
กรณีเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เข้ามาทำร้ายและลากพนักงานราชการ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ขณะนอนพักผ่อนตอนเช้ามืด ในบริเวณอาคารแห่งหนึ่งในที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งนั้น
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยกับ มติชนออนไลน์ ว่า พฤติกรรมเสือโคร่งที่ออกจากป่ามาทำร้ายคนไม่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว โดยครั้งแรกเท่าที่จำความได้ เกิดที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2541 ตอนเย็น ลูกจ้างอุทยานฯแห่งชาติเขาใหญ่คนหนึ่ง ถูกเสือโคร่งเพศเมียอายุราว 10 ปี ขย้ำแขนขวา ขณะซักผ้าหลังบ้านพักลำตะคอง แต่มีเจ้าหน้าที่อีกคนเข้าช่วยเหลือยิงปืนขึ้นฟ้า ทำให้เสือหนีไป
“ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ผมก็แปลกใจมากที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก เพราะโดยธรรมชาติแล้วเสือจะไม่กล้าเข้าใกล้คน แต่อาจจะเข้ามาทำร้าย และลากสัตว์เลี้ยงไปกินบ้าง สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของเราเป็นเป้านิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ไม่มีลักษณะจะต่อสู้ ซึ่งเสือคิดว่าเป็นเป้าที่อ่อนแอกว่า และคาดว่ามันคงซุ่มดูอยู่นานพอสมควร ก่อนที่จะออกมาโจมตี” นายอรรถพลกล่าว... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.matichon.co.th/local/news_5834335
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับแจ้งจากนายสังวรณ์ หมื่นชำนาญ พนักงานพิทักษ์ป่าระดับ ส3 ว่า นายศักรินทร์ วิชาจารย์ พนักงานราชการ อายุประมาณ 48 ปี ถูกสัตว์ป่าไม่ทราบชนิดทำร้าย โดยนายสังวรณ์แจ้งว่าได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าซึ่งต้องไปดำเนินกิจกรรมค่ายเยาวชนที่โรงเรียนบ้านน้ำพุร่วมกับนายศักรินทร์ และได้มีการนัดหมายออกเดินทางกันในช่วงเช้ามืดของวันนี้ แต่นายศักรินทร์ไม่ได้มายังจุดนัดพบจึงขอให้นายสังวรณ์ช่วยไปตามนายศักรินทร์ซึ่งพักนอนอยู่บริเวณศาลาห่างจากป้อมยามประมาณ 200 เมตร
นายสังวรณ์จึงได้มาตามนายศักรินทร์ซึ่งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก็ไม่พบนายศักรินทร์แต่อย่างใด พบเพียงโทรศัพท์และเครื่องใช้ส่วนตัววางอยู่และบริเวณที่นอน จึงได้เดินตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบมุ้งที่นายศักรินทร์ใช้กางนอนกับชิ้นส่วนที่คาดว่าเป็นหนังศีรษะ พร้อมกับรอยลากคล้ายกับสัตว์ป่าลากเหยื่อจึงได้ไปตามเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ติดตามค้นหาพร้อมทั้งแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ..จากการติดตามค้นหาพบร่างนายศักรินทร์บริเวณกลางลำห้วยทับเสลา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จากการตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว สภาพศพมีร่องรอยการถูกกัดกินจากสัตว์ป่าและบริเวณใกล้เคียงศพพบรอยตีนเสือโคร่งอยู่บริเวณนั้นซึ่งเป็นรอยใหม่
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้ดำเนินการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรลานสักทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และจะนำเรียนให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบต่อไป
นายอรรถพลให้สัมภาษณ์ว่า คาดว่าสัตว์ที่ทำร้ายนายศักรินทร์น่าจะเป็นเสือโคร่ง ซึ่งมีปริมาณค่อนข้างมากในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.matichon.co.th/local/news_5834169
ข้อเท็จจริง :กรณีเสือโคร่งกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
สถานที่เกิดเหตุ (ครัวมะขาม) เป็นอาคารเปิดโล่งที่มีราวรั้วต่ำๆ ล้อมมีฝั่งด้านในเป็นที่นั่งโดยรอบและเว้นช่วงเป็นช่องทางสำหรับเดินเข้าออก ข้างๆอาคารมีเส้นทางที่ปรากฏรอยตีนเสือโคร่งสม่ำเสมอเป็นปกติ ในอดีตเคยมีเจ้าหน้าที่ใช้เป็นที่พักนอนมาก่อน ซึ่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่กางมุ้ง นอนที่พื้นอาคาร พร้อมพัดลม
สภาพพื้นที่หลังเกิดเหตุ พบขนเสือหลุดร่วงที่พื้นที่นั่งและมีร่องรอยที่บ่งชี้ว่า เสือหิ้วมนุษย์ออกไปโดยการข้ามราวรั้วอย่างง่ายดาย ไม่ได้เดินไปตามช่องว่างที่ราวเว้นไว้ และไม่มีรอยเลือด หรือหยดเลือดในบริเวณที่นอน
ห่างจากตัวอาคารราว 15 เมตร พบมุ้งเขียวที่เปื้อนเลือดห่างกองอยู่ ระหว่างทางที่พบรอยเสือโคร่งเดิน ไม่พบหยดเลือดหรือ รอยเลือด??? กระทั่งปลายทางพบผู้เสียชีวิตที่มีร่องรอยโดนกัดกิน แต่รอยเลือดแห้งแล้ว... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.matichon.co.th/local/news_5834575
