JJNY : 5in1 ชาวไร่อ้อยอ่วมหนัก│“วีระ”สับเละที่พักอุทยาน│“ฉัตร”โต้ทัพบก│ตะลึง!ข้อมูลรั่วลาม 20กระทรวง│ทวีเปิดอีกฮั้ว สว.

ชาวไร่อ้อย อ่วมหนัก ต้นทุนพุ่งทุกอย่าง แต่เอาอ้อยไปขายได้แค่ตันละ 850 วอนรัฐช่วย
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10349147
.

.
ชาวไร่อ้อย อ่วมหนัก ต้นทุนพุ่งสูงทุกอย่าง แต่เอาอ้อยไปขายได้แค่ตันละ 850 วอนรัฐช่วยเหลือ เผยค่าชดเชยตัดอ้อยสดลดฝุ่น PM 2.5 ปี 67-68 ป่านนี้ยังไม่ได้เงิน
.
5 ส.ค. 69 – ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เกษตรกรชาวไร่อ้อย จ.นครราชสีมา กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนักในฤดูการผลิตปี 2568/69 เนื่องจากต้องเผชิญกับปัญหาต้นทุนการผลิตค่าแรง น้ำมันเชื้อเพลิง ค่าปุ๋ย และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่สูงขึ้นอย่างมาก
.
ขณะที่ ครม. เคาะราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 2568/69 ที่ความหวาน 10 CCS อยู่ที่ 890 บาทต่อตัน เท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับค่าใช้จ่ายจริง กับต้นทุนค่าใช้จ่าที่เกษตรกรต้องแบกรับอยู่ นอกจากนี้มาตรการ “ตัดอ้อยสด ลดฝุ่น PM 2.5” ที่รัฐบาลอนุมัติงบเพิ่ม 477.05 ล้าน มาช่วยเกษตรกรตัดอ้อยสดฤดูการผลิตปี 2567/68 ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินงานเตรียมจ่ายเงินช่วยเหลือ
.
นายวิชาญ ตังตา อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวไร่อ้อย อ.สีคิ้ว เปิดเผยว่า ปลูกอ้อยทั้งหมด 16 ไร่ ลงทุนแสนกว่าบาท จ้างเขาปลูกรวมพันธุ์อ้อยด้วยไร่ละ 5,500 บาท แถมยังมีค่าปุ๋ยบำรุง ค่าแรงคนงาน ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงใส่รถไถ และอื่น ๆ อีก ราคาแพงทุกอย่าง
.
แต่เอาอ้อยไปขายได้แค่ตันละ 850 ยังไม่ได้หักค่าใช้จ่ายอื่นออกอีก ทั้งค่าลาก ค่าเกี่ยวอ้อย ถ้าทำอ้อยได้ผลผลิต 15-20 ตัน ก็ยังพออยู่ได้ แต่ถ้าได้ผลผลิตต่ำกว่า 10 ตันก็ลำบาก
.
แต่พอปีนี้ เจอแล้งไป ฝนทิ้งช่วงนาน วัชพืชขึ้นเต็มไปหมด ต้องฉีดยาฆ่าหญ้า จ้างคนมาฉีดไร่ละ 150 บาท ซ้ำยังต้องหาน้ำมารดต้นอ้อยด้วย ประกอบกับช่วงน้ำมันราคาพุ่งขึ้น ดีเซลลิตรละ 51 บาท ตอนนั้นเสียเงินเติมน้ำมันสูบน้ำมารดอ้อยวันละ 1 แกลลอน 1,000 บาท สูบอยู่ 10 วัน หมดเงินไป 10,000 บาท แล้วยังต้องสูบน้ำมารดรอบที่ 2 อีก แต่ยังดีที่ราคาน้ำมันลดลงมาบ้าง
.
อยากฝากความหวังไปที่รัฐบาล ปรับราคารับซื้อขึ้นอีกเป็นตันละ 1,400 บาท อย่าให้ต่ำกว่านี้เลย เพราะตนทุนการผลิต ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรง และค่าน้ำมันยังแพงมาก
.

.
“วีระ” สับเละที่พักอุทยาน พูดแล้วโมโห โรงแรมจิ้งหรีดยังดีกว่า แนะให้เอกชนร่วมลงทุน
.
