โรม มองรัฐบาล ถก ‘มิน ออง ไลง์’ แก้ชายแดน คุยไปก็ไลฟ์บอย เหตุคุมกองกำลังว้าไม่ได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5835579
.

.
โรม มองรัฐบาลเปิดทำเนียบรับ ‘มิน อ่อง หล่าย’ แก้ปัญหาชายแดน-สารพิษแม่น้ำกก คุยไปก็ไลฟ์บอย เหตุควบคุมกองกำลังว้าไม่ได้ เตือน อาจเพิ่มความชอบธรรมให้รัฐบาลเมียนมาแทน ไม่ได้ก่อประโยชน์ต่อประเทศไทย
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเปิดทำเนียบต้อนรับพลเอกอาวุโส
มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อพูดคุยแก้ไขปัญหาชายแดน และสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ว่า ตนคิดว่าต้องแยกเป็นทีละประเด็น ประเด็นแรกเรื่องของสารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำกก ปัจจุบันปัญหาต่างๆ มาจากว้า ซึ่งเป็นกองกำลังที่ไม่ฟังรัฐบาลทหารเมียนมา การที่เรามุ่งคุยกับรัฐบาลทหารเมียนมาในเรื่องนี้ ซึ่งคนที่มาให้ข้อมูลในกรรมาธิการเขาก็บอกว่า ทำไปก็ไลฟ์บอย ทำไปก็เท่านั้น ไม่มีความเป็นไปได้ที่สำเร็จ เพราะรัฐบาลทหารเมียนมาสั่งเขาไม่ได้
.
“
สถานการณ์จริงทุกคนรู้ แต่ทุกคนก็ทำเป็นละคร ในการที่จะไปคุยกับรัฐบาลทหารเมียนมา สิ่งที่ผมคิดว่าเราต้องเพิ่มมาตรการมากกว่า คือตกลงจะเอาอย่างไรกับว้า คำถามใหญ่คือเรื่องนี้เอาอย่างไรกับว้า รัฐบาลไทยจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งว้าเกี่ยวพันกับการสร้างปัญหาให้ประเทศไทย หลายเรื่อง ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ล่าสุดคือเรื่องสารพิษ ย้ำว่าคำถามคือเราจะเอาอย่างไรกับกลุ่มกองกำลังที่ไม่ได้ต่างอะไรจากกองกำลังที่ก่อการร้าย” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นี่คือสิ่งที่ตนคิดว่าต้องเอาให้ชัด ฉะนั้น สิ่งที่ทำๆไป คือการแสดงแล้วเผลอๆ จะเข้าในสิ่งที่หลายฝ่าย เป็นห่วงว่าสุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจากเป็นการไปช่วยแสตมป์ความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา ส่วนประเด็นที่สอง ตกลงแล้วฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งหนึ่งในข้อที่สำคัญมากๆคือ หยุดยิง โดยรัฐบาลทหารเมียนมา เขาก็ดำเนินการชัดเจนว่าจะไม่ดำเนินดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อแล้ว คำถามคือรัฐบาลไทย จะยอมให้ฉันทามติ 5 ข้อ ไม่มีความหมายใช่หรือไม่ ซึ่งนาย
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ที่ตอบคำถามนี้
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลทหารเมียนมาไม่สามารถดำเนินการอะไรให้กับเราได้เลย ประเทศไทยควรจะวางท่าทีอย่างไรกับรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่นักการทูต และรัฐบาลไทยคิดเหมือนกัน ฉะนั้น เราต้องเอาผลประโยชน์ของประเทศ เป็นหลักสำคัญ แต่คำถามคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งตนไม่มั่นใจว่า ผลประโยชน์ของประเทศไทยจริงหรือไม่ และเราได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้
.
.
กมธ. จี้ ปปง.เร่งอายัดทรัพย์สิน โกงสอบท้องถิ่น หวั่นถูกตัดตอน ผุดตั๋วนักการเมือง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10350029
.
