อินโดนีเซียทุ่มหมดหน้าตัก จีบ "โตโยต้า" ย้ายฐานจากไทย


อินโดนีเซียทุ่มหมดหน้าตัก จีบ "โตโยต้า" ย้ายฐานจากไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของอินโดนีเซีย (Purbaya Yudhi Sadewa) ได้กล่าวเชิญชวนและร้องขอให้ Toyota บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของญี่ปุ่น ย้ายศูนย์กลางการผลิตหลักจากประเทศไทยไปยังประเทศอินโดนีเซีย

รัฐบาลอินโดนีเซียพร้อมเสนอ "สิทธิพิเศษและเงินอุดหนุนทุกอย่าง" ตามที่ Toyota ต้องการ เพื่อแลกกับการย้ายฐานการผลิตในครั้งนี้

รัฐมนตรีฯ ได้ยกตัวอย่างความสำเร็จในอดีตตอนที่อำนวยความสะดวกให้กับค่ายรถ Hyundai โดยรัฐบาลได้จัดการเรื่องใบอนุญาตทั้งหมดให้แบบเบ็ดเสร็จ (ตั้งแต่การนำเข้าไปจนถึงเรื่องภาษี) ทำให้ Hyundai สามารถเริ่มตอกเสาเข็มสร้างโรงงานได้ภายในเวลาเพียง 4 เดือนเท่านั้น

อินโดนีเซียมองว่าภาคยานยนต์มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อเศรษฐกิจชาติอย่างมาก เพราะสามารถสร้างการจ้างงานได้ถึง 1.5 ล้านคน มีกำลังการผลิต 2.2 ล้านคันต่อปี และยังเชื่อมโยงไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น เหล็ก อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ โลจิสติกส์ และการเงิน

รัฐมนตรีฯ ยอมรับว่า Toyota ปฏิเสธการย้ายฐานมาตลอดหลายสิบปี แต่ก็มองว่า "เป็นความพยายามที่คุ้มค่า" พร้อมพูดติดตลกว่าหากไม่ยอมย้ายมา รัฐบาลก็จะเก็บภาษีพวกเขา

จากข่าวนี้ แม้จะเป็นเพียงการเจรจาฝั่งเดียวจากอินโดนีเซีย แต่การที่มหาอำนาจในอาเซียนเดินเกมรุกหนักขนาดนี้ ย่อมส่งผลกระทบและเป็นสัญญาณเตือนต่อประเทศไทยในฐานะ "ดีทรอยต์แห่งเอเชีย"

ข่าวนี้สะท้อนว่าคู่แข่งในอาเซียนพร้อม "ลดแลกแจกแถม" และลดขั้นตอนระบบราชการ (Red Tape) อย่างเต็มที่ รัฐบาลไทยจึงต้องเร่งปรับตัวและเสนอสิทธิประโยชน์ที่ดึงดูดใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในยุคการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

การที่อินโดนีเซียสามารถอนุมัติโรงงาน Hyundai ได้จบภายใน 4 เดือน ถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนไทยว่า หากระบบราชการไทยยังล่าช้าและซับซ้อน นักลงทุนต่างชาติก็มีทางเลือกอื่นที่พร้อมต้อนรับพวกเขาเสมอ

สรุป
อินโดนีเซียกำลังประกาศตัวเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของไทยในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยใช้ "ความรวดเร็วในการอนุมัติ" และ "สิทธิประโยชน์แบบจัดเต็ม" เป็นอาวุธหลัก ซึ่งถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของไทยต้องเร่งตั้งรับและปรับตัวให้ทัน

#อันนี้เป็นการนำเสนอฝั่งเดียวจากอินโดนีเซีย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
ที่มา(เอไอสรุป) finance.detik
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่