แม้ว่าจะมีกฏหมายบังคับสวมฮิญาป แต่หลังมีการประท้วงใหญ่
มีข่าวประชาชนถูก IRGC สังหารไปหลายหมื่น
แต่ในที่สุดก็เป็นขัยชนะของพวกเธอ
คลิปล่าสุดของสตรีอิหร่าน
กฏหมายบังคับสวมฮิญาป
รัฐบาลอิหร่านได้ผลักดันและยกระดับกฎหมายให้เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
(เช่น กฎหมาย
Hijab and Chastity Law) เพื่อจัดการกับผู้ที่ไม่สวมฮิญาบ
โดยมีมาตรการลงโทษที่รุนแรงขึ้น ดังนี้:
โทษปรับและจำคุก: ผู้หญิงที่ไม่สวมฮิญาบหรือแต่งกายไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะ (รวมถึงพื้นที่ออนไลน์) จะต้องเผชิญกับโทษปรับตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลายร้อยล้านเรียล และหากมีการกระทำผิดซ้ำหลายครั้ง โทษอาจรุนแรงถึงขั้น
จำคุกตั้งแต่ 5 ปี สูงสุดถึง 10 ปี (หรือมากกว่านั้นในกรณีที่เข้าข่ายความผิดฐานเผยแพร่ความเสื่อมเสีย)
การจำกัดสิทธิ์: ผู้ที่ฝ่าฝืนอาจถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ถูกตัดสิทธิ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตชั่วคราว หรือถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงโอกาสในการทำงานและการศึกษา
บทลงโทษสำหรับธุรกิจและบุคคลรอบข้าง:
ร้านค้า คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า หรือโรงแรมใดที่ปล่อยให้มีผู้หญิงไม่สวมฮิญาบเข้าไปใช้บริการ จะมีความผิด ถูกสั่ง
ปิดกิจการชั่วคราวหรือถาวร และเจ้าของกิจการอาจถูกดำเนินคดีด้วย
ผู้ที่รณรงค์ สนับสนุน หรือเผยแพร่เนื้อหาต่อต้านการบังคับสวมฮิญาบ ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมและดำเนินคดีทางอาญาเช่นกัน
สถานการณ์จริงในปัจจุบัน (ความขัดแย้งระหว่างกฎหมายกับสังคม)
แม้ในทางกฎหมายรัฐบาลจะพยายามใช้กล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ และการสั่งปิดร้านค้าเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวด แต่ในความเป็นจริง (โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ "Woman, Life, Freedom" ปลายปี 2022) ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ ได้แสดงออกเชิงอารยะขัดขืนด้วยการ
"ไม่สวมฮิญาบ" ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดภาพความขัดแย้งระหว่างฝั่งรัฐบาลพยายามกวดขันกับกระแสสังคมที่พยายามท้าทายกฎหมายนี้อยู่ตลอดเวลาครับ

กฏหมายห้าม:
ในทวีปยุโรป มีหลายประเทศที่ออกกฎหมายหรือข้อบังคับ
จำกัดการสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ปกปิดใบหน้า (เช่น นิกอบ บูร์กา)
หรือจำกัดการสวมใส่สัญลักษณ์ทางศาสนาในพื้นที่สาธารณะและสถานศึกษา
โดยมีตัวอย่างดังนี้ครับ:
ประเทศฝรั่งเศส (เข้มงวดที่สุดในยุโรป)
กฎหมายห้ามปิดบังใบหน้าในที่สาธารณะ (ปี 2010):
ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ออกกฎหมายห้ามการสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ปิดบังใบหน้า
(รวมถึงบูร์กาและนิกอบ) ในพื้นที่สาธารณะทั้งหมด เช่น ถนน สวนสาธารณะ ระบบขนส่งสาธารณะ
ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 150 ยูโร หรือต้องเข้าร่วมหลักสูตรอบรมพลเมือง
กฎหมายห้ามสวมใส่สัญลักษณ์ทางศาสนาในโรงเรียนรัฐ (ปี 2004):
ห้ามไม่ให้นักเรียนสวมใส่สัญลักษณ์หรือเครื่องแต่งกายที่แสดงออกถึงความเชื่อทางศาสนา
อย่างชัดเจนในโรงเรียนของรัฐ รวมถึง