กมธ.กฎหมาย ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่นต่อ จี้ ปปง.สอบฟอกเงิน เร่งอายัดทรัพย์สิน หวั่น ยักย้ายออก ถามฝ่ายการเมืองถูกตัดตอน-ลอยนวลพ้นผิด สุดท้ายอาจมีตั๋วนักการเมือง ฝากผ่านท้องถิ่นอีก
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ.วาระพิจารณาเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน
.
ส่วนแรกคือข้อเท็จจริง วันนี้ข้อมูลที่มีการยืนยันกันมาคือรายชื่อที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,900 กว่ารายชื่อ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏในแฟลชไดร์ฟและอยู่ในมือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )แล้ว
.
แต่สังคมยังสงสัยขบวนการในการทุจริตสอบท้องถิ่นว่ามีแค่สายเดียวหรือไม่ และคนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต มีแค่ขบวนการเดียวหรือมีอีกหลายขบวนการหรือไม่ แต่วันนี้เชื่อได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเป็นขบวนการแน่นอน
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่สอง คืออะไรทำให้กระบวนการกฎหมายล่าช้า ก่อนหน้านี้กระบวนการเอาผิดแทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย ตอนนี้อาจเริ่มเห็นการออกหมายเรียกบ้าง แต่ข้อกล่าวหา รวมถึงการฟอกเงินได้ดำเนินการไปถึงไหน มีการตรวจสอบเพราะการฟอกเงินด้วยหรือไม่ ต้องรอยักย้ายถ่ายโอนหรือเอาทรัพย์สินไปซุกซ่อนก่อนหรือไม่ ค่อยมายึดอายัด ถ้าทำแบบนั้นประเทศได้ประโยชน์หรือไม่
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น มาตรการฟอกเงิน เราอยากเห็นความเข้มข้น ของการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่สามารถยักย้ายถ่ายโอนได้ และหากสุดท้ายถูกตัดสินว่ามีความผิด จนทำให้ทรัพย์สินต้องตกเป็นของแผ่นดิน ก็จะได้รับทรัพย์สินกลับสู่แผ่นดิน ในปริมาณที่สมควรกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
.
สำหรับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขณะนี้ยังไม่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน วันนี้จะรอฟังก่อน เชื่อว่า ปปง.จะให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เพราะเราได้กระตุ้น ปปง. หลายครั้งแล้ว และคาดหวังว่า ปปง. จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างจริงจัง เพราะตาม พ.ร.บ.ปปง. ให้อำนาจอย่างกว้างขวาง ที่จะช่วยติดตามเส้นทางการเงินได้
.
สุดท้ายอาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าตรวจสอบดีๆ เราจะเจอร่องรอยไม่มากก็น้อย เช่น การยื่นภาษีการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จะเห็นได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องเหล่านี้มีแหล่งรายได้มาจากไหน ดังนั้น ปปง. มีเขตอำนาจที่กว้างขวาง ที่จะทำเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน
.
เมื่อถามว่าสุดท้ายหากไม่สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้เลย เพราะเส้นเงินอาจจะเชื่อมไม่ถึง จะทำอย่างไร นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ตนกังวล จับเขาไปขัง เขาออกมาก็ต้องใช้เงิน ดังนั้น ผู้กระทำผิดไม่มีทางเกรงกลัวและนอกเหนือจากการยึดอายัดทรัพย์ อยากให้มองว่าเรื่องนี้ฝ่ายการเมืองถูกตัดตอนแล้ว หรือ ฝ่ายการเมืองไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรเลย
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น เรื่องนี้อย่าเป็นไปตามที่เขากล่าวหาว่าตัดตอนที่ราชการ สุดท้ายมีคนลอยนวลพ้นผิดที่เรียกว่าเป็นฝ่ายการเมือง วันนี้เราก็ยังไม่ยอมแพ้ เรามีการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อ
.
