'เอกนิติ' รับข้อเสนอต่ออายุ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ชี้ลดค่าครองชีพได้จริง-กระจายตัวสู่ฐานราก

"เอกนิติ" เผย "คลัง" รับข้อเสนอการต่ออายุมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ไปพิจารณา โดยจะประเมินผลกระทบอีกครั้งหลังสิ้นสุดโครงการ หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง และกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข้อเสนอให้ต่ออายุมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาใช้ประเมินผลกระทบพร้อมทั้งวิเคราะห์ส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข
โดยกระทรวงการคลังจะรับข้อเสนอต่างๆ มาพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้งหลังสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการสานต่อมาตรการในอนาคต
สำหรับการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา โครงการไทยช่วยไทยพลัสก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 1 แสนล้านบาท และได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีเพราะลดภาระค่าครองชีพได้จริง อีกทั้งยังเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ เนื่องจากกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพียง 15-16% เท่านั้น
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/economics/1246345
'เอกนิติ' รับข้อเสนอต่ออายุ 'ไทยช่วยไทย พลัส' ชี้ลดค่าครองชีพได้จริง-กระจายตัวสู่ฐานราก
"เอกนิติ" เผย "คลัง" รับข้อเสนอการต่ออายุมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ไปพิจารณา โดยจะประเมินผลกระทบอีกครั้งหลังสิ้นสุดโครงการ หลังได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้จริง และกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข้อเสนอให้ต่ออายุมาตรการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาใช้ประเมินผลกระทบพร้อมทั้งวิเคราะห์ส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไข
โดยกระทรวงการคลังจะรับข้อเสนอต่างๆ มาพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้งหลังสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ เพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการสานต่อมาตรการในอนาคต
สำหรับการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา โครงการไทยช่วยไทยพลัสก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจรวมประมาณ 1 แสนล้านบาท และได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีเพราะลดภาระค่าครองชีพได้จริง อีกทั้งยังเป็นการกระจายเม็ดเงินสู่เศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ เนื่องจากกระจายอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ เพียง 15-16% เท่านั้น
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/economics/1246345