ฮิญาบ กางเขนขนาดใหญ่ หรือคัปปา (ของชาวยิว)
#ผู้หญิงชีวิตเสรีภาพ
กฎหมายบังคับสวมฮิญาป กับอารยะขัดขืนของสตรีอิหร่าน ชัยชนะเป็นของพวกเธอ
มีข่าวประชาชนถูก IRGC สังหารไปหลายหมื่น
แต่ในที่สุดก็เป็นขัยชนะของพวกเธอ
คลิปล่าสุดของสตรีอิหร่าน
กฏหมายบังคับสวมฮิญาป
รัฐบาลอิหร่านได้ผลักดันและยกระดับกฎหมายให้เข้มข้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง
(เช่น กฎหมาย Hijab and Chastity Law) เพื่อจัดการกับผู้ที่ไม่สวมฮิญาบ
โดยมีมาตรการลงโทษที่รุนแรงขึ้น ดังนี้:
โทษปรับและจำคุก: ผู้หญิงที่ไม่สวมฮิญาบหรือแต่งกายไม่เหมาะสมในพื้นที่สาธารณะ (รวมถึงพื้นที่ออนไลน์) จะต้องเผชิญกับโทษปรับตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลายร้อยล้านเรียล และหากมีการกระทำผิดซ้ำหลายครั้ง โทษอาจรุนแรงถึงขั้น จำคุกตั้งแต่ 5 ปี สูงสุดถึง 10 ปี (หรือมากกว่านั้นในกรณีที่เข้าข่ายความผิดฐานเผยแพร่ความเสื่อมเสีย)
การจำกัดสิทธิ์: ผู้ที่ฝ่าฝืนอาจถูกสั่งห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ถูกตัดสิทธิ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตชั่วคราว หรือถูกตัดสิทธิ์การเข้าถึงโอกาสในการทำงานและการศึกษา
บทลงโทษสำหรับธุรกิจและบุคคลรอบข้าง:
ร้านค้า คาเฟ่ ห้างสรรพสินค้า หรือโรงแรมใดที่ปล่อยให้มีผู้หญิงไม่สวมฮิญาบเข้าไปใช้บริการ จะมีความผิด ถูกสั่ง ปิดกิจการชั่วคราวหรือถาวร และเจ้าของกิจการอาจถูกดำเนินคดีด้วย
ผู้ที่รณรงค์ สนับสนุน หรือเผยแพร่เนื้อหาต่อต้านการบังคับสวมฮิญาบ ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมและดำเนินคดีทางอาญาเช่นกัน
สถานการณ์จริงในปัจจุบัน (ความขัดแย้งระหว่างกฎหมายกับสังคม)
แม้ในทางกฎหมายรัฐบาลจะพยายามใช้กล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ และการสั่งปิดร้านค้าเพื่อบังคับใช้อย่างเข้มงวด แต่ในความเป็นจริง (โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ "Woman, Life, Freedom" ปลายปี 2022) ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ในเมืองใหญ่ ได้แสดงออกเชิงอารยะขัดขืนด้วยการ "ไม่สวมฮิญาบ" ในชีวิตประจำวัน ทำให้เกิดภาพความขัดแย้งระหว่างฝั่งรัฐบาลพยายามกวดขันกับกระแสสังคมที่พยายามท้าทายกฎหมายนี้อยู่ตลอดเวลาครับ
กฏหมายห้าม:
ในทวีปยุโรป มีหลายประเทศที่ออกกฎหมายหรือข้อบังคับ
จำกัดการสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ปกปิดใบหน้า (เช่น นิกอบ บูร์กา)
หรือจำกัดการสวมใส่สัญลักษณ์ทางศาสนาในพื้นที่สาธารณะและสถานศึกษา
โดยมีตัวอย่างดังนี้ครับ:
ประเทศฝรั่งเศส (เข้มงวดที่สุดในยุโรป)
กฎหมายห้ามปิดบังใบหน้าในที่สาธารณะ (ปี 2010):
ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกในยุโรปที่ออกกฎหมายห้ามการสวมใส่เครื่องแต่งกายที่ปิดบังใบหน้า
(รวมถึงบูร์กาและนิกอบ) ในพื้นที่สาธารณะทั้งหมด เช่น ถนน สวนสาธารณะ ระบบขนส่งสาธารณะ
ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 150 ยูโร หรือต้องเข้าร่วมหลักสูตรอบรมพลเมือง
กฎหมายห้ามสวมใส่สัญลักษณ์ทางศาสนาในโรงเรียนรัฐ (ปี 2004):
ห้ามไม่ให้นักเรียนสวมใส่สัญลักษณ์หรือเครื่องแต่งกายที่แสดงออกถึงความเชื่อทางศาสนา
อย่างชัดเจนในโรงเรียนของรัฐ รวมถึง ฮิญาบ กางเขนขนาดใหญ่ หรือคัปปา (ของชาวยิว)
#ผู้หญิงชีวิตเสรีภาพ