”
อย่างน้อยกรรมการทีโออาร์ บางคนเคยเป็นหน้าห้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แน่ๆ ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำให้ทีโออาร์หละหลวมขนาดนี้ ไม่ต้องรับผิดอะไรเลยใช่หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่อยากฝากถึงนายอนุทิน เวลาบอกว่ารับผิดชอบ เห็นรับแต่ชอบ แต่เวลาที่มีปัญหา มีเรื่องการทุจริต อยากเห็นฝ่ายการเมืองเข้ามารับผิด กับสิ่งเหล่านี้ด้วย” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีอธิบดี สถ. รวมถึง มศว นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าจบต้องมี 2 อย่าง คือ
.
1. การขยายผลถึงผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง จากรายชื่อพบว่ามีบิ๊กเนมหลายคน ไม่ใช่แค่อธิบดีคนปัจจุบัน แต่ยังมองไปถึงอดีตอธิบดีที่ยังทรงอำนาจ ยังมีอิทธิพลอยู่ในกระทรวงมหาดไทย
.
2. ต้องมองถึงการบังคับใช้กฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่เห็นผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ จะเรียกว่าจบได้อย่างไร
.
“
คำว่าจบกับตัดตอนไม่เหมือนกัน ถ้าแค่แจ้งความดำเนินคดี อันนี้เขาเรียกว่าตัดตอน เพราะท่านไม่ได้ทำให้มันสุดฝีมือ สุดความสามารถ อย่าลืมว่านายกฯ ไม่ได้เป็นแค่รมว.มหาดไทย แต่ยังเป็นถึงนายกฯที่มีบทบาทกำกับดูแลตำรวจด้วย ดังนั้น ถ้ายังไม่เห็นการดำเนินการเหล่านี้ ผมคิดว่าน่ากังวล เพราะสุดท้ายอาจจะช่วยกัน
.
แม้ว่าท่าน จะบอกว่าส่งเรื่องอยู่ใน ป.ป.ช.แล้ว แต่ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าองค์กรป.ป.ช. ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระ ความโปร่งใสอยู่มาก ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ต้องติดตามต่อไปว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ดำเนินการ เป็นการช่วยกันหรือไม่ หรือ ปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฏหมาย” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า มีอีกหลายส่วนที่เรายังติดตามต่อ เพราะจะปล่อยให้เรื่องนี้จบโดยไม่มีใครถูกลงโทษได้เลยกับการทุจริตที่ใหญ่โต ถ้ายังไม่นับว่า ถ้ามีการสอบท้องถิ่นในอนาคตจะไม่มีการทุจริตแบบนี้อีก เราไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกา เพื่อให้เกิดความรัดกุมได้อย่างไร สุดท้ายจะมีตั๋วนักการเมือง โควตานักการเมืองที่ฝากไปยังมหาวิทยาลัย ฝากผ่านท้องถิ่นกันต่อไป
.
เมื่อถามว่ามีการเชิญนาย
ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่รับผิดชอบการตรวจสอบเรื่องนี้มาให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตอบกลับมาว่าจะมาหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้รองนายกฯ มาด้วยตัวเอง ถ้ามั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องกล้าให้ข้อมูลกับฝ่ายตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะถึงตอนนี้ปัญหาใหญ่ เรื่องการสอบท้องถิ่น สังคมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ช่วยกัน
.
ดังนั้น หากรัฐบาลทำทุกอย่างโดยที่การตรวจสอบไม่ได้รับความร่วมมืออย่างที่ควรจะเป็นแล้ว จะมั่นใจได้อย่างไรว่านั่นคือการแก้ปัญหาจัดการกับคนโกง ไม่ใช่การช่วยคนโกง
.
.
ภคมน อัด ‘หมอสรณ’ ไร้จิตสำนึก ยื้อเก้าอี้ประธาน กสทช. จี้ นายกฯ เลิกแบก เร่งทูลเกล้าฯ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5835734
.
ภคมน อัด ‘หมอสรณ’ ไร้จิตสำนึก ยื้อเก้าอี้ประธาน กสทช. จี้ นายกฯ เลิกแบก เร่งทูลเกล้าฯ
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา น.ส.
ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาประชุมกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่ม 3 ครั้ง เนื่องจาก นพ.
สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่ยอมรับว่าขาดคุณสมบัติการเป็นประธานกสทช. ว่า ตั้งแต่ที่คณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณไม่มีคุณสมบัติในการเป็นประธานกสทช. นายแพทย์
สรณจะต้องสละสิทธิ์ตั้งแต่แรก แต่วันนี้เราหวัง จิตสำนึกของนายแพทย์
สรณไม่ได้ที่จะให้ปฏิบัติตามมติดังกล่าว การที่ตนพูดแบบนี้เพราะการตรวจสอบคุณสมบัติของนายแพทย์
สรณ ต่อเนื่องมา 4 ปีแล้ว แต่พึ่งมีข้อยุติเมื่อเดือนที่แล้ว
.
น.ส.
ภคมน กล่าวต่อว่า ดังนั้นถ้าเราคาดหวังจะสำนึกความรับผิดชอบของบุคคล ตนคิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะถ้าเขาตระหนักดีว่าไม่มีคุณสมบัติ เขาไม่มีทางที่จะไปนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานกสทช. ที่ต้องดูแลทรัพย์สมบัติของชาตินับแสนล้านบาท เมื่อคณะกรรมการสรรหามีมติว่านพ.
สรณไม่มีสิทธิ์ไปนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ซึ่งภารกิจสำคัญหลังจากนี้ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตำแหน่งประธานกสทช.เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ คนที่จะทำให้เรื่องนี้ชัดเจนที่สุด คือนายกฯ และเท่าที่ได้ติดตามข่าว นายกฯก็อ้างกฎหมาย ซึ่งวันนี้กฎหมายก็ชัดเจนแล้วว่า นายกฯจำเป็นที่จะต้องเป็นคนทูลเกล้าฯ เพื่อมีการโปรดเกล้าฯปลดนพ.
สรณ จึงไม่มีเหตุผลที่นายกฯจะยื้อ เพราะแทนที่สังคมจะตั้งคำถามต่อนพ.
สรณ กลับตั้งคำถามกับนายกฯแทน
.
“
วันนี้การที่นายกรัฐมนตรียื้อเวลาออกไป เรื่องนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ว่าการที่นายกฯ กับนพ.สรณเคยใช้กุนซือคนเดียวกัน ถ้าไปย้อนดูในครม.อนุทิน 1 จะเห็น ที่ปรึกษาคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประธาน กสทช. ดิฉันไม่มั่นใจว่าปรึกษากันไปปรึกษากันมา กลายเป็นว่าสุดท้ายช่วยกันอุ้มหรือไม่ ซึ่งไม่อยากให้เกิดแบบนั้น เพราะอย่าลืมว่าภารกิจของประเทศไทย เป็นภาระที่นายกฯ จะต้องแบกรับและให้ความกระจ่างกับสังคมมากมายเหลือเกิน ท่านไม่จำเป็นต้องแบกนพ.สรณเลย”น.ส.
ภคมนกล่าว
JJNY : โรมมอง คุยไปก็ไลฟ์บอย│กมธ.จี้ปปง.เร่งอายัดทรัพย์สิน│ภคมนอัด ‘หมอสรณ’ ไร้สำนึก│ผู้นำเกาหลีใต้สั่งรับมือคลื่นร้อน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5835579
.
.