ควรแก้ปัญหา เสือ ฆ่า จนท.ป่าไม้ ที่ ห้วยขาแข้ง ยังไดี
กรณีเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เข้ามาทำร้ายและลากพนักงานราชการ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ขณะนอนพักผ่อนตอนเช้ามืด ในบริเวณอาคารแห่งหนึ่งในที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งนั้น
เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยกับ มติชนออนไลน์ ว่า พฤติกรรมเสือโคร่งที่ออกจากป่ามาทำร้ายคนไม่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว โดยครั้งแรกเท่าที่จำความได้ เกิดที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2541 ตอนเย็น ลูกจ้างอุทยานฯแห่งชาติเขาใหญ่คนหนึ่ง ถูกเสือโคร่งเพศเมียอายุราว 10 ปี ขย้ำแขนขวา ขณะซักผ้าหลังบ้านพักลำตะคอง แต่มีเจ้าหน้าที่อีกคนเข้าช่วยเหลือยิงปืนขึ้นฟ้า ทำให้เสือหนีไป
“ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ผมก็แปลกใจมากที่เกิดเหตุแบบนี้ขึ้นอีก เพราะโดยธรรมชาติแล้วเสือจะไม่กล้าเข้าใกล้คน แต่อาจจะเข้ามาทำร้าย และลากสัตว์เลี้ยงไปกินบ้าง สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ของเราเป็นเป้านิ่ง ไม่เคลื่อนไหว ไม่มีลักษณะจะต่อสู้ ซึ่งเสือคิดว่าเป็นเป้าที่อ่อนแอกว่า และคาดว่ามันคงซุ่มดูอยู่นานพอสมควร ก่อนที่จะออกมาโจมตี” นายอรรถพลกล่าว... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/local/news_5834335
หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับแจ้งจากนายสังวรณ์ หมื่นชำนาญ พนักงานพิทักษ์ป่าระดับ ส3 ว่า นายศักรินทร์ วิชาจารย์ พนักงานราชการ อายุประมาณ 48 ปี ถูกสัตว์ป่าไม่ทราบชนิดทำร้าย โดยนายสังวรณ์แจ้งว่าได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าซึ่งต้องไปดำเนินกิจกรรมค่ายเยาวชนที่โรงเรียนบ้านน้ำพุร่วมกับนายศักรินทร์ และได้มีการนัดหมายออกเดินทางกันในช่วงเช้ามืดของวันนี้ แต่นายศักรินทร์ไม่ได้มายังจุดนัดพบจึงขอให้นายสังวรณ์ช่วยไปตามนายศักรินทร์ซึ่งพักนอนอยู่บริเวณศาลาห่างจากป้อมยามประมาณ 200 เมตร
นายสังวรณ์จึงได้มาตามนายศักรินทร์ซึ่งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก็ไม่พบนายศักรินทร์แต่อย่างใด พบเพียงโทรศัพท์และเครื่องใช้ส่วนตัววางอยู่และบริเวณที่นอน จึงได้เดินตรวจสอบบริเวณใกล้เคียงพบมุ้งที่นายศักรินทร์ใช้กางนอนกับชิ้นส่วนที่คาดว่าเป็นหนังศีรษะ พร้อมกับรอยลากคล้ายกับสัตว์ป่าลากเหยื่อจึงได้ไปตามเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ติดตามค้นหาพร้อมทั้งแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ..จากการติดตามค้นหาพบร่างนายศักรินทร์บริเวณกลางลำห้วยทับเสลา ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จากการตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว สภาพศพมีร่องรอยการถูกกัดกินจากสัตว์ป่าและบริเวณใกล้เคียงศพพบรอยตีนเสือโคร่งอยู่บริเวณนั้นซึ่งเป็นรอยใหม่
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้ดำเนินการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรลานสักทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และจะนำเรียนให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบต่อไป
นายอรรถพลให้สัมภาษณ์ว่า คาดว่าสัตว์ที่ทำร้ายนายศักรินทร์น่าจะเป็นเสือโคร่ง ซึ่งมีปริมาณค่อนข้างมากในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/local/news_5834169
ข้อเท็จจริง :กรณีเสือโคร่งกับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง
สถานที่เกิดเหตุ (ครัวมะขาม) เป็นอาคารเปิดโล่งที่มีราวรั้วต่ำๆ ล้อมมีฝั่งด้านในเป็นที่นั่งโดยรอบและเว้นช่วงเป็นช่องทางสำหรับเดินเข้าออก ข้างๆอาคารมีเส้นทางที่ปรากฏรอยตีนเสือโคร่งสม่ำเสมอเป็นปกติ ในอดีตเคยมีเจ้าหน้าที่ใช้เป็นที่พักนอนมาก่อน ซึ่งครั้งนี้เจ้าหน้าที่กางมุ้ง นอนที่พื้นอาคาร พร้อมพัดลม
สภาพพื้นที่หลังเกิดเหตุ พบขนเสือหลุดร่วงที่พื้นที่นั่งและมีร่องรอยที่บ่งชี้ว่า เสือหิ้วมนุษย์ออกไปโดยการข้ามราวรั้วอย่างง่ายดาย ไม่ได้เดินไปตามช่องว่างที่ราวเว้นไว้ และไม่มีรอยเลือด หรือหยดเลือดในบริเวณที่นอน
ห่างจากตัวอาคารราว 15 เมตร พบมุ้งเขียวที่เปื้อนเลือดห่างกองอยู่ ระหว่างทางที่พบรอยเสือโคร่งเดิน ไม่พบหยดเลือดหรือ รอยเลือด??? กระทั่งปลายทางพบผู้เสียชีวิตที่มีร่องรอยโดนกัดกิน แต่รอยเลือดแห้งแล้ว... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/local/news_5834575