กูช้ายก้วย (韭菜粿)
ภาพยนตร์จดหมายรักถึงอาม่า (给阿嬷的情书) หรือในสำเนียงแต้จิ๋ว “กิบอาม่าไก่เฉ่งจือ” ที่เข้าฉายในไทยแล้ว เพื่อนๆได้จองตั๋ว พร้อมเตรียมผ้าเช็ดตัว...เอ๊ย ผ้าเช็ดหน้าไว้ซับน้ำตากันรึยังคะ
แม่นันก็เตรียมตัวไปดูพร้อมกลุ่มเพื่อนๆ ตึ่งหนั่งเกี้ยกลุ่มใหญ่ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ค่ะ อดตื่นเต้นไม่ได้เลย...ความรู้สึกเหมือนกำลังจะได้กลับไปเยือนบ้านเกิดของอากง อาป๊ะ ยังไงยังงั้น
ในภาพยนตร์มีฉากหนึ่งที่นางเอกเปิดร้านขายขนมพื้นบ้าน ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชาวจีนแต้จิ๋วโพ้นทะเล ขนมชนิดนั้นเรียกว่า “บ่อบี๋ก้วย" (无米粿) หรือกูช้ายก้วยในบ้านเรา แม่นันเองก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันค่ะ ว่าทำไมคนจีนทางฝั่งโน้นถึงเรียกขนมชนิดนี้ว่า “บ่อบี๋ก้วย”
-- "บ่อบี๋ก้วย" คำว่า “บี๋” แยกมาเป็นคำเดี่ยวๆ อ่านว่า "บี้" ที่แปลว่าข้าวสาร สื่อว่าขนมชนิดนี้ทำจากแป้งที่ไม่มีเมล็ดข้าวผสมอยู่ ซึ่งตัวแป้งของขนมชนิดนี้ทำจากแป้งข้าวเจ้าและแป้งมัน ด้วยความที่คนสมัยก่อนมักจะโม่แป้งเอง แป้งข้าวเจ้าที่โม่จากข้าวสาร โม่ออกมาได้ละเอียดจนเป็นแป้ง ไม่เห็นเมล็ดข้าว จึงเรียกขนมชนิดนี้ว่า "บ่อบี๋ก้วย" (ขนมที่ไม่มีเมล็ดข้าว) ส่วนไส้จะเป็นไส้ผัก หรือไส้ข้าวเหนียวตามชอบ
แต่ไม่ว่าจะเรียก "บ่อบี๋ก้วย" หรือ "กูช้ายก้วย" สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ขนมชนิดนี้คืออาหารพื้นบ้านแท้ๆ ของซัวเถา เป็นทั้งรสชาติและความทรงจำที่สืบทอดรุ่นสู่รุ่น และพวกเราในฐานะลูกหลาน “ตึ่งหนั่งเกี้ย” ก็น่าภูมิใจไม่น้อยเลยนะคะ
อาตั่วแจ้เล่าว่า “อาป๊ะ (คุณพ่อ) ของพวกเรา สมัยหนุ่มๆ นอกจากจะทำขนมกูช้ายก้วยให้พวกเรากินแล้ว ยังทำขนม “อั่งถ่อก้วย” ขนมที่มีรูปร่างคล้ายลูกท้อผ่าครึ่ง ปั้นอย่างเบามือก่อนจะอัดลงในแม่พิมพ์ไม้ที่ท่านลงมือทำและแกะสลักลวดลายตัวอักษรจีนด้วยตัวเอง
"เสียดาย...ตอนนั้นแจ้ยังเด็กเกินไป ไม่รู้คุณค่า เลยไม่ได้คิดเก็บแม่พิมพ์ไม้นั้นไว้” อาตั่วแจ้รำพึง
ถ้าแม่นันเกิดทัน...ป่านนี้แม่พิมพ์ไม้โบราณชิ้นนั้น คงตกมาอยู่ในครอบครองของอาหมวยเล็กคนนี้แน่ๆ...
พูดถึงขนม “บ่อบี๋ก้วย” หรือกูช้ายก้วยบ้านเรา เจ้าลูกกลมๆ สีขาวนวล บ้างก็แต้มสีชมพูอ่อนบนตัวแป้ง ไส้ใบกุ้ยช่ายหอมๆ ราดด้วยน้ำจิ้มซี่อิ๊วดำ มันช่างมีเสน่ห์ของความเรียบง่าย แต่อร่อยลึกซึ้งจนติดใจ จนบางทีก็อยากหาเวลาว่างลงมือทำขึ้นมาไหว้เจ้า ทำเผื่อไว้เยอะๆ จะได้แบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้ชิมความอร่อยแบบบ้านๆ นี้ไปด้วยกัน
สำหรับ “อั่งถ่อก้วย” ขนมที่ทำขึ้นเลียนแบบรูปทรงของลูกท้อสีแดงสด มีไส้เป็นไส้ข้าวเหนียวบ้าง ไส้ผักบ้าง ตัวขนมมีลวดลายตัวอักษรจีนที่มีความหมายเป็นมงคล เปรียบเสมือนคำอวยที่ซ้อนทับลงไปอีกชั้นหนึ่ง ตามตำนานเล่าขานกันว่า อั่งถ่อก้วยมีที่มาจากสรวงสวรรค์ เมื่อถูกนำมาใช้ในการบูชา หรือเซ่นไหว้บรรพบุรุษ จึงเชื่อกันว่าจะช่วยส่งต่อพรอันเป็นมงคลต่อผู้ไหว้ ทั้งความสุข ความอายุยืนยาวและสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์
ในชีวิตลูกหลานจีนและจีนโพ้นทะเล จึงต้องมีอั่งถ่อก้วยเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย
“เมื่อทารกแรกเกิด" จนอายุครบหนึ่งเดือน ครอบครัวจีนจะทำอั่งถ่อก้วยไปไหว้เทพเจ้าตามคติความเชื่อของตน
พออายุครบ 15 ปี จะมีพิธี "ชุกฮวยฮึ้ง" (出花园) พิธีพ้นจากวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ พอถึงงานแต่งงานลูกชายหรือลูกสาว จนถึงงานวันแซยิกอายุ 60 ปี ยังคงต้องมีอั่งถ่อก้วยมาพัวพันเพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต
เมื่อเสียชีวิตก็ใช้อั่งถ่อก้วยเป็นหนึ่งในขนมเซ่นไหว้ในงานศพ โดยใช้อั่งถ่อก้วย (แบบปกติ) ไหว้บรรพบุรุษของผู้ตายที่ล่วงลับไปก่อนหน้า ส่วนผู้ตายใช้ขนม “โหง่วก้วย โหง่วอั๊ง” ซึ่งเป็นขนมที่ใช้สูตรแป้งแบบเดียวกับอั่งถ่อก้วยแต่ไส้ด้านในใส่น้ำตาลเพียงเล็กน้อย (เมื่อไหว้เสร็จมักทิ้งให้เป็นทานแก่สัตว์ ไม่ค่อยนิยมเอามากิน) ปั้นเป็น 5 อย่าง คือ เซียะลิ่วก้วย ซากักเล้า เบี๋ยเกี้ย-ขนมพิมพ์ทรงกลม อั่งถ่อก้วย และกูก้วย-ขนมพิมพ์รูปเต่า ซึ่งทั้งหมดใช้แป้งขนมสีขาว
ขนมดังกล่าวจะใช้ไหว้เมื่อผู้ตายเสียชีวิตครบ 7 วัน และวันที่จะออกทุกข์ (สำหรับคนจีนอาจเป็นวันที่ผู้ตายเสียชีวิตครบ 49 วัน หรือ 100 วัน) เมื่อไหว้เสร็จลูกหลานผู้ตายจะเปลี่ยนจากเสื้อผ้าไว้ทุกข์เป็นเสื้อผ้าปกติ และใช้ขนม 5 อย่างอีกครั้ง แต่แป้งขนมจะเป็นสีชมพู ทั้งเทศกาลประจำปี, งานขอบคุณเทพเจ้าของแต่ละชุมชน ฯลฯ ครอบครัวจีนจะนึกถึง "อั่งถ่อก้วย" ทุกวันพระจีน (วัน 1 ค่ำ และ 15 ค่ำ) ตลอดจนวันเกิดเทพเจ้าต่างๆ
มีใครอยากทำเป็นบ้างคะ ยกมือขึ้นสูงๆ [img]https://static.xx.fbcdn.net/images/emoji.php/v9/t1e/1/16/1f61a.png[/img]
ขอบพระคุณ อจ.จักรกฤษณ์ เกษกาญจนานุช สำหรับข้อมูลประกอบการเขียนบทความ
กูช้ายก้วย (韭菜粿)