บริษัทแคนาดาดาวรุ่งมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ สู่หุ้นราคาเพียง 3 เซนต์


บริษัทแคนาดาดาวรุ่งมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ สู่หุ้นราคาเพียง 3 เซนต์

Goodfood เมื่อธุรกิจที่เติบโตในช่วงโควิด กลับร่วงหนักหลังโลกกลับสู่ภาวะปกติ

ในช่วงการระบาดของโควิด-19 หลายบริษัทเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะผู้คนต้องอยู่บ้านและเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต หนึ่งในนั้นคือ Goodfood บริษัทส่งชุดอาหารและวัตถุดิบทำอาหารถึงบ้านจากแคนาดา

แต่เพียงไม่กี่ปีต่อมา บริษัทที่เคยมีมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์แคนาดา(หรือราวๆ 2 หมื่นล้านบาท)  กลับเหลือราคาหุ้นเพียงประมาณ 3 เซนต์ และต้องหาทางรอดครั้งใหญ่

จุดเริ่มต้นจากธุรกิจส่งอาหารถึงบ้าน

Goodfood ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 ที่เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา

โมเดลธุรกิจคือส่ง "Meal Kit" หรือชุดวัตถุดิบพร้อมสูตรอาหารให้ลูกค้าไปปรุงเองที่บ้าน ลูกค้าเพียงสมัครสมาชิก ก็จะได้รับอาหารส่งถึงหน้าประตูทุกสัปดาห์

ในช่วงแรก ธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะตอบโจทย์คนเมืองที่ต้องการความสะดวกแต่ยังอยากทำอาหารเอง

โควิด-19 เปลี่ยนบริษัทธรรมดาให้กลายเป็นดาวรุ่ง

เมื่อปี 2020 การระบาดของโควิดทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องทำงานจากบ้าน ร้านอาหารหลายแห่งปิดให้บริการ และหลายคนหลีกเลี่ยงการออกไปซื้อของ

Goodfood กลายเป็นผู้ได้รับประโยชน์เต็ม ๆ

ลูกค้าใหม่หลั่งไหลเข้ามา ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาหุ้นพุ่งสูงกว่า 12–13 ดอลลาร์ และมูลค่าบริษัททะลุ 1 พันล้านดอลลาร์แคนาดา(หรือราวๆ 2 หมื่นล้านบาท) จนกลายเป็นหนึ่งในหุ้นดาวเด่นของยุคโควิด

บริษัทเร่งขยายกิจการเพื่อรองรับการเติบโต

เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทลงทุนครั้งใหญ่

ทั้งการสร้างศูนย์ผลิต ขยายคลังสินค้า เพิ่มพนักงาน และลงทุนในระบบขนส่ง เพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เชื่อว่าจะเติบโตต่อเนื่อง

ในเวลานั้น หลายฝ่ายเชื่อว่าพฤติกรรมการสั่งอาหารออนไลน์จะกลายเป็น "วิถีชีวิตใหม่" ของผู้คน

แต่เมื่อโควิดจบ ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยน

หลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ผู้คนออกไปทำงาน เดินทาง และรับประทานอาหารนอกบ้านอีกครั้ง

ความต้องการชุดอาหารส่งถึงบ้านลดลง

ลูกค้าหลายรายยกเลิกสมาชิก ขณะที่การแข่งขันกลับรุนแรงขึ้น ทั้งจากซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร และบริการส่งอาหารอื่น ๆ

รายได้ของ Goodfood จึงลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ต้นทุนจากการลงทุนขนาดใหญ่ยังคงอยู่

บริษัทพยายามปรับตัวหลายครั้ง

Goodfood ไม่ได้นิ่งเฉย

บริษัทขยายสินค้าไปยังอาหารพร้อมรับประทาน ของชำ และซื้อกิจการแบรนด์ชา Genuine Tea เพื่อเพิ่มแหล่งรายได้ พร้อมทั้งลดต้นทุน ปรับโครงสร้างองค์กร และเปลี่ยนทีมผู้บริหารหลายตำแหน่ง 

แต่การฟื้นตัวเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะจำนวนลูกค้ายังคงลดลง

ปัญหาใหม่ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์

ต้นปี 2026 โรงงานที่มอนทรีออลยังถูกหน่วยงานตรวจสอบอาหารของแคนาดาระงับใบอนุญาตชั่วคราว

บริษัทระบุว่าเป็นประเด็นด้านขั้นตอนการกำกับดูแล ไม่ใช่ปัญหาความปลอดภัยของอาหาร และสามารถกลับมาดำเนินการได้ในเวลาต่อมา

แม้เหตุการณ์จะไม่ใช่วิกฤติด้านคุณภาพอาหารโดยตรง แต่ก็ยิ่งกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงที่บริษัทกำลังอ่อนแออยู่แล้ว 

ราคาหุ้นร่วงจนเหลือเพียงไม่กี่เซนต์

จากหุ้นที่เคยมีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในยุคโควิด

ราคาหุ้นค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงประมาณ 0.03 ดอลลาร์แคนาดา (3 เซนต์) ในปี 2026

มูลค่าบริษัทหายไปเกือบทั้งหมด นักลงทุนจำนวนมากขาดทุนหนัก และ Goodfood กลายเป็นอีกตัวอย่างของหุ้นที่เคยรุ่งที่สุดในช่วงโรคระบาด ก่อนจะร่วงแรงเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป 

บริษัทกำลังหาทางรอดครั้งสุดท้าย

เดือนกรกฎาคม 2026 Goodfood ประกาศทบทวน "ทางเลือกเชิงกลยุทธ์"

คำนี้ในภาษาธุรกิจ หมายถึงการเปิดทางเลือกหลายรูปแบบ เช่น หานักลงทุนรายใหม่ ปรับโครงสร้างหนี้ ขายกิจการบางส่วน หรือแม้แต่หาผู้ซื้อบริษัททั้งหมด หากจำเป็น

บริษัทระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินและให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ แต่ก็ยอมรับว่าไม่มีหลักประกันว่าจะประสบความสำเร็จ 

สรุป
เรื่องของ Goodfood สะท้อนให้เห็นว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงเหตุการณ์พิเศษ อาจไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะเติบโตได้ตลอดไป

ในช่วงโควิด บริษัทเคยเป็นดาวรุ่งที่นักลงทุนแห่เข้าซื้อจนมูลค่าทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนกลับสู่ภาวะปกติ ความต้องการก็หดตัวอย่างรวดเร็ว

ในที่สุด บริษัทที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จในยุคโรคระบาด ก็ต้องกลับมาเผชิญความจริงของตลาด และเร่งหาหนทางรักษาธุรกิจให้เดินหน้าต่อไป แม้ว่ามูลค่าหุ้นจะเหลือเพียงเศษเสี้ยวของวันที่รุ่งเรืองที่สุดก็ตาม

#วงจรธุรกิจก็อย่างนี้ วิธีการเดิมๆ อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพิ่อความอยู่รอดก็ต้องปรับให้เข้ากับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปอ่ะนะ
ที่มา (เอไอสรุปและเรียบเรียง) montrealgazette yahoo marketscreener wikipedia newswire

แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่