย
และทำงานเป็นพนักงานขายต้นไม้ในเมือง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับตัวของซูซูโกะทั้งสิ้น
แต่แน่นอนว่า แม้ทุกคนจะดีกับเธอ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าที่นั่นคือที่นั่นคือที่ที่เธอจะปักหลักไม่ย้ายไปไหนอีก..
ตัวหนังเล่าเรื่องชีวิตของซูซูโกะ คู่ขนานไปกับชีวิตของทาคุยะ ซาโตะ น้องชายของเธอ
ที่เรียนอยู่ชั้นประถมปลายและกำลังจะขึ้นชั้นมัธยมต้น ทาคุยะเป็นเด็กเรียนเก่ง (ต่างจากพี่สาว)
แต่เขาก็ถูกรังแกจากเพื่อนร่วมห้องเป็นประจำไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งนั่นก็คล้ายคลึงกับตัวพี่สาวที่หลังออกมาจากคุก
เธอก็ถูกคนรอบข้างที่รู้เรื่องราวกลั่นแกล้งไม่ต่าง
สุดท้ายซูซูโกะเลือกที่จะหนีออกมาใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อหวังให้พ้นจากสังคมเดิมๆที่ตัวเองอยู่
ไปอาศัยในที่ใหม่ ที่ที่ไม่มีใครรู้จักตัวตน ไม่มีใครรู้ถึงอดีตของตัวเธอ
หากแต่น้องชายของเธอนั้น ทาคุยะเขาไม่สามารถทำแบบพี่สาวตัวเองได้
สิ่งที่เด็กชายต้องพบเจอในแต่ละวันนั้นเป็นความทุกข์ทรมานอย่างการถูกกลั่นแกล้งรุนแรงในทุกๆวัน เด็กชายหนีไปไหนไม่ได้...
แต่เพราะสิ่งนั้นเองที่ทำให้ตัวของซูซูโกะกลับมาคิดได้ในช่วงท้าย จากการที่เธอเขียนจดหมายพูดคุยกับน้องชายเสมอ
(คือไม่ว่าจะย้ายไปไหนเธอจะจดหมายบอกน้องทุกครั้ง) ตัวเธอคิดเสมอว่าตัวเองแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ
พร้อมที่จะเดินทางผจญภัยไม่ว่างานหนักแค่ไหนเธอสู้เสมอไม่ค่อยคิดบ่น แต่แท้จริงแล้วเธอแค่กำลังหนี
หนีจากความจริง หนีจากปัญหาทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นและกองมันไว้ข้างหลัง ไม่อยากหันไปมองมันอีก
ส่วนคนขี้แพ้ที่น้องชายของเธอถูกว่าและแกล้งอยู่ทุกวัน ทาคุยะอดทนต่อสิ่งที่เขาพบเจอ
พยายามอดกลั้นเพราะไม่อยากให้มีปัญหาอะไร แต่สุดท้ายเขาก็ทนต่อการยั่วยุไม่ไหว
อย่างไรก็ตามทาคุยะเลือกที่จะไม่หนี ไม่ย้ายโรงเรียน สิ่งนี้ล่ะที่แสดงว่าเขากล้าหาญและเข้มแข็งมากกว่าพี่สาวของตนหลายเท่านัก
นี่คือหนังที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจได้เป็นอย่างดี ในยุคสมัยที่สังคมแข่งขันกันอย่างรุนแรงเช่นนี้
รวมถึงการกลั่นแกล้งกันทั้งในที่ทำงานในโรงเรียน เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้
หากแต่เราเปลี่ยนทัศนคติและความคิดตัวเองได้ อย่าเป็นคนหนีปัญหา อย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับมัน
บางสิ่งมันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวไปมากกว่าความรู้สึกของตัวเราเองแค่นั้นจริงๆ
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===
== One Million Yen Girl (2008) หญิงสาวผู้ขมขื่นกับเงิน 1 ล้านเยน... ==
ซูซูโกะ ซาโตะ สาวน้อยวัย 21 ปี ด้วยเหตุการณ์ที่เธอตัดสินใจทำไปด้วยอารมณ์โมโหชั่ววูบ
ได้ทำให้อนาคตของเธอต้องพลิกผันในทันที .. ซูซูโกะได้รับโทษในเรือนจำและโดนปรับเงิน
แม้ว่าหลังจะออกจากคุกกลับมาบ้าน พ่อแม่ของเธอจะให้การต้อนรับเป็นอย่างดีก็ตาม
แต่ด้วยเสียงติฉินนินทาจากเพื่อนบ้านทั้งหลายทำให้น้องชายของเธอไม่พอใจในตัวพี่สาวอย่างมาก..
ซูซูโกะเองก็ไม่อยากที่จะให้การกระทำที่ผ่านมาของตนต้องเป็นภาระของคนในครอบครัว
เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านคนเดียว ไม่ขอพึ่งพาใคร
โดยมีเป้าหมายชัดเจนว่าเมื่อไหร่ที่เธอทำงานและเก็บเงินได้ถึง 1 ล้านเยน เธอจะย้ายที่อยู่อีกครั้ง เพื่อไปหางานในเมืองอื่นต่อไปทันที
One Million Yen Girl (百万円と苦虫女) เป็นภาพยนตร์ดราม่าญี่ปุ่น เขียนบทและกำกับโดยยูกิ ทานาดะ
เรื่องราวของซูซูโกะ ซาโตะ หญิงสาววัย 21 ปีที่ออกเดินทางใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ตัวเองตั้งใจไว้
โดยมีเป้าหมายว่าจะทำงานเก็บเงินให้ได้ 1 ล้านเยน เมื่อถึงยอดที่กำหนดไว้ก็จะตัดสินใจย้ายเมืองหาที่ทำงานใหม่ไปเรื่อยๆ
นำแสดงโดยยู อาโออิ นางฟ้าแห่งวงการภาพยนตร์ญี่ปุ่น ในบทของซูซูโกะ ตัวเอกของเราที่หลีกหนีคนรอบข้าง
และครอบครัวไปใช้ชีวิตยังเมืองต่างๆ ซึ่งเธอจากการเดินทางครั้งนี้เธอก็ได้พบกับผู้คนมากมายที่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด
แต่คนเราอ่ะนะ เวลาอยู่ในที่ใดไปสักพักความผูกพันทั้งกับคนหรือสถานที่ มันต้องมีใช่มะ ซูซูโกะเองก็ไม่ต่างกัน
ไม่ว่าจะที่ใดที่เธอไปต่างก็มีมิตรภาพที่ดีทั้งนั้น
ผมมองยู อาโออิ ในเรื่องนี้แล้วมีภาพของนักแสดงสาวชาวไทยชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง หรือน้องออกแบบ มาทาบทับอยู่ตลอดเวลา
คือกับบทนี้ถ้ามีการรีเมคหนังเรื่องนี้เป็นเวอร์ชั่นไทยสำหรับผมต้องออกแบบเท่านั้นเลยที่จะมารับบทซูซูโกะ ซาโตะ ได้ดีที่สุด
ไม่รู้ทำไมแต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ผมว่าใช่เลยล่ะ
ทั้งการทำงานในร้านน้ำแข็งไสริมชายหาด.. ทั้งการทำงานเก็บลูกพีชในเมืองที่เต็มไปด้วยผู้สูงวัย
และทำงานเป็นพนักงานขายต้นไม้ในเมือง ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นประสบการณ์ที่ดีให้กับตัวของซูซูโกะทั้งสิ้น
แต่แน่นอนว่า แม้ทุกคนจะดีกับเธอ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าที่นั่นคือที่นั่นคือที่ที่เธอจะปักหลักไม่ย้ายไปไหนอีก..
