👿👿👿
หากพูดถึงแฟรนไชส์หนังสยองขวัญระดับตำนานที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ชื่อของ Evil Dead จะต้องติดอยู่ในอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน เริ่มต้นจากไตรภาคของ Ash Williams ที่กำกับโดย Sam Raimi ซึ่งกลายเป็นต้นแบบของหนัง Horror-Comedy ที่ผสมความสยอง ความโหด และอารมณ์กวนๆ ได้อย่างลงตัว ก่อนจะมีการรีบูตในปี 2013 ที่เปลี่ยนโทนให้จริงจัง ดาร์ก และโหดเลือดสาดยิ่งกว่าเดิม ต่อมา Evil Dead Rise (2023) ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าแฟรนไชส์นี้ยังเต็มไปด้วยพลัง เมื่อย้ายความสยองจากกระท่อมกลางป่ามาสู่อพาร์ตเมนต์กลางเมือง พร้อมสร้างหนึ่งในหนังสยองขวัญที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และใน Evil Dead Burn (ผีอมตะแผดเผา) หนังเดินหน้าสานต่อจักรวาลของเวอร์ชันรีบูตเป็นภาคที่สอง พร้อมยกระดับความโหด ความสยอง และความบ้าคลั่งให้หนักหน่วงกว่าเดิม จนแฟนๆ Evil Dead น่าจะได้สิ่งที่รอคอยแบบเต็มอิ่ม
👿👿👿
หลังจากเหตุการณ์สุดสยองในภาคก่อน หนังพาผู้ชมกลับเข้าสู่โลกของ Necronomicon หรือคัมภีร์แห่งความตาย ที่ยังคงนำพาความชั่วร้ายมาสู่ผู้คนไม่รู้จบ เมื่อกลุ่มตัวละครชุดใหม่ต้องเผชิญกับพลังอาถรรพ์จากคัมภีร์โบราณ พวกเขาจึงกลายเป็นเหยื่อของเหล่า Deadites สิ่งชั่วร้ายที่พร้อมจะเข้าสิง เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นปีศาจกระหายเลือด การเอาชีวิตรอดครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงการต่อสู้กับปีศาจเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับความโหดร้ายที่เกินกว่ามนุษย์จะรับมือได้
👿👿👿
การดำเนินเรื่อง – เข้าเรื่องไว ความสยองมาแบบไม่ให้พัก หนึ่งในข้อดีของ Evil Dead Burn คือหนังแทบไม่เสียเวลาไปกับการปูเรื่องยาวๆ หลังจากแนะนำตัวละครได้ไม่นาน เหตุการณ์เหนือธรรมชาติก็เริ่มต้นขึ้นทันที และหนังค่อยๆ เพิ่มระดับความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ปล่อยให้คนดูได้พักหายใจ การดำเนินเรื่องต่อยอดจากภาคก่อนทำได้ค่อนข้างลื่นไหล ใครที่เคยดู Evil Dead Rise มาก่อนจะเข้าใจโลกของหนังได้ง่าย แต่สำหรับผู้ชมหน้าใหม่ก็ยังสามารถติดตามได้ เพราะหนังอธิบายข้อมูลสำคัญเท่าที่จำเป็น จังหวะของหนังถือว่ากระชับ ทุกครั้งที่สถานการณ์ดูเหมือนจะสงบ หนังจะโยนเหตุการณ์ใหม่เข้ามา ทำให้ความกดดันและความระทึกเพิ่มขึ้นตลอดเวลา
👿👿👿
จุดเด่น – โหด เลือดสาด และสะใจสมกับชื่อ Evil Dead ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่แฟนๆ คาดหวังจากหนัง Evil Dead ก็คือ ฉากความโหดแบบสุดขั้ว และภาคนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง หนังจัดเต็มทั้งการใช้เลื่อย อาวุธมีคม ไฟ การฉีกร่าง การหักกระดูก และฉาก Gore ที่ออกแบบมาอย่างสร้างสรรค์ แต่ละฉากเล่นกับจินตนาการของคนดูได้อย่างเต็มที่ หลายฉากถึงกับทำให้ต้องอุทานว่า "เชรดดดดเข้!" เพราะความโหดที่เล่นแบบไม่ยั้งมือ นอกจากความรุนแรงแล้ว การออกแบบเหล่า Deadites ก็ยังน่าขนลุกเหมือนเดิม ทั้งสีหน้า รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และการเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ ทำให้ทุกครั้งที่พวกมันปรากฏตัว บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความอึดอัดและความหวาดระแวง งานภาพและเอฟเฟกต์ก็ยังคงคุณภาพของแฟรนไชส์ไว้ได้ดี เลือดที่สาดกระเซ็น ความเสียหายของร่างกาย และงานเมกอัป ทำออกมาได้สมจริงจนแฟนหนัง Gore น่าจะถูกใจเป็นพิเศษ
👿👿👿
จุดด้อย – อย่าคาดหวังเหตุผลมากเกินไป แม้หนังจะสนุกมากในฐานะหนังสยองขวัญสายโหด แต่ถ้ามองในแง่ของบทภาพยนตร์ ก็ต้องยอมรับว่าหลายเหตุการณ์ยังขาดความสมเหตุสมผล ตัวละครบางคนตัดสินใจแบบไม่น่าเชื่อ ทั้งที่เห็นอันตรายอยู่ตรงหน้า หรือเลือกทำสิ่งที่ขัดกับสัญชาตญาณการเอาตัวรอดเพียงเพื่อให้หนังเดินหน้าต่อ รวมถึงปมบางอย่างก็ไม่ได้ถูกอธิบายลึกนัก เพราะหนังเลือกโฟกัสไปที่ความบันเทิง ความสยอง และฉากไล่ล่ามากกว่าการสร้างตรรกะที่แข็งแรง แต่หากมองในฐานะหนัง Evil Dead นี่อาจไม่ใช่ข้อเสียที่ร้ายแรง เพราะแฟรนไชส์นี้ไม่เคยขายความสมจริงอยู่แล้ว สิ่งที่คนดูต้องการคือความมันส์ ความโหด และความบ้าคลั่ง ซึ่งภาคนี้ก็ส่งมอบได้ครบถ้วน
👿👿👿
Evil Dead Burn (ผีอมตะแผดเผา) คือการสานต่อแฟรนไชส์รีบูตได้อย่างสมศักดิ์ศรี หนังยังคงรักษาเอกลักษณ์ของ Evil Dead เอาไว้ครบ ทั้งความสยอง ความโหดแบบเลือดสาด ความบ้าคลั่งของ Deadites และจังหวะการเล่าเรื่องที่รวดเร็วไม่ปล่อยให้คนดูเบื่อ แม้บทจะไม่ได้ซับซ้อนหรือสมเหตุสมผลในทุกจุด แต่ถ้าคุณเดินเข้าโรงด้วยความคาดหวังว่าจะได้ดูหนังสยองขวัญสาย Gore ที่จัดเต็มทุกนาที เรื่องนี้ตอบโจทย์อย่างแน่นอน สำหรับแฟน Evil Dead นี่คืออีกหนึ่งภาคที่รักษามาตรฐานของแฟรนไชส์ไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนคนที่ชื่นชอบหนังโหดเลือดสาดอย่าง Terrifier, The Texas Chain Saw Massacre, Evil Dead Rise หรือ The Sadness ก็น่าจะสนุกกับเรื่องนี้ไม่ต่างกัน
[CR] รีวิว Evil Dead Burn (ผีอมตะแผดเผา) – กลับมาสานต่อความโหดแบบไร้ปรานี เลือดสาดสะใจ สมชื่อ Evil Dead
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้