โรม มองรัฐบาลเปิดทำเนียบรับ ‘มิน อ่อง หล่าย’ แก้ปัญหาชายแดน-สารพิษแม่น้ำกก คุยไปก็ไลฟ์บอย เหตุควบคุมกองกำลังว้าไม่ได้ เตือน อาจเพิ่มความชอบธรรมให้รัฐบาลเมียนมาแทน ไม่ได้ก่อประโยชน์ต่อประเทศไทย
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่รัฐบาลเตรียมเปิดทำเนียบต้อนรับพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อพูดคุยแก้ไขปัญหาชายแดน และสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก ว่า ตนคิดว่าต้องแยกเป็นทีละประเด็น ประเด็นแรกเรื่องของสารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำกก ปัจจุบันปัญหาต่างๆ มาจากว้า ซึ่งเป็นกองกำลังที่ไม่ฟังรัฐบาลทหารเมียนมา การที่เรามุ่งคุยกับรัฐบาลทหารเมียนมาในเรื่องนี้ ซึ่งคนที่มาให้ข้อมูลในกรรมาธิการเขาก็บอกว่า ทำไปก็ไลฟ์บอย ทำไปก็เท่านั้น ไม่มีความเป็นไปได้ที่สำเร็จ เพราะรัฐบาลทหารเมียนมาสั่งเขาไม่ได้
.
“สถานการณ์จริงทุกคนรู้ แต่ทุกคนก็ทำเป็นละคร ในการที่จะไปคุยกับรัฐบาลทหารเมียนมา สิ่งที่ผมคิดว่าเราต้องเพิ่มมาตรการมากกว่า คือตกลงจะเอาอย่างไรกับว้า คำถามใหญ่คือเรื่องนี้เอาอย่างไรกับว้า รัฐบาลไทยจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งว้าเกี่ยวพันกับการสร้างปัญหาให้ประเทศไทย หลายเรื่อง ทั้งเรื่องสแกมเมอร์ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ล่าสุดคือเรื่องสารพิษ ย้ำว่าคำถามคือเราจะเอาอย่างไรกับกลุ่มกองกำลังที่ไม่ได้ต่างอะไรจากกองกำลังที่ก่อการร้าย” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นี่คือสิ่งที่ตนคิดว่าต้องเอาให้ชัด ฉะนั้น สิ่งที่ทำๆไป คือการแสดงแล้วเผลอๆ จะเข้าในสิ่งที่หลายฝ่าย เป็นห่วงว่าสุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจากเป็นการไปช่วยแสตมป์ความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหารเมียนมา ส่วนประเด็นที่สอง ตกลงแล้วฉันทามติ 5 ข้อ ซึ่งหนึ่งในข้อที่สำคัญมากๆคือ หยุดยิง โดยรัฐบาลทหารเมียนมา เขาก็ดำเนินการชัดเจนว่าจะไม่ดำเนินดำเนินการตามฉันทามติ 5 ข้อแล้ว คำถามคือรัฐบาลไทย จะยอมให้ฉันทามติ 5 ข้อ ไม่มีความหมายใช่หรือไม่ ซึ่งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต้องเป็นผู้ที่ตอบคำถามนี้
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลทหารเมียนมาไม่สามารถดำเนินการอะไรให้กับเราได้เลย ประเทศไทยควรจะวางท่าทีอย่างไรกับรัฐบาลทหารเมียนมา ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่นักการทูต และรัฐบาลไทยคิดเหมือนกัน ฉะนั้น เราต้องเอาผลประโยชน์ของประเทศ เป็นหลักสำคัญ แต่คำถามคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ ซึ่งตนไม่มั่นใจว่า ผลประโยชน์ของประเทศไทยจริงหรือไม่ และเราได้ประโยชน์อะไรจากสิ่งที่กำลังทำอยู่ในขณะนี้
.
.
กมธ. จี้ ปปง.เร่งอายัดทรัพย์สิน โกงสอบท้องถิ่น หวั่นถูกตัดตอน ผุดตั๋วนักการเมือง
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10350029
.