ตัวหนังเล่าเรื่องชีวิตของซูซูโกะ คู่ขนานไปกับชีวิตของทาคุยะ ซาโตะ น้องชายของเธอ
ที่เรียนอยู่ชั้นประถมปลายและกำลังจะขึ้นชั้นมัธยมต้น ทาคุยะเป็นเด็กเรียนเก่ง (ต่างจากพี่สาว)
แต่เขาก็ถูกรังแกจากเพื่อนร่วมห้องเป็นประจำไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งนั่นก็คล้ายคลึงกับตัวพี่สาวที่หลังออกมาจากคุก
เธอก็ถูกคนรอบข้างที่รู้เรื่องราวกลั่นแกล้งไม่ต่าง
สุดท้ายซูซูโกะเลือกที่จะหนีออกมาใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อหวังให้พ้นจากสังคมเดิมๆที่ตัวเองอยู่
ไปอาศัยในที่ใหม่ ที่ที่ไม่มีใครรู้จักตัวตน ไม่มีใครรู้ถึงอดีตของตัวเธอ
หากแต่น้องชายของเธอนั้น ทาคุยะเขาไม่สามารถทำแบบพี่สาวตัวเองได้
สิ่งที่เด็กชายต้องพบเจอในแต่ละวันนั้นเป็นความทุกข์ทรมานอย่างการถูกกลั่นแกล้งรุนแรงในทุกๆวัน เด็กชายหนีไปไหนไม่ได้...
แต่เพราะสิ่งนั้นเองที่ทำให้ตัวของซูซูโกะกลับมาคิดได้ในช่วงท้าย จากการที่เธอเขียนจดหมายพูดคุยกับน้องชายเสมอ
(คือไม่ว่าจะย้ายไปไหนเธอจะจดหมายบอกน้องทุกครั้ง) ตัวเธอคิดเสมอว่าตัวเองแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ
พร้อมที่จะเดินทางผจญภัยไม่ว่างานหนักแค่ไหนเธอสู้เสมอไม่ค่อยคิดบ่น แต่แท้จริงแล้วเธอแค่กำลังหนี
หนีจากความจริง หนีจากปัญหาทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นและกองมันไว้ข้างหลัง ไม่อยากหันไปมองมันอีก
ส่วนคนขี้แพ้ที่น้องชายของเธอถูกว่าและแกล้งอยู่ทุกวัน ทาคุยะอดทนต่อสิ่งที่เขาพบเจอ
พยายามอดกลั้นเพราะไม่อยากให้มีปัญหาอะไร แต่สุดท้ายเขาก็ทนต่อการยั่วยุไม่ไหว
อย่างไรก็ตามทาคุยะเลือกที่จะไม่หนี ไม่ย้ายโรงเรียน สิ่งนี้ล่ะที่แสดงว่าเขากล้าหาญและเข้มแข็งมากกว่าพี่สาวของตนหลายเท่านัก
นี่คือหนังที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและกำลังใจได้เป็นอย่างดี ในยุคสมัยที่สังคมแข่งขันกันอย่างรุนแรงเช่นนี้
รวมถึงการกลั่นแกล้งกันทั้งในที่ทำงานในโรงเรียน เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้
หากแต่เราเปลี่ยนทัศนคติและความคิดตัวเองได้ อย่าเป็นคนหนีปัญหา อย่ากลัวที่จะเผชิญหน้ากับมัน
บางสิ่งมันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวไปมากกว่าความรู้สึกของตัวเราเองแค่นั้นจริงๆ
=== ทิ้งท้ายครับ หนังที่ดีสำหรับตัวเรา แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้ดีและไม่ได้ถูกใจสำหรับใคร
ซึ่งอยู่ที่ความชอบของแต่ละบุคคล ภาพยนตร์ก็เหมือนอาหารล่ะครับ อยู่ที่เราเลือกที่จะอยากชิมรสชาติแบบไหนเท่านั้นเอง ===