ถกงบประมาณ ทส. “อ.วีระ” สับเละที่พักอุทยานเลวทราม พูดแล้วโมโห โรงแรมจิ้งหรีดยังดีกว่า แนะทำโครงการนำร่องให้เอกชนร่วมลงทุน เชื่อรายได้จัดเก็บมีมากกว่านี้ เหน็บคอร์รัปชันตัวหล่อเลี้ยงระบบ
.
วันที่ 5 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่ช่วงเช้ามีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 21 เป็นการพิจารณา มาตรา 17 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยในช่วงหนึ่ง นายวีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า ถ้าดูในเชิงภาพรวมเมื่ออ่านเอกสารงบประมาณที่เสนอมาเกิดความสับสน มีการของบประมาณรายจ่ายประจำปีทั้งกระทรวง 38,625 ล้านบาท เงินนอกงบประมาณที่นำมาสมทบ 1,960 ล้านบาท 
.
แต่เมื่อดูในเล่มคาดแดง เอกสารงบประมาณเล่มที่ 3 ฉบับที่ 6 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในรายการที่แจ้งมามีตัวเลขดิฟกันอยู่เกือบ 300 ล้านบาท อาจจะมีการแก้ทีหลังก็ได้เพราะตัวงบประมาณรายจ่ายก็เพิ่มขึ้น จากเดิมอยู่ที่ 36,148 ล้านบาท ส่วนเงินนอกงบประมาณที่เอามาสมทบ ของเดิมอยู่ที่ 1,634 ล้านบาท ต้องขอคำอธิบายว่ามีรายการเปลี่ยนแปลงอะไรในส่วนไหนที่เป็นสาระสำคัญหรือเปล่า เนื่องจากตัวเลขเมื่อเทียบแล้วไม่ตรงกับเอกสารที่ส่งมา 
.
นายวีระ เผยต่อไปว่า ในปีงบประมาณ 2570 ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือตอนต้นปีงบประมาณ 2570 ซึ่งตอนนี้ยังไม่จบ ท่านประมาณการว่าปี 2569 จะมีเงินนอกงบประมาณสะสมคงเหลือยกมาตอนต้นปี 4,266 ล้านบาท แต่ในระหว่างทางซึ่งยังไม่จบปีงบประมาณก็คงจะมีการใช้ไป ท่านทำประมาณการไว้ว่า น่าจะเหลือเงินช่วงต้นงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ราว 2,919 ล้านบาท 
...
“ถ้าดูอย่างนี้ต้องบอกว่าเป็นกระทรวงที่น่าชื่นชม ในแง่ว่าเรามีเงินนอกงบประมาณจำนวนหนึ่ง แต่ก็เอามาสมทบในงบประมาณเพื่อให้ทำงานได้เต็มที่ อันนี้ผมถือว่าเป็นกระทรวงที่จัดการเรื่องเงินนอกงบประมาณกับเงินงบประมาณเนี่ย อยู่ในเบอร์ต้นๆ เลย แล้วก็ขอให้รักษาสถิติอันนี้เอาไว้ เพราะต่อไปผมเข้าใจว่าด้วยฐานะการคลังของเราก็มีความจำเป็นจะต้องสอดส่องส่วนที่เป็นเงินนอกงบประมาณที่หลงเหลืออยู่”
.
ทั้งนี้ การมีเงินนอกงบประมาณเยอะไม่แปลก คงจะเกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียมไปอุทยานทางน้ำ อุทยานทางบก ค่าเช่า ค่าที่พัก และยังมีรายได้นอกงบประมาณ 2,488 ล้านบาท ในปี 2569 ซึ่งยังไม่จบ แต่ปี 2570 ท่านคาดว่าจะมีรายได้ 2,470 ล้านบาท ในเวลาเดียวกันยังมีเงินจากทุนหมุนเวียนที่ตนยังไม่ได้ตรวจให้ละเอียด อีก 1,100 ล้านบาท รวมแล้วกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะมีเงินหมุนพอสมควร แต่มันก็จะมีการใช้ไป ถ้าอธิบายเพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ก็ได้ ถ้าอธิบายไม่ได้ตนรู้ที่มาของเงินนอกงบประมาณที่เป็นรายได้เนี่ยอยู่ที่ไหน เดี๋ยวจะไปถามท่านเองโดยตรง 
.
“สิ่งที่อยากจะพูดและฝากไว้คือ พอจะทำเป็นนโยบายได้หรือไม่ เพราะส่วนตัวเป็นคนชอบเที่ยว และเที่ยวอุทยานเยอะ แต่คุณภาพบริการของที่พักในอุทยาน ไม่ว่าจะเป็นที่หมู่เกาะสิมิลัน ผมไปมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ต้องพูดว่าเลวทรามมากเลยครับ เพราะ 2 ทุ่มปิดไฟ แล้วเตียงที่ผมไปนอนเนี่ยเป็นลวดเหล็กต้องเอาผ้าห่มไปวาง อันนี้เรื่องจริง แล้วผมก็เดินไปดูบ้านพักของเจ้าหน้าที่อุทยาน ดีกว่าคนที่เสียเงินไปนอนพักบนอุทยาน ผมจำไม่ได้ว่าเป็นอุทยานสิมิลันหรือสุรินทร์ แต่ผมไปค้างคืนที่นั่นคืนนึง คิดว่าตอนนี้น่าจะเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่ก็ตามที ที่อื่นๆ ก็ไป แต่ที่นี่ร้ายแรงที่สุดสำหรับผม น้ำก็ไม่พอ น้ำร้อนก็ไม่มี อินเทอร์เน็ตก็ไม่มี มีได้เฉพาะตรงจุดที่เป็นของเจ้าหน้าที่ ของประชาชนที่เสียเงินไปนอนซึ่งมันไม่แพง ผมยอมเสียเงินสักคืนละ 5,000 แต่ขอดีๆ”
.
นายวีระ พูดต่อไปว่า ในอาณาบริเวณที่เป็นบ้านพักอุทยานก็มีที่ดีๆ แต่อยากฝากถามไปว่า มีทางเป็นไปได้ไหมเรื่องของการบริหารจัดการเรื่องที่พักสำหรับคนที่จะไปท่องเที่ยว ถ้าเราไม่มีงบประมาณจะทำ ติดขัด เราจะทำเป็น PPP (การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน หรือ Public Private Partnership) บางที่ได้หรือไม่ ซึ่งอุทยานแห่งชาติที่สวยมาก ดีมาก แต่ไม่เข้ากับห้องพักของอุทยานเลย พร้อมกล่าวถึงอุทยานแห่งหนึ่งที่ จ.สุโขทัย มีสัตว์ต่างๆ รวมถึงแมลงเต็มไปหมด อาจจะเป็นเพราะไม่มีเงินที่จะทำ จึงอยากถามปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือท่านที่ดูแลเรื่องนี้ว่ามีทางเป็นไปได้ไหมที่จะทำเป็น Pilot project (โครงการนำร่อง) สักทีหนึ่งในรูปแบบ PPP คือให้เอกชนมาลงทุนสร้างแล้วก็คืนให้เรา แต่เขาเป็นคนบริหารจัดการ เจ้าหน้าที่อุทยานก็ยังมีอยู่ หรือจะสร้างอีกทีหนึ่งโดยไม่ต้องรบกวนของเก่าที่มีก็ได้ ไม่อย่างนั้นเราก็จะไปเที่ยวแล้วไม่ประทับใจ ถูก-แพงไม่สำคัญ สำคัญว่าบริการควรจะดี และปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า ตนจะกลับไปที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา อีกครั้ง 
.
พร้อมกันนี้ยังกล่าวไปถึงเกาะตะรุเตา จ.สตูล ด้วยว่า ควรจะมีที่พัก โดยมองว่ากระทรวงอาจจะกังวลเรื่องความปลอดภัยเพราะใกล้พื้นที่มาเลเซีย ตนเข้าใจ แต่ที่มันดีมาก มันเหมือนเกาะอัลคาทราซ (เกาะเล็กๆ ที่ตั้งอยู่กลางอ่าวซานฟรานซิสโก ในแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา) โดยแนะว่าทำเป็นอัลคาทราซได้ ซึ่งการเดินทางไปเกาะตะรุเตา ไปยากแต่ประทับใจ 
.

