ทำงานกับชีวิตคน ทำงานดีแค่ไหนก็สู้ AI ไม่ได้จริงไหม T^T ?

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นต้องขอเกริ่นแนะนำตัวเองเบื้องต้นก่อนค่ะ เพื่อที่จะได้เข้าใจตรงกัน และอยากให้อ่านครบทุกบรรทัดมีแต่เนื้อไม่มันน้ำค่ะ
กระทู้นี้ตั้งมาเพื่อหาคำตอบ แนวคิด ทัศคติ มุมมองว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องปกติหรือไม่ หรือปกติแล้วควรรับมือ ปรับตัวอย่างไรค่ะ ไม่มีเจตตาด่า เสียดสี ด่าทอ กล่าวหาใครค่ะ จะพยายามเล่าอย่างเป็นกลางและไม่ใส่อารมณ์มากที่สุด ขอให้ใช้คำสุภาพในการพูดคุยค่ะ

ส่วนเกริ่น 1
ดิฉันเป็นนักศึกษาพยายาลปีที่ 4 แล้วค่ะเข้าสู่การฝึกงานมาก็หลายที่ หลายวิชาแล้ว แน่นอนค่ะยุคนี้ในการสืบค้นข้อมูล AI ทั้งง่าย สะดวก เป็นทางเลือกตัวรอดที่ดีสำหรับคนที่ต้องการหาข้อมูลเยอะ ๆ ถามสั้น ๆ และได้คำตอบทันที โดยส่วนมากจะใช้ค่อนข้างบ่อยในการหาข้อมูลเบื้องต้น แต่ในกรณีลงลึกจะไม่มีการใช้ หรือการใช้น้อยเพราะในหลายครั้งจะต้องมีข้อมูลวิจัยที่น่าเชื่อถือมารองรับ

สำหรับเราแล้วการใช้ AI ไม่ใช้เรื่องที่ผิดอะไร แต่ในการทำงานกับชีวิตคนที่ต้องมีองค์ความรู้จริง ๆ มาดูแลเราควรศึกษาตำรา วิจัย ข้อมูลเอกสารที่น่าเชื่อถือ ยังไงก็มีน้ำหนักมากกว่ากาใช้ AI ที่จะค้นข้อมูลจากเว็บไซต์หลายที่มาเป็นคำตอบให้เรา ต้องบอกก่อนเลยว่าทำไมถึงไม่ใช้ AI ให้จบ ๆ เพราะว่าพวกเอกสารเกี่ยวกับโรค การรักษา การดูแล จะเปลี่ยนตามยุค ตามสมัย มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลงได้เสมอ หากใช้ข้อมูลเก่าเมื่อปี พ.ศ 2540 มาใช้ในปัจจุบัน พ.ศ 2569 ข้อมูลก็อาจจะเก่าเกินไปในการเอามาใช้ดูแลคนนั้นเองค่ะ

(เทียบง่าย ๆ ก็เอาแนวคิดสมัยก่อน มาใช้ในสมัยนี้ไม่ได้นั้นแหละค่ะ)

พอทุกคนพอจะรู้แบล็กกาวคราว ๆ ของเราแล้วเราก็มาเข้าหัวข้อกันค่ะ

เริ่มปัญหากระทู้ 2
อย่างที่บอกค่ะตอนนี้ฝึกงานมา ปีที่ 4 แล้วผ่านร้อนหนาวมาก็ค่อนข้างหนักตามภาษานักศึกษา แต่มาครั้งนี้รู้สึกไปไม่ถูกค่ะ ในการทำงานมหาลัยจะไม่พ้นคำว่า "งานกลุ่ม" และจะไม่พ้นคำว่า ทำกันแค่บางคน และบางคนไม่มีส่วนร่วม ซึ่งในตรงนี้เราค่อนข้างปล่อยวางค่ะ เพราะอยากรีบทำรีบจบ อาจารย์คงจะพิจารณาเองได้ว่าใครทำ หรือไม่ทำ แต่... มันไม่ใช่ค่ะ อาจารย์ท่านนี้ค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับข้อมูลในการนำมาใช้กับผู้ป่วย ว่าข้อมูลเอกสารจากสถาบันไหน จากงานวิจัยอะไร ประมาณนี้ค่ะ ซึ่งกว่าจะได้แต่ละข้อมูลเลือดตาแทบกระเด็น ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้มีปัญหาค่ะเราเข้าใจดี แต่ที่เราไม่เข้าใจท่านจะสั่งแต่พวกคนที่ทำ คนที่ไม่ทำก็ไม่ได้หันไปคุยเรื่องงาน แต่จะคุยเชิงเล่นมากกว่าค่ะ (ภาษานักศึกษาเรียกว่า ลูกรัก)

