[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้📺 วิดีโอนี้มีชื่อว่า "House Approves MASSIVE $1.15 Trillion Pentagon Bill"
(🏛️ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ อนุมัติร่างงบประมาณกระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอนมูลค่ามหาศาลกว่า 1.15 ล้านล้านดอลลาร์) จากช่อง 📰 New York Post
🎥 เนื้อหาในวิดีโอเป็นการถ่ายทอดสดขั้นตอนการลงคะแนนเสียงและกระบวนการทางรัฐสภาของสหรัฐอเมริกา โดยสามารถแปลและขยายความรายละเอียดได้ดังนี้:
📊 ผลการลงคะแนนเสียงที่สูสีอย่างยิ่ง
ในคลิปวิดีโอ ประธานการประชุมได้ประกาศผลการลงคะแนนเสียงขั้นสุดท้ายของร่างงบประมาณทางทหารฉบับนี้ โดยกล่าวว่า "The yeas are 216, the nays are 212. The bill is passed." แปลได้ว่า "✅ มีสมาชิกลงคะแนนเห็นชอบ (Yeas) จำนวน 216 เสียง และ ❌ ลงคะแนนไม่เห็นชอบ (Nays) จำนวน 212 เสียง ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงผ่านความเห็นชอบจากสภา"
⚖️ การที่ผลคะแนนออกมาเฉียดฉิวห่างกันเพียง 4 เสียง สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งและจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนของสมาชิกรัฐสภา (ระหว่างพรรครีพับลิกัน 🐘 และเดโมแครต 🫏) ในประเด็นการจัดสรรงบประมาณก้อนมหึมานี้
📜 กระบวนการและคำศัพท์ทางรัฐสภา
หลังจากมีการประกาศผลโหวต ประธานในที่ประชุมได้กล่าวประโยคสำคัญทางกฎหมายรัฐสภาว่า "Without objection, a motion to reconsider is laid on the table." ซึ่งแปลว่า "🛑 หากไม่มีข้อคัดค้าน ญัตติที่ขอให้มีการพิจารณาลงคะแนนใหม่จะถูกระงับ/ปัดตกไป" นี่เป็นกลไกมาตรฐานของรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อตอกย้ำว่าผลการลงมตินี้ถือเป็นที่สิ้นสุด และป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเสนอขอนำร่างกฎหมายนี้กลับมาโหวตใหม่ได้โดยง่าย
💻 นอกจากนี้ ในช่วงต้นของการลงคะแนน มีการใช้ระบบ "Recorded votes by electronic device" หรือการให้สมาชิกสภากดปุ่มลงคะแนนผ่านเครื่องบันทึกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ 🔘 เพื่อความโปร่งใสและแม่นยำในการนับคะแนนเสียงของสมาชิกแต่ละคน
🛡️ ความสำคัญและผลกระทบของร่างงบประมาณนี้
ร่างกฎหมายนี้ครอบคลุมวงเงินสูงถึง 💰 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 40 ล้านล้านบาทไทย) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงบประมาณด้านการป้องกันประเทศที่สูงที่สุด การอนุมัติงบประมาณมหาศาลนี้จะถูกนำไปใช้ในกระทรวงกลาโหม (Pentagon) 🏢 เพื่อวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์หลายประการ เช่น:
🚀 การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางการทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัย
🌍 การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์กับประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ
🎖️ การปรับปรุงสวัสดิการ ค่าจ้าง และคุณภาพชีวิตของกำลังพลในกองทัพสหรัฐฯ
🤝 การสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก
📌 โดยสรุป
วิดีโอคลิปนี้ เป็นบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการเมืองสหรัฐฯ 🇺🇸 ที่แสดงให้เห็นถึงชัยชนะแบบเฉียดฉิวในการผลักดันงบประมาณทางทหารที่สูงลิ่ว 📈 ซึ่งจะมีนัยสำคัญอย่างลึกซึ้งต่อทั้งทิศทางเศรษฐกิจภายในประเทศและนโยบายความมั่นคงระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกาในอนาคต
📅 ปีงบประมาณที่สหรัฐอเมริกากำลังใช้งานอยู่ ณ ปัจจุบัน (สิงหาคม 2026)
ขณะนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) 🏛️ กำลังเบิกจ่ายและบริหารจัดการปฏิบัติการทางทหารภายใต้ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2026 (Fiscal Year 2026 หรือ FY 2026) ซึ่งมีกรอบเวลาบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2025 และจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2026
📈 มูลค่างบประมาณที่ใช้อยู่จริงในปี 2026
งบประมาณด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2026 ที่ผ่านการอนุมัติและบังคับใช้แล้ว มีมูลค่ารวมสูงถึง 💰 1.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34.76 ล้านล้านบาท)
(อิงตามอัตราแลกเปลี่ยน
ณ
วันที่
5 สิงหาคม
2026 ที่ประมาณ
33.11 บาท
ต่อ
1 ดอลลาร์สหรัฐ
)
ตัวเลขนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และการทหาร 🌍 เนื่องจากเป็น
"ปีแรกที่งบประมาณกลาโหมของสหรัฐฯ
พุ่งทะลุหลัก
1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33.11 ล้านล้านบาท)
" อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 17% จากปีงบประมาณก่อนหน้า โครงสร้างที่มาของเม็ดเงินมหาศาลนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:
1. 💵 งบประมาณรายจ่ายประจำปี (Base Discretionary Budget): ได้รับการจัดสรรผ่านกฎหมายงบประมาณปกติ (Appropriations Act) อยู่ที่ประมาณ 893 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 29.56 ล้านล้านบาท)
2. ⚡ งบประมาณพิเศษเพิ่มเติม (Reconciliation Funds): ได้รับการอนุมัติเพิ่มอีกราว 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.96 ล้านล้านบาท) เพื่อนำไปเร่งรัดโครงการทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการอัดฉีดงบประมาณให้แก่อาวุธนิวเคลียร์ ☢️ และเทคโนโลยีทางการทหารขั้นสูงที่คาบเกี่ยวกับการบริหารจัดการของกระทรวงพลังงาน (Department of Energy)
🛡️ สัดส่วนการจัดสรรเม็ดเงินในกองทัพสำหรับปี 2026
เมื่องบประมาณถูกกระจายลงสู่กระทรวงกลาโหม (ครอบคลุมมูลค่าราว 961.6 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 31.83 ล้านล้านบาท ในส่วนของ DoD) กองทัพแต่ละเหล่าทัพได้รับการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับมหาอำนาจคู่แข่ง ดังนี้:
✈️ กองทัพอากาศ (U.S. Air Force): ได้รับสัดส่วนสูงสุดที่ 301.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.97 ล้านล้านบาท) (31.3%) งบประมาณส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่การเร่งอัตราการผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ยุคใหม่ B-21 Raider รวมถึงการปรับโครงสร้างและการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่นใหม่ในโครงการ Sentinel เพื่อทดแทนระบบขีปนาวุธเดิมที่ล้าสมัย 🚀
⚓ กองทัพเรือ (U.S. Navy): ได้รับ 292.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.67 ล้านล้านบาท) (30.4%) เน้นการขยายอำนาจทางทะเลและการรักษาความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงการต่อเรือรบใหม่ 19 ลำ 🚢 เรือดำน้ำโจมตีชั้น Virginia และเรือดำน้ำติดขีปนาวุธทิ้งตัวชั้น Columbia ตลอดจนการวิจัยขีปนาวุธร่อนติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงจากเรือ (SLCM-N) ซึ่งได้รับการเพิ่มงบอย่างก้าวกระโดด
🪖 กองทัพบก (U.S. Army): ได้รับ 197.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.53 ล้านล้านบาท) (20.5%) มุ่งเน้นการปรับปรุงขีดความสามารถในการรบภาคพื้นดิน การพัฒนายานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก (ACV) 🎖️ และการวิจัยพัฒนารถถังรบหลักเจเนอเรชันใหม่ M1E3 Abrams 🚜
🛰️ ส่วนกลาง, อวกาศ และเทคโนโลยีเกิดใหม่: งบประมาณส่วนที่เหลือถูกจัดสรรไปยังกองทัพอวกาศ (Space Force) 🌌, โครงการพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Defense), ตลอดจนการอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.30 แสนล้านบาท) สำหรับระบบโดรนอัตโนมัติไร้คนขับและปัญญาประดิษฐ์ (AI) 🤖 ทั่วน่านฟ้า ผิวน้ำ และใต้ทะเล
🔗 ความเชื่อมโยงกับ "ข่าวงบประมาณ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์" ในคลิปวิดีโอ
เพื่อให้เห็นภาพความต่อเนื่องของการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจมหภาคและการทหาร:
📌 เม็ดเงิน 1.05 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 34.76 ล้านล้านบาท): คืองบประมาณของ FY 2026 ที่กำลังขับเคลื่อนกลไกทางยุทธวิธีของสหรัฐฯ รวมถึงการรักษาเสถียรภาพและสนับสนุนพันธมิตรในความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ 🌐
🏛️ ส่วนร่างเม็ดเงิน 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 38.07 ล้านล้านบาท): ที่เฉือนชนะผลโหวตในสภาผู้แทนราษฎรตามคลิปถ่ายทอดสดนั้น คืองบประมาณสำหรับ ปี 2027 (FY 2027) ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอและผลักดันโดยคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำเสนอพิมพ์เขียวที่ต้องการขยายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพัฒนาระบบการรบที่ผสาน AI ให้รวดเร็วและก้าวร้าวมากยิ่งขึ้น ร่างงบประมาณฉบับนี้มีกำหนดเริ่มต้นบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ทว่าด้วยตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์และเงื่อนไขทางการเมือง ปัจจุบันจึงยังคงถูกสกัดกั้นและรอการพิจารณาชี้ขาดด้วยคะแนนเสียง 60 เสียงในชั้นวุฒิสภาครับ 🛑
เขางบน้อย..
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
📅 ปีงบประมาณที่สหรัฐอเมริกากำลังใช้งานอยู่ ณ ปัจจุบัน (สิงหาคม 2026)
ขณะนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Pentagon) 🏛️ กำลังเบิกจ่ายและบริหารจัดการปฏิบัติการทางทหารภายใต้ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2026 (Fiscal Year 2026 หรือ FY 2026) ซึ่งมีกรอบเวลาบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2025 และจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2026
📈 มูลค่างบประมาณที่ใช้อยู่จริงในปี 2026
งบประมาณด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ ในปีงบประมาณ 2026 ที่ผ่านการอนุมัติและบังคับใช้แล้ว มีมูลค่ารวมสูงถึง 💰 1.05 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 34.76 ล้านล้านบาท) (อิงตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 5 สิงหาคม 2026 ที่ประมาณ 33.11 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)
ตัวเลขนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์ด้านภูมิรัฐศาสตร์และการทหาร 🌍 เนื่องจากเป็น "ปีแรกที่งบประมาณกลาโหมของสหรัฐฯ พุ่งทะลุหลัก 1 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 33.11 ล้านล้านบาท)" อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มขึ้นมากกว่า 17% จากปีงบประมาณก่อนหน้า โครงสร้างที่มาของเม็ดเงินมหาศาลนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:
1. 💵 งบประมาณรายจ่ายประจำปี (Base Discretionary Budget): ได้รับการจัดสรรผ่านกฎหมายงบประมาณปกติ (Appropriations Act) อยู่ที่ประมาณ 893 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 29.56 ล้านล้านบาท)
2. ⚡ งบประมาณพิเศษเพิ่มเติม (Reconciliation Funds): ได้รับการอนุมัติเพิ่มอีกราว 150 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.96 ล้านล้านบาท) เพื่อนำไปเร่งรัดโครงการทางยุทธศาสตร์ โดยเฉพาะการอัดฉีดงบประมาณให้แก่อาวุธนิวเคลียร์ ☢️ และเทคโนโลยีทางการทหารขั้นสูงที่คาบเกี่ยวกับการบริหารจัดการของกระทรวงพลังงาน (Department of Energy)
