🚨 ทะลวงชั้นบรรยากาศ! จีนปล่อยคลิปแรร์ J-20 ยิงขีปนาวุธเหนือเมฆ ส่งสัญญาณกร้าวท้าชน F-35 สหรัฐฯ 🇨🇳✈️
สื่อแห่งรัฐของจีนเผยแพร่ภาพวิดีโอหาชมยากของสุดยอดเครื่องบินรบล่องหน J-20 แห่งกองทัพอากาศกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLAAF) ขณะปฏิบัติการยิงขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะใกล้ PL-10 ที่ระดับความสูงชั้นบรรยากาศ โดยขีปนาวุธสามารถพุ่งเข้าทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำระหว่างการซ้อมรบจำลองสถานการณ์จริง
การเปิดเผยภาพปฏิบัติการรบของเครื่องบินยุคที่ 5 อย่าง J-20 ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากที่ผ่านมาจีนมักสงวนภาพการใช้งานจริงของยุทโธปกรณ์ระดับท็อป การซ้อมรบเชิงรุกครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการต่อสู้ในระยะสายตา (WVR) และนอกระยะสายตา (BVR)
นักบินประจำเครื่อง J-20 ได้กล่าวถึงนัยสำคัญของภารกิจนี้ว่า "เราต้องบดขยี้ภาพลวงตาของผู้ที่ต้องการยั่วยุและสร้างความไม่สงบ... เครื่องบินรบที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวไม่พอ เราต้องมีจิตวิญญาณที่ห้าวหาญ ปราศจากความกลัวต่อศัตรูที่แข็งแกร่ง เพื่อปกป้องน่านฟ้าของมาตุภูมิ" ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะการที่ชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ เร่งประจำการเครื่องบินรบ F-35 ในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงแผนการนำเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนยุคใหม่ B-21 เข้าประจำการในภูมิภาคแปซิฟิกภายในปี 2027
ข้อมูลเชิงลึกจากภาพถ่ายยังตอกย้ำจุดเด่นของ J-20 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการ "ครองอากาศระยะไกล" (Long-range air-superiority) โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจาก F-35 ของสหรัฐฯ ที่เน้นภารกิจโจมตีอเนกประสงค์ รุ่นล่าสุดอย่าง J-20A มีพิสัยการบินไกลกว่า F-35 ถึง 2 เท่า มีแรงขับมากกว่า 193% พร้อมเรดาร์ที่ทรงพลังกว่า และมีความเร็วขณะบินเดินทาง (Cruising speed) เหนือกว่าเกินสองเท่า
นอกจากนี้ ขีปนาวุธ PL-10 ที่ปรากฏในคลิป ยังได้รับการประเมินว่าเป็นหนึ่งในขีปนาวุธนำวิถีด้วยรังสีอินฟราเรดที่มีความคล่องตัวสูงที่สุดในโลก ด้วยระบบควบคุมทิศทางแรงขับและเซ็นเซอร์จับภาพที่ช่วยให้ล็อกเป้าหมายทำมุมได้มากกว่า 90 องศา ซึ่งสถาบัน RUSI ของอังกฤษระบุว่า PL-10 มีสมรรถนะทางจลนศาสตร์เหนือกว่าขีปนาวุธ AIM-9X Sidewinder ของอเมริกาอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน คาดการณ์ว่าฝูงบิน J-20 ของจีนมีจำนวนทะลุ 500 ลำ แซงหน้า F-35A ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีราว 430–450 ลำ โดยกำลังการผลิต J-20 ของจีนพุ่งสูงถึง 100-120 ลำต่อปี สวนทางกับยอดส่งมอบ F-35A ที่ลดลงเหลือ 24-40 ลำต่อปี ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนเร่งขยายการผลิตคือความสำเร็จในการบูรณาการเครื่องยนต์คู่ WS-15 ที่ยกระดับศักยภาพการรบของ J-20 ไปอีกขั้น ทั้งนี้ คาดว่าจีนจะลดอัตราการผลิต J-20 ลง เมื่อเครื่องบินรบยุคที่ 6 เตรียมเข้าประจำการในช่วงต้นทศวรรษ 2030 ซึ่งอาจเร็วกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเกือบหนึ่งทศวรรษ