ปัญหากระทู้ 3
ประเด็นสำคัญคือการทำงานครั้งนี้ต้องมีโครงการใหญ่ จะต้องเปรียบเทียบข้อมูลสุขภาพที่เยอะแยะมากมาย ที่อธิบายไปบางท่านอาจจะไม่เข้าใจค่ะ มันเป็นการเอาข้อมูลสุขภาพคนไทยมาใช้แล้วมาเทียบกับกลุ่มประชาชนที่เราสำรวจได้ (เล่าประมานี้พอ) แน่นอนค่ะว่าต้องมีแหล่ง อ้ า ง อิ ง อีกแล้ว ช่วงนั้นเป็นช่วงที่นอนดึกตื่นเช้าเสมอค่ะ และแน่นอนว่าพอมีคนทำงาน มักจะไม่มีคนมีส่วนร่วม ด้วยความที่มันยากคนที่ทำงานก็มักจะเข้าใจก่อนเสมอค่ะ พอคนไม่มีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มไม่เข้าใจหลังจากนี้จะไม่เข้าใจอะไรเลย (เพราะเพือนพูดเองว่า ก็ไม่อธิบายเลยไม่รู้จะทำยังไง) บอกตามตรงว่าพวกเราเองก็ไม่เข้าใจค่ะว่าทำยังไง แต่ก็ยแมเสี่ยงตายถามอาจารย์ท่านนั้นบ่อย ๆ ด่าบ้าง บ่นบ้าง สอนบ้าง ตามภาษา เท่ากับว่าพวกเรารับทั้งแรงกดดัน ทั้งคำพูดอาจารย์ ทั้งภาระที่ทำกัน 4-5 คน ในขณะที่พวกเราลงพื้นที่แดดร้อน ๆ แต่งานมันต้องเดิน เมื่อเทียบอีกฝั่งจะไม่ทำอะไรเลย เพราะมีการสอบถามเกี่ยวกับการทำงานให้คำตอบมาแค่ "รอพวกเราสำรวจเสร็จ" ทั้งที่มีอย่างอื่นที่สามารถทำรอได้ค่ะ

ปัญหากระทู้ 4
ทุกท่านพอจะเข้าใจสถานะการณ์คร่าว ๆ แล้วใช่ไหมคะ ค่อนข้างน่าอืดอัดใจค่ะ มาถึงช่วงโครงงานในการสอนผู้ป่วย ต้องมีเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ รายการว่าจะสอนอะไรเขาบ้าง แต่ละอย่างเอามาจากไหน อย่างไร สิ่งที่ต้องมีคือ เอกสารการสอน เอกสารแจกให้ผู้ป่วย สื่อการสอน รวมถึงสิ่งของกิจกรรมที่จะให้เขาทำ มันมี 108 อย่างที่ต้องทำ แต่เราปาไปแล้ว 109 ไม่เกินจริงค่ะ แต่มีเพือนกลุ่มที่ช่วยทำซัพพอร์ตเสมอซึ่งเราก็ไม่ได้อะไรค่ะ เราสามารถทำได้เราไหวอยู่แล้ว

ปัญหาจริง ๆ มันอยู่ที่บัวชัวร์ค่ะ ให้ทุกคนจินตนาการนะคะว่าเราต้อง มีเนื้อหาที่จะไปสอนเขา 》ร่างว่าในวันนั้นเราจะไปทำะไรบ้าง 》ทำสื่อการสอน 》ทำบัวชัวร์แจก