🛡️ สัดส่วนการจัดสรรเม็ดเงินในกองทัพสำหรับปี 2026
เมื่องบประมาณถูกกระจายลงสู่กระทรวงกลาโหม (ครอบคลุมมูลค่าราว 961.6 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 31.83 ล้านล้านบาท ในส่วนของ DoD) กองทัพแต่ละเหล่าทัพได้รับการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยีกับมหาอำนาจคู่แข่ง ดังนี้:
✈️ กองทัพอากาศ (U.S. Air Force): ได้รับสัดส่วนสูงสุดที่ 301.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.97 ล้านล้านบาท) (31.3%) งบประมาณส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่การเร่งอัตราการผลิตเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ยุคใหม่ B-21 Raider รวมถึงการปรับโครงสร้างและการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่นใหม่ในโครงการ Sentinel เพื่อทดแทนระบบขีปนาวุธเดิมที่ล้าสมัย 🚀
⚓ กองทัพเรือ (U.S. Navy): ได้รับ 292.2 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 9.67 ล้านล้านบาท) (30.4%) เน้นการขยายอำนาจทางทะเลและการรักษาความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก รวมถึงการต่อเรือรบใหม่ 19 ลำ 🚢 เรือดำน้ำโจมตีชั้น Virginia และเรือดำน้ำติดขีปนาวุธทิ้งตัวชั้น Columbia ตลอดจนการวิจัยขีปนาวุธร่อนติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ที่ยิงจากเรือ (SLCM-N) ซึ่งได้รับการเพิ่มงบอย่างก้าวกระโดด
🪖 กองทัพบก (U.S. Army): ได้รับ 197.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.53 ล้านล้านบาท) (20.5%) มุ่งเน้นการปรับปรุงขีดความสามารถในการรบภาคพื้นดิน การพัฒนายานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบก (ACV) 🎖️ และการวิจัยพัฒนารถถังรบหลักเจเนอเรชันใหม่ M1E3 Abrams 🚜
🛰️ ส่วนกลาง, อวกาศ และเทคโนโลยีเกิดใหม่: งบประมาณส่วนที่เหลือถูกจัดสรรไปยังกองทัพอวกาศ (Space Force) 🌌, โครงการพัฒนาระบบป้องกันขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง (Hypersonic Defense), ตลอดจนการอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.30 แสนล้านบาท) สำหรับระบบโดรนอัตโนมัติไร้คนขับและปัญญาประดิษฐ์ (AI) 🤖 ทั่วน่านฟ้า ผิวน้ำ และใต้ทะเล
🔗 ความเชื่อมโยงกับ "ข่าวงบประมาณ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์" ในคลิปวิดีโอ
เพื่อให้เห็นภาพความต่อเนื่องของการกำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจมหภาคและการทหาร:
📌 เม็ดเงิน 1.05 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 34.76 ล้านล้านบาท): คืองบประมาณของ FY 2026 ที่กำลังขับเคลื่อนกลไกทางยุทธวิธีของสหรัฐฯ รวมถึงการรักษาเสถียรภาพและสนับสนุนพันธมิตรในความขัดแย้งระดับภูมิภาคที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ 🌐
🏛️ ส่วนร่างเม็ดเงิน 1.15 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 38.07 ล้านล้านบาท): ที่เฉือนชนะผลโหวตในสภาผู้แทนราษฎรตามคลิปถ่ายทอดสดนั้น คืองบประมาณสำหรับ ปี 2027 (FY 2027) ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอและผลักดันโดยคณะบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนำเสนอพิมพ์เขียวที่ต้องการขยายฐานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และพัฒนาระบบการรบที่ผสาน AI ให้รวดเร็วและก้าวร้าวมากยิ่งขึ้น ร่างงบประมาณฉบับนี้มีกำหนดเริ่มต้นบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 ทว่าด้วยตัวเลขที่สูงเป็นประวัติการณ์และเงื่อนไขทางการเมือง ปัจจุบันจึงยังคงถูกสกัดกั้นและรอการพิจารณาชี้ขาดด้วยคะแนนเสียง 60 เสียงในชั้นวุฒิสภาครับ 🛑