ข้อมูลภาพรวมโดย AI
ในอดีต "ภาษีการค้า" จัดเก็บจากผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้า ตามรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ แต่ถูกยกเลิกในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 และเปลี่ยนเป็น "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" (VAT) ที่ให้ผู้บริโภคหรือประชาชนเป็นผู้รับภาระภาษีที่แท้จริงแทน
เหตุผลที่ยกเลิกภาษีการค้า
เกิดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน: ภาษีการค้าเก็บจากยอดขายในทุกทอดของการผลิตและจำหน่าย ทำให้สินค้าชิ้นเดียวกันถูกเก็บภาษีหลายรอบตั้งแต่เป็นวัตถุดิบจนถึงมือผู้ซื้อ ส่งผลให้ต้นทุนและราคาสินค้าสูงเกินจริง
มีความซับซ้อนสูง: การคำนวณและตรวจสอบมีความยุ่งยาก สร้างภาระแก่ผู้ประกอบการ
การหลีกเลี่ยงภาษีมาก: เกิดช่องโหว่ให้มีการหลบเลี่ยงภาษีเป็นวงกว้าง ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
เหตุผลที่ให้ประชาชนเป็นผู้เสียภาษีแทนผ่านระบบ VAT
มีความโปร่งใสและเป็นธรรม: เปลี่ยนมาเก็บเฉพาะจาก "ส่วนต่างของมูลค่า" ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอน และให้ผู้ประกอบการในแต่ละทอดเครดิตภาษีหักลบกันได้
ผลักภาระไปที่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย: ประชาชนหรือผู้บริโภคคนสุดท้ายที่เป็นผู้ใช้สินค้าและบริการจริง จะเป็นผู้แบกรับภาระภาษีร้อยละ 7 นี้เมื่อซื้อสินค้า
กระตุ้นระบบเศรษฐกิจ: ป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ทำให้กลไกราคาตลาดมีความยุติธรรม รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้แน่นอนและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ตรรกะการผลักภาระ VAT ให้ ปชช ผู้บริโภคนั้น มันขัดแย้งกับการกระตุ้น GDP ควรให้ ปชช ขอคืน VAT เพื่อกระตุ้น GDP คุ้มกว่านะ
ในอดีต "ภาษีการค้า" จัดเก็บจากผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้า ตามรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการ แต่ถูกยกเลิกในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2535 และเปลี่ยนเป็น "ภาษีมูลค่าเพิ่ม" (VAT) ที่ให้ผู้บริโภคหรือประชาชนเป็นผู้รับภาระภาษีที่แท้จริงแทน
เหตุผลที่ยกเลิกภาษีการค้า
เกิดการเก็บภาษีซ้ำซ้อน: ภาษีการค้าเก็บจากยอดขายในทุกทอดของการผลิตและจำหน่าย ทำให้สินค้าชิ้นเดียวกันถูกเก็บภาษีหลายรอบตั้งแต่เป็นวัตถุดิบจนถึงมือผู้ซื้อ ส่งผลให้ต้นทุนและราคาสินค้าสูงเกินจริง
มีความซับซ้อนสูง: การคำนวณและตรวจสอบมีความยุ่งยาก สร้างภาระแก่ผู้ประกอบการ
การหลีกเลี่ยงภาษีมาก: เกิดช่องโหว่ให้มีการหลบเลี่ยงภาษีเป็นวงกว้าง ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
เหตุผลที่ให้ประชาชนเป็นผู้เสียภาษีแทนผ่านระบบ VAT
มีความโปร่งใสและเป็นธรรม: เปลี่ยนมาเก็บเฉพาะจาก "ส่วนต่างของมูลค่า" ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละขั้นตอน และให้ผู้ประกอบการในแต่ละทอดเครดิตภาษีหักลบกันได้
ผลักภาระไปที่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย: ประชาชนหรือผู้บริโภคคนสุดท้ายที่เป็นผู้ใช้สินค้าและบริการจริง จะเป็นผู้แบกรับภาระภาษีร้อยละ 7 นี้เมื่อซื้อสินค้า
กระตุ้นระบบเศรษฐกิจ: ป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ทำให้กลไกราคาตลาดมีความยุติธรรม รัฐบาลจัดเก็บรายได้ได้แน่นอนและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม