หลายคนน่าจะเห็นข่าวว่า
ไทยเบฟกำลังพิจารณาขายธุรกิจ KFC ในไทย ซึ่งสร้างความแปลกใจไม่น้อย เพราะภาพจำของไทยเบฟตลอดหลายสิบปี คือ "นักล่าซื้อกิจการ" มากกว่าจะเป็นฝ่ายขาย
แต่ประเด็นสำคัญคือ
KFC ไม่ได้มีปัญหาเรื่องธุรกิจ กลับกัน ผลประกอบการยังเติบโตต่อเนื่อง
สรุปประเด็นสำคัญ
- 🍗 KFC ไทย ไม่ได้มีเจ้าของรายเดียว
- มีประมาณ 1,200 สาขาทั่วประเทศ
- ผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์หลัก 3 ราย ได้แก่
- QSA (เครือไทยเบฟ) มากกว่า 500 สาขา
- CRG (เครือเซ็นทรัล) ประมาณ 347 สาขา
- RD (Devyani International จากอินเดีย) มากกว่า 240 สาขา
📈 QSA ผลประกอบการยังโตต่อเนื่อง
- ปี 2565 รายได้ 9,650 ล้านบาท กำไร 365 ล้านบาท
- ปี 2568 รายได้ 11,200 ล้านบาท กำไร 441 ล้านบาท
- รายได้โตประมาณ 16% ใน 4 ปี
- กำไรเพิ่มกว่า 20%
แล้วทำไมถึงอาจขาย?
1. ปรับพอร์ตการลงทุน
- บริษัทใหญ่ไม่ได้ดูแค่ว่าธุรกิจมีกำไรหรือไม่
- แต่ดูว่า "เงินลงทุนก้อนนี้" ควรอยู่ในธุรกิจไหนถึงจะสร้างผลตอบแทนดีที่สุด
2. Synergy กับธุรกิจเครื่องดื่มเกิดได้ไม่เต็มที่
- หลายคนคิดว่าไทยเบฟจะขายเครื่องดื่มของตัวเองใน KFC ได้
- แต่ KFC มีข้อตกลงระดับโลกกับ Pepsi ทำให้ไม่สามารถใช้ est Cola ได้อย่างเต็มรูปแบบ
3. เอาเงินไปลงทุนธุรกิจหลัก
- หากขายได้มูลค่าสูง บริษัทอาจนำเงินไป ลงทุนธุรกิจเครื่องดื่ม ขยายธุรกิจต่างประเทศ
- ลดหนี้
- ลงทุนธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
สิ่งที่น่าสนใจ
- ข่าวนี้สะท้อนว่า แม้ธุรกิจจะยังทำกำไรได้ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะต้องถือไว้ตลอดไป
- สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ "กำไร" แต่คือ
การจัดสรรเงินลงทุน (Capital Allocation) ว่าเงินทุกบาทควรอยู่ในธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุด
- หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า
ไทยเบฟกำลังเปลี่ยนจากบริษัทที่เน้น "ซื้อกิจการ" มาเป็นการบริหารพอร์ตธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์
ไทยเบฟกำลังจะขาย KFC จริงหรือ? ทำไมบริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ซื้อกิจการ" ถึงเริ่มขายสินทรัพย์
แต่ประเด็นสำคัญคือ KFC ไม่ได้มีปัญหาเรื่องธุรกิจ กลับกัน ผลประกอบการยังเติบโตต่อเนื่อง
สรุปประเด็นสำคัญ
- 🍗 KFC ไทย ไม่ได้มีเจ้าของรายเดียว
- มีประมาณ 1,200 สาขาทั่วประเทศ
- ผู้รับสิทธิ์แฟรนไชส์หลัก 3 ราย ได้แก่
- QSA (เครือไทยเบฟ) มากกว่า 500 สาขา
- CRG (เครือเซ็นทรัล) ประมาณ 347 สาขา
- RD (Devyani International จากอินเดีย) มากกว่า 240 สาขา
📈 QSA ผลประกอบการยังโตต่อเนื่อง
- ปี 2565 รายได้ 9,650 ล้านบาท กำไร 365 ล้านบาท
- ปี 2568 รายได้ 11,200 ล้านบาท กำไร 441 ล้านบาท
- รายได้โตประมาณ 16% ใน 4 ปี
- กำไรเพิ่มกว่า 20%
แล้วทำไมถึงอาจขาย?
1. ปรับพอร์ตการลงทุน
- บริษัทใหญ่ไม่ได้ดูแค่ว่าธุรกิจมีกำไรหรือไม่
- แต่ดูว่า "เงินลงทุนก้อนนี้" ควรอยู่ในธุรกิจไหนถึงจะสร้างผลตอบแทนดีที่สุด
2. Synergy กับธุรกิจเครื่องดื่มเกิดได้ไม่เต็มที่
- หลายคนคิดว่าไทยเบฟจะขายเครื่องดื่มของตัวเองใน KFC ได้
- แต่ KFC มีข้อตกลงระดับโลกกับ Pepsi ทำให้ไม่สามารถใช้ est Cola ได้อย่างเต็มรูปแบบ
3. เอาเงินไปลงทุนธุรกิจหลัก
- หากขายได้มูลค่าสูง บริษัทอาจนำเงินไป ลงทุนธุรกิจเครื่องดื่ม ขยายธุรกิจต่างประเทศ
- ลดหนี้
- ลงทุนธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า
สิ่งที่น่าสนใจ
- ข่าวนี้สะท้อนว่า แม้ธุรกิจจะยังทำกำไรได้ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะต้องถือไว้ตลอดไป
- สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ "กำไร" แต่คือ การจัดสรรเงินลงทุน (Capital Allocation) ว่าเงินทุกบาทควรอยู่ในธุรกิจที่สร้างผลตอบแทนสูงที่สุด
- หากดีลนี้เกิดขึ้นจริง อาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า ไทยเบฟกำลังเปลี่ยนจากบริษัทที่เน้น "ซื้อกิจการ" มาเป็นการบริหารพอร์ตธุรกิจให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ที่มา ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์