.
“ฉัตร” รอง ปธ.กมธ.การทหาร โต้กองทัพบก ยันบังเกอร์ระบุชัดเป็นโครงการของ กปช.จต. ยังไร้คำชี้แจง
.
“ฉัตร” รอง ปธ.กมธ.การทหาร โต้กองทัพบก ปมบังเกอร์ไม่ได้มาตรฐาน ยันระบุชัดเป็นโครงการของ กปช.จต. ที่ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ
.
นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ รองประธาน กมธ.การทหาร สภาผู้แทนราษฏร โพสต์ระบุว่า
.
หลังจากที่ผมได้แถลงข่าวเรื่อง “บังเกอร์” ออกไป และสื่อมวลชนได้นำเสนอประเด็นดังกล่าวจนเกิดการตื่นตัว ก็มีหน่วยงานทหารบางส่วนออกมาชี้แจงและโต้แย้ง ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะทำให้สังคมได้รับข้อมูลอีกด้านหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกัน ผมขอตั้งข้อสังเกตเพื่อให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น ดังนี้
.
[ ประเด็นเรื่องหน่วยงานที่รับผิดชอบ ]

ข้อมูลที่ผมได้รับและนำเสนอ ระบุชัดว่าเป็นโครงการในความรับผิดชอบของ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ขณะที่บางหน่วยงานออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่โครงการของตน หรือเป็นคนละส่วนกัน

[ ประเด็นเรื่องมาตรฐานการก่อสร้าง ]
.
ภาพที่ผมได้รับ สะท้อนให้เห็นโครงสร้างที่ใช้ท่อนไม้เป็นเสาค้ำยัน และมีลักษณะที่กำลังพลในพื้นที่เองยังแสดงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ขณะที่อีกด้านมีการชี้แจงถึงบังเกอร์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งผมขอชื่นชมในส่วนนั้นจริง ๆ และอยากเห็นมาตรฐานแบบนั้นเกิดขึ้นกับทุกจุด
.
[ ประเด็นเรื่องงบประมาณ ]
.
ข้อมูลที่ผมตรวจสอบพบตัวเลขงบประมาณ 50,000 บาทต่อหลัง แต่มีข้อมูลการดำเนินการจริงที่ต่ำกว่านั้น จึงเกิดคำถามเรื่องความคุ้มค่าและความโปร่งใส ขณะที่อีกส่วนมีการชี้แจงงบประมาณในโครงการอื่นที่สูงกว่า ซึ่งเป็นคนละส่วนกับที่ผมกำลังตั้งคำถาม
.
[ ประเด็นเรื่องสถานะโครงการ ]
.
มีคำชี้แจงว่าบางส่วนอาจยังไม่แล้วเสร็จ หรือเป็นเพียงบางจุด ซึ่งยิ่งทำให้จำเป็นต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ
.
:: สิ่งที่ผมอยากย้ำชัดเจนคือ
.
หน่วยงานที่ผมกล่าวถึงโดยตรง คือ กปช.จต. ซึ่งจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีคำชี้แจงอย่างเป็นทางการในรายละเอียดที่สังคมตั้งคำถาม
.
ผมจึงขอเชิญให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการทหารอย่างตรงไปตรงมา เพราะผมเองก็มีชุดข้อมูล หลักฐาน และไทม์ไลน์ ที่พร้อมนำมาแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงเช่นกัน ในส่วนของการก่อสร้างโดยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และกองทุนหทัยทิพย์ ผมขอชื่นชมว่าเป็นตัวอย่างของงานที่ได้มาตรฐาน และอยากให้แนวทางแบบนี้ถูกใช้กับทุกพื้นที่
.
จุดยืนของผมชัดเจนมาตลอด เราไม่ได้ต้องการกล่าวโทษใคร แต่เราต้องการให้กำลังพลของเราได้ใช้สิ่งที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และสมศักดิ์ศรี และที่สำคัญ เงินภาษีของพี่น้องประชาชนทุกบาท ต้องถูกใช้ไปอย่างโปร่งใสและคุ้มค่าครับ”
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่