กมธ.กฎหมาย ลุยสอบทุจริตสอบท้องถิ่นต่อ จี้ ปปง.สอบฟอกเงิน เร่งอายัดทรัพย์สิน หวั่น ยักย้ายออก ถามฝ่ายการเมืองถูกตัดตอน-ลอยนวลพ้นผิด สุดท้ายอาจมีตั๋วนักการเมือง ฝากผ่านท้องถิ่นอีก
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 6 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมกมธ.วาระพิจารณาเรื่องการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน
.
ส่วนแรกคือข้อเท็จจริง วันนี้ข้อมูลที่มีการยืนยันกันมาคือรายชื่อที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต 5,900 กว่ารายชื่อ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏในแฟลชไดร์ฟและอยู่ในมือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. )แล้ว
.
แต่สังคมยังสงสัยขบวนการในการทุจริตสอบท้องถิ่นว่ามีแค่สายเดียวหรือไม่ และคนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต มีแค่ขบวนการเดียวหรือมีอีกหลายขบวนการหรือไม่ แต่วันนี้เชื่อได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น ทำเป็นขบวนการแน่นอน
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่สอง คืออะไรทำให้กระบวนการกฎหมายล่าช้า ก่อนหน้านี้กระบวนการเอาผิดแทบจะไม่มีความคืบหน้าเลย ตอนนี้อาจเริ่มเห็นการออกหมายเรียกบ้าง แต่ข้อกล่าวหา รวมถึงการฟอกเงินได้ดำเนินการไปถึงไหน มีการตรวจสอบเพราะการฟอกเงินด้วยหรือไม่ ต้องรอยักย้ายถ่ายโอนหรือเอาทรัพย์สินไปซุกซ่อนก่อนหรือไม่ ค่อยมายึดอายัด ถ้าทำแบบนั้นประเทศได้ประโยชน์หรือไม่
.
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ดังนั้น มาตรการฟอกเงิน เราอยากเห็นความเข้มข้น ของการบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่สามารถยักย้ายถ่ายโอนได้ และหากสุดท้ายถูกตัดสินว่ามีความผิด จนทำให้ทรัพย์สินต้องตกเป็นของแผ่นดิน ก็จะได้รับทรัพย์สินกลับสู่แผ่นดิน ในปริมาณที่สมควรกับความเสียหายที่เกิดขึ้น
.
สำหรับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ขณะนี้ยังไม่มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน วันนี้จะรอฟังก่อน เชื่อว่า ปปง.จะให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เพราะเราได้กระตุ้น ปปง. หลายครั้งแล้ว และคาดหวังว่า ปปง. จะดำเนินการตามกฏหมายอย่างจริงจัง เพราะตาม พ.ร.บ.ปปง. ให้อำนาจอย่างกว้างขวาง ที่จะช่วยติดตามเส้นทางการเงินได้
.
สุดท้ายอาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่ถ้าตรวจสอบดีๆ เราจะเจอร่องรอยไม่มากก็น้อย เช่น การยื่นภาษีการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จะเห็นได้ว่าคนที่เกี่ยวข้องเหล่านี้มีแหล่งรายได้มาจากไหน ดังนั้น ปปง. มีเขตอำนาจที่กว้างขวาง ที่จะทำเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน
.
เมื่อถามว่าสุดท้ายหากไม่สามารถยึดอายัดทรัพย์ได้เลย เพราะเส้นเงินอาจจะเชื่อมไม่ถึง จะทำอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่ตนกังวล จับเขาไปขัง เขาออกมาก็ต้องใช้เงิน ดังนั้น ผู้กระทำผิดไม่มีทางเกรงกลัวและนอกเหนือจากการยึดอายัดทรัพย์ อยากให้มองว่าเรื่องนี้ฝ่ายการเมืองถูกตัดตอนแล้ว หรือ ฝ่ายการเมืองไม่ต้องมีใครรับผิดชอบอะไรเลย
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น เรื่องนี้อย่าเป็นไปตามที่เขากล่าวหาว่าตัดตอนที่ราชการ สุดท้ายมีคนลอยนวลพ้นผิดที่เรียกว่าเป็นฝ่ายการเมือง วันนี้เราก็ยังไม่ยอมแพ้ เรามีการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ต่อ
.