#J20MightyDragon
https://www.globaltimes.cn/page/202608/1367339.shtml
🚨 ทะลวงชั้นบรรยากาศ! จีนปล่อยคลิปแรร์ J-20 ยิงขีปนาวุธเหนือเมฆ ส่งสัญญาณกร้าวท้าชน F-35 สหรัฐฯ 🇨🇳✈️
สื่อแห่งรัฐของจีนเผยแพร่ภาพวิดีโอหาชมยากของสุดยอดเครื่องบินรบล่องหน J-20 แห่งกองทัพอากาศกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLAAF) ขณะปฏิบัติการยิงขีปนาวุธอากาศสู่อากาศระยะใกล้ PL-10 ที่ระดับความสูงชั้นบรรยากาศ โดยขีปนาวุธสามารถพุ่งเข้าทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำระหว่างการซ้อมรบจำลองสถานการณ์จริง
การเปิดเผยภาพปฏิบัติการรบของเครื่องบินยุคที่ 5 อย่าง J-20 ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เนื่องจากที่ผ่านมาจีนมักสงวนภาพการใช้งานจริงของยุทโธปกรณ์ระดับท็อป การซ้อมรบเชิงรุกครั้งนี้ครอบคลุมทั้งการต่อสู้ในระยะสายตา (WVR) และนอกระยะสายตา (BVR)
นักบินประจำเครื่อง J-20 ได้กล่าวถึงนัยสำคัญของภารกิจนี้ว่า "เราต้องบดขยี้ภาพลวงตาของผู้ที่ต้องการยั่วยุและสร้างความไม่สงบ... เครื่องบินรบที่ทันสมัยเพียงอย่างเดียวไม่พอ เราต้องมีจิตวิญญาณที่ห้าวหาญ ปราศจากความกลัวต่อศัตรูที่แข็งแกร่ง เพื่อปกป้องน่านฟ้าของมาตุภูมิ" ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะการที่ชาติตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ เร่งประจำการเครื่องบินรบ F-35 ในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงแผนการนำเครื่องบินทิ้งระเบิดล่องหนยุคใหม่ B-21 เข้าประจำการในภูมิภาคแปซิฟิกภายในปี 2027
ข้อมูลเชิงลึกจากภาพถ่ายยังตอกย้ำจุดเด่นของ J-20 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการ "ครองอากาศระยะไกล" (Long-range air-superiority) โดยเฉพาะ ซึ่งแตกต่างจาก F-35 ของสหรัฐฯ ที่เน้นภารกิจโจมตีอเนกประสงค์ รุ่นล่าสุดอย่าง J-20A มีพิสัยการบินไกลกว่า F-35 ถึง 2 เท่า มีแรงขับมากกว่า 193% พร้อมเรดาร์ที่ทรงพลังกว่า และมีความเร็วขณะบินเดินทาง (Cruising speed) เหนือกว่าเกินสองเท่า
นอกจากนี้ ขีปนาวุธ PL-10 ที่ปรากฏในคลิป ยังได้รับการประเมินว่าเป็นหนึ่งในขีปนาวุธนำวิถีด้วยรังสีอินฟราเรดที่มีความคล่องตัวสูงที่สุดในโลก ด้วยระบบควบคุมทิศทางแรงขับและเซ็นเซอร์จับภาพที่ช่วยให้ล็อกเป้าหมายทำมุมได้มากกว่า 90 องศา ซึ่งสถาบัน RUSI ของอังกฤษระบุว่า PL-10 มีสมรรถนะทางจลนศาสตร์เหนือกว่าขีปนาวุธ AIM-9X Sidewinder ของอเมริกาอย่างชัดเจน
ปัจจุบัน คาดการณ์ว่าฝูงบิน J-20 ของจีนมีจำนวนทะลุ 500 ลำ แซงหน้า F-35A ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ที่มีราว 430–450 ลำ โดยกำลังการผลิต J-20 ของจีนพุ่งสูงถึง 100-120 ลำต่อปี สวนทางกับยอดส่งมอบ F-35A ที่ลดลงเหลือ 24-40 ลำต่อปี ปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนเร่งขยายการผลิตคือความสำเร็จในการบูรณาการเครื่องยนต์คู่ WS-15 ที่ยกระดับศักยภาพการรบของ J-20 ไปอีกขั้น ทั้งนี้ คาดว่าจีนจะลดอัตราการผลิต J-20 ลง เมื่อเครื่องบินรบยุคที่ 6 เตรียมเข้าประจำการในช่วงต้นทศวรรษ 2030 ซึ่งอาจเร็วกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกเกือบหนึ่งทศวรรษ
#J20MightyDragon
https://www.globaltimes.cn/page/202608/1367339.shtml