พวกนี้คือเราทำหมดเลยค่ะ มีเพือนกลุ่มที่ทำช่วยด้วยแต่พวกเนื้อหาวิชาการจะเป็นเราซะส่วนใหญ่ค่ะ หางานวิจัยรองรับตลอด ไม่ AI เลย (เป็นคนค่อนข้างระเอียดเหมือนกันค่ะขี้สงสัย 🫪) แต่งานกลุ่มมันเละค่ะพวกเราทำขั้นตอนหลังไปหน้ามันเลยกลายเป็นว่า ถ้าเราแก้อะไร 1 อย่างแล้ว 2 3 4 จะต้องแก้ให้ตรงกันทั้งหมด นั้นแหละค่ะอาจารย์สั่งแก้ 100 รอบ อ ยู่ อ ย่ า ง งั้ น แต่เหตุการณ์ที่ทำให้เราจิตตกก็คือ เราส่งบัวชัวร์ให้อาจารย์ท่านนั้นตรวจส่งที่ได้รับกลับมาคือ



หนูพูดตามตรงเลยนะคะเข้าใจที่อาจารย์ว่าอยากให้ประหยัดเวลา แต่เราเหนื่อยมากเราปั่นงานนอนดึกตื่นเช้าหลายหนหลายวันร่วมกับเพือน 4-5 ชีวิต กับอีกฝั่งที่ไม่ทำอะไรไม่สามารถตอบคำถามเรื่องงานได้ และอาจารย์หันหน้ามาสั่งงาน คุยงาน แต่กับพวกเรา  4-5 คน แต่กับอีกฝั่งพูดคุยเล่นเป็นปกติ มันบั่นทอนค่ะ ทำงานแล้วต้องแก้ถูกติ เราน้อมรับเข้าใจ แต่การถูกต่อว่าพูดว่า "แล้วเพือนบางคนก็ต้องทำรายงานบท ที่ 1 บทที่ 2 ด้วยนี่คะ ส่วนใหญ่มีงานในมือหมด" เราจะบอกเรานี่แหละค่ะทำ เราเองบทที่ 2 เราเป็นคนทำทั้งหมดเลย (พูดไม่อยากพูดเยอะเจ็บคอ) ไฟล์งานสำคัญอยู่ที่เราหมดเลยค่ะ เวลาเพือนทำอะไรไม่ถูกจะโยนมาให้เราเสมอ

มีบัวชัวร์ที่เราทำคนเดียวเพราะเราให้เพือนไปโฟกัสเตรียมอย่างอื่น เพราะอันนี้ค่อนข้างยิบย่อยแต่ที่มันช้าจริง ๆ เพราะพวกเราทำสื่อการสอนไม่ถูกต้อง แก้หลายต่อเลยทำให้ส่วนนี้ออกมาช้ากว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งเราตั้งใจทำมันมากเลยนะคะบัวชัวร์อันนี้อิงเนื้อหาที่เราเตรียมเอง แต่งเอง แต่คิดว่าคงจะไม่ได้ใช้แล้วแหละค่ะอยากจะ Gen AI ส่งแล้วค่ะ  TT *เหตุผลที่ไม่ใช้ AI เพราะคาดว่าแก้เนื้อหาบ่อยถ้าเราไปเจนมันเยอะ  ๆ ภาษามันจะไม่ถูกต้องค่ะ พูดง่าย ๆ มันเอ๋อนั้นแหละ และส่วนตัวไม่ค่อยอยากสนับสนุนเท่าไหร่*

สรุป ตอนนี้เบื่อ ไม่อยากทำแล้วค่ะคนที่ทำงานส่งงานให้ตรวจโดนว่าตลอด (ไม่ใช้ครั้งแรก) กับคนที่ไม่ได้ทำอะไรได้คุยเล่นกับอาจารย์สนุกสนานไม่ต้องมาเครียดไม่นอนเต็มอิ่ม สบายใจกว่าเยอะค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่