”อย่างน้อยกรรมการทีโออาร์ บางคนเคยเป็นหน้าห้องนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แน่ๆ ซึ่งเป็นบุคคลที่ทำให้ทีโออาร์หละหลวมขนาดนี้ ไม่ต้องรับผิดอะไรเลยใช่หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่อยากฝากถึงนายอนุทิน เวลาบอกว่ารับผิดชอบ เห็นรับแต่ชอบ แต่เวลาที่มีปัญหา มีเรื่องการทุจริต อยากเห็นฝ่ายการเมืองเข้ามารับผิด กับสิ่งเหล่านี้ด้วย” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายบอกว่าเรื่องนี้จบแล้ว เพราะมีการแจ้งความดำเนินคดีอธิบดี สถ. รวมถึง มศว นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้าจะบอกว่าจบต้องมี 2 อย่าง คือ
.
1. การขยายผลถึงผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง จากรายชื่อพบว่ามีบิ๊กเนมหลายคน ไม่ใช่แค่อธิบดีคนปัจจุบัน แต่ยังมองไปถึงอดีตอธิบดีที่ยังทรงอำนาจ ยังมีอิทธิพลอยู่ในกระทรวงมหาดไทย
.
2. ต้องมองถึงการบังคับใช้กฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่เห็นผู้กระทำความผิดถูกลงโทษ จะเรียกว่าจบได้อย่างไร
.
“คำว่าจบกับตัดตอนไม่เหมือนกัน ถ้าแค่แจ้งความดำเนินคดี อันนี้เขาเรียกว่าตัดตอน เพราะท่านไม่ได้ทำให้มันสุดฝีมือ สุดความสามารถ อย่าลืมว่านายกฯ ไม่ได้เป็นแค่รมว.มหาดไทย แต่ยังเป็นถึงนายกฯที่มีบทบาทกำกับดูแลตำรวจด้วย ดังนั้น ถ้ายังไม่เห็นการดำเนินการเหล่านี้ ผมคิดว่าน่ากังวล เพราะสุดท้ายอาจจะช่วยกัน
.
แม้ว่าท่าน จะบอกว่าส่งเรื่องอยู่ใน ป.ป.ช.แล้ว แต่ปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่าองค์กรป.ป.ช. ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นอิสระ ความโปร่งใสอยู่มาก ฉะนั้น เจ้าหน้าที่ต้องติดตามต่อไปว่าสิ่งที่ ป.ป.ช.ดำเนินการ เป็นการช่วยกันหรือไม่ หรือ ปฏิบัติหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฏหมาย” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า มีอีกหลายส่วนที่เรายังติดตามต่อ เพราะจะปล่อยให้เรื่องนี้จบโดยไม่มีใครถูกลงโทษได้เลยกับการทุจริตที่ใหญ่โต ถ้ายังไม่นับว่า ถ้ามีการสอบท้องถิ่นในอนาคตจะไม่มีการทุจริตแบบนี้อีก เราไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำว่าในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์กติกา เพื่อให้เกิดความรัดกุมได้อย่างไร สุดท้ายจะมีตั๋วนักการเมือง โควตานักการเมืองที่ฝากไปยังมหาวิทยาลัย ฝากผ่านท้องถิ่นกันต่อไป
.
เมื่อถามว่ามีการเชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ ที่รับผิดชอบการตรวจสอบเรื่องนี้มาให้ข้อมูลด้วยหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตอบกลับมาว่าจะมาหรือไม่ ซึ่งตนอยากให้รองนายกฯ มาด้วยตัวเอง ถ้ามั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องกล้าให้ข้อมูลกับฝ่ายตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะถึงตอนนี้ปัญหาใหญ่ เรื่องการสอบท้องถิ่น สังคมไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะไม่ช่วยกัน
.
ดังนั้น หากรัฐบาลทำทุกอย่างโดยที่การตรวจสอบไม่ได้รับความร่วมมืออย่างที่ควรจะเป็นแล้ว จะมั่นใจได้อย่างไรว่านั่นคือการแก้ปัญหาจัดการกับคนโกง ไม่ใช่การช่วยคนโกง
.
.
ภคมน อัด ‘หมอสรณ’ ไร้จิตสำนึก ยื้อเก้าอี้ประธาน กสทช. จี้ นายกฯ เลิกแบก เร่งทูลเกล้าฯ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5835734
.
ภคมน อัด ‘หมอสรณ’ ไร้จิตสำนึก ยื้อเก้าอี้ประธาน กสทช. จี้ นายกฯ เลิกแบก เร่งทูลเกล้าฯ
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาประชุมกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ล่ม 3 ครั้ง เนื่องจาก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไม่ยอมรับว่าขาดคุณสมบัติการเป็นประธานกสทช. ว่า ตั้งแต่ที่คณะกรรมการสรรหามีมติว่า นพ.สรณไม่มีคุณสมบัติในการเป็นประธานกสทช. นายแพทย์สรณจะต้องสละสิทธิ์ตั้งแต่แรก แต่วันนี้เราหวัง จิตสำนึกของนายแพทย์สรณไม่ได้ที่จะให้ปฏิบัติตามมติดังกล่าว การที่ตนพูดแบบนี้เพราะการตรวจสอบคุณสมบัติของนายแพทย์สรณ ต่อเนื่องมา 4 ปีแล้ว แต่พึ่งมีข้อยุติเมื่อเดือนที่แล้ว
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ดังนั้นถ้าเราคาดหวังจะสำนึกความรับผิดชอบของบุคคล ตนคิดว่าไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะถ้าเขาตระหนักดีว่าไม่มีคุณสมบัติ เขาไม่มีทางที่จะไปนั่งอยู่ในตำแหน่งประธานกสทช. ที่ต้องดูแลทรัพย์สมบัติของชาตินับแสนล้านบาท เมื่อคณะกรรมการสรรหามีมติว่านพ.สรณไม่มีสิทธิ์ไปนั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ด ซึ่งภารกิจสำคัญหลังจากนี้ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะตำแหน่งประธานกสทช.เป็นตำแหน่งโปรดเกล้าฯ คนที่จะทำให้เรื่องนี้ชัดเจนที่สุด คือนายกฯ และเท่าที่ได้ติดตามข่าว นายกฯก็อ้างกฎหมาย ซึ่งวันนี้กฎหมายก็ชัดเจนแล้วว่า นายกฯจำเป็นที่จะต้องเป็นคนทูลเกล้าฯ เพื่อมีการโปรดเกล้าฯปลดนพ.สรณ จึงไม่มีเหตุผลที่นายกฯจะยื้อ เพราะแทนที่สังคมจะตั้งคำถามต่อนพ.สรณ กลับตั้งคำถามกับนายกฯแทน
.
“วันนี้การที่นายกรัฐมนตรียื้อเวลาออกไป เรื่องนี้เกี่ยวข้องหรือไม่ว่าการที่นายกฯ กับนพ.สรณเคยใช้กุนซือคนเดียวกัน ถ้าไปย้อนดูในครม.อนุทิน 1 จะเห็น ที่ปรึกษาคนหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นเลขานุการประธาน กสทช. ดิฉันไม่มั่นใจว่าปรึกษากันไปปรึกษากันมา กลายเป็นว่าสุดท้ายช่วยกันอุ้มหรือไม่ ซึ่งไม่อยากให้เกิดแบบนั้น เพราะอย่าลืมว่าภารกิจของประเทศไทย เป็นภาระที่นายกฯ จะต้องแบกรับและให้ความกระจ่างกับสังคมมากมายเหลือเกิน ท่านไม่จำเป็นต้องแบกนพ.สรณเลย”น.ส.ภคมนกล่าว