ครัวมันเยิ้มหมดปัญหาสักที! เปิดกรุความลับสายคลีนบ้านๆ ด้วยแป้งนี่แหละครับ!

สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปที่รักทุกท่าน! วันนี้ผมขออนุญาตมาเล่าประสบการณ์ตรงที่โคตรจะปวดหัว แต่สุดท้ายก็เจอทางสว่างจนต้องเอามาแชร์ให้โลกได้รู้ครับ เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาเดียวกัน นั่นก็คือ "คราบน้ำมันบนพื้นห้องครัว" ที่มันเยิ้มซึมลึก ฝังแน่น ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเละ ยิ่งถูเท่าไหร่ก็ยิ่งลื่นเหมือนเดินบนลานสเก็ตน้ำแข็ง!

คือมันไม่ใช่แค่เรื่องสกปรกนะครับ แต่มันเป็นเรื่องของความปลอดภัยด้วย เพราะพื้นมันจะลื่นมาก ถ้าเผลอเดินไม่ระวัง มีหวังได้ตีลังกาสามตลบลงไปนอนกองกับพื้นห้องครัวแน่ๆ ครับ แล้วไอ้คราบพวกนี้มันไม่ได้มาจากไหนไกลเลย ส่วนใหญ่ก็มาจากฝีมือการทำอาหารของเรานี่แหละครับ ทั้งน้ำมันกระเด็น น้ำแกงหก น้ำมันทอดไก่ ทอดหมู ที่พอทำเสร็จปุ๊บก็ชอบมาซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบต่างๆ พอปล่อยไว้นานเข้า มันก็จะกลายเป็นคราบเหนียวหนึบที่ยากจะกำจัดครับ

ผมเองก็ลองมาแล้วหลายวิธีครับ ทั้งน้ำยาเคมีแรงๆ ที่กลิ่นฉุนจนเวียนหัว น้ำส้มสายชู มะนาว เบกกิ้งโซดา สารพัดจะสรรหามาลอง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ...เหนื่อยครับ เหนื่อยมาก! บางทีก็ออกไม่หมด บางทีก็ทิ้งคราบขาวๆ ไว้ให้ดูต่างหน้า บางทีกว่าจะเช็ดออกได้ แขนแทบหลุดครับ จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้เจอเทคนิคจากรุ่นป้าข้างบ้านที่แกทำอาหารเก่งมากครับ แกบอกเคล็ดลับมาแบบง่ายๆ แต่ได้ผลเกินคาด! นั่นก็คือการใช้ "แป้งฝุ่น" หรือ "แป้งสาลี" นี่แหละครับ ฟังดูบ้านๆ ใช่ไหมล่ะครับ? แต่บอกเลยว่ามันคือเวทมนตร์ดีๆ นี่เองครับ!



มาครับ! ไม่ต้องรอช้า ผมจะพาเพื่อนๆ ไปพิชิตคราบน้ำมันตัวร้ายกันทีละขั้นตอนแบบละเอียดๆ เลยครับ รับรองว่าทำตามได้ง่ายๆ แถมไม่ต้องออกแรงขัดจนกล้ามขึ้นครับ

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
1.  แป้งฝุ่นโรยตัว (ยี่ห้อไหนก็ได้ครับ) หรือแป้งสาลี (สำหรับทำอาหาร)
2.  ผ้าสะอาดสำหรับเช็ด (ผ้าเก่าๆ ที่ไม่ใช้แล้วก็ได้ครับ)
3.  ไม้กวาดหรือเครื่องดูดฝุ่น (ถ้ามี)
4.  น้ำยาถูพื้นทั่วไป (สำหรับขั้นตอนสุดท้าย)

ขั้นตอนการกำจัดคราบน้ำมันสุดมหัศจรรย์

ขั้นตอนที่ 1 โรยแป้งให้ทั่วบริเวณคราบน้ำมัน
นี่คือหัวใจสำคัญครับ! หลังจากที่เจอคราบน้ำมันเจ้าปัญหาแล้ว ให้รีบนำแป้งฝุ่นหรือแป้งสาลี (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งนะครับ) มาโรยให้ทั่วบริเวณที่เป็นคราบน้ำมันครับ โรยไปเลยครับ ไม่ต้องกลัวเปลือง โรยให้มันดูดซับจนปกคลุมคราบทั้งหมดเลยนะครับ เทคนิคคือ โรยให้หนาพอสมควร เหมือนเรากำลังจะโรยแป้งทอดไก่ให้พื้นห้องครัวเลยครับ เพราะตัวแป้งจะทำหน้าที่ดูดซับน้ำมันออกมาจากพื้นผิว เหมือนกับฟองน้ำที่ดูดน้ำเลยครับ



ขั้นตอนที่ 2 ทิ้งไว้สักพัก ให้แป้งได้ทำงาน
เมื่อโรยแป้งเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งรีบไปทำอะไรกับมันนะครับ ให้ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้แป้งได้มีเวลาทำหน้าที่ดูดซับน้ำมันอย่างเต็มที่ครับ ในช่วงเวลานี้ เราก็อาจจะไปชงกาแฟดื่ม หรือไปพักผ่อนอ่านกระทู้พันทิปอื่นๆ ของผมพลางๆ ก็ได้ครับ รับรองว่าแป้งจะทำงานของมันอย่างขยันขันแข็งเลยทีเดียวครับ ยิ่งคราบน้ำมันหนาแน่นมากเท่าไหร่ อาจจะต้องเพิ่มเวลาในการทิ้งแป้งไว้อีกหน่อยนะครับ สังเกตดูว่าแป้งจะเริ่มจับตัวเป็นก้อนหรือเปลี่ยนสีเล็กน้อย นั่นแสดงว่ามันกำลังทำงานได้ดีเยี่ยมเลยครับ

ขั้นตอนที่ 3 กวาดหรือดูดฝุ่นแป้งออก
หลังจากทิ้งไว้จนครบเวลาแล้ว ให้ใช้ไม้กวาดกวาดแป้งที่ดูดซับน้ำมันแล้วออกไปครับ ถ้ามีเครื่องดูดฝุ่นก็ยิ่งดีครับ เพราะจะช่วยให้เก็บแป้งออกไปได้ง่ายและสะอาดกว่าครับ ขั้นตอนนี้จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าคราบน้ำมันที่เคยเหนียวหนึบ มันจะถูกดูดซับเข้าไปในแป้งหมดแล้วครับ แป้งที่กวาดออกมาจะดูเหมือนก้อนแป้งเปียกๆ หน่อยครับ เก็บไปทิ้งถังขยะได้เลยครับ

ขั้นตอนที่ 4 เช็ดทำความสะอาดด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ
เมื่อกวาดแป้งออกไปแล้ว คราบน้ำมันส่วนใหญ่จะหายไปแล้วครับ แต่อาจจะยังมีคราบจางๆ หรือความมันหลงเหลืออยู่บ้างเล็กน้อยครับ ขั้นตอนนี้ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเปล่าหรือน้ำยาถูพื้นเจือจาง บิดให้หมาดๆ แล้วนำมาเช็ดทำความสะอาดพื้นอีกครั้งครับ คราวนี้จะเช็ดง่ายกว่าเดิมหลายเท่าเลยครับ รับรองว่าเช็ดไม่กี่ครั้ง พื้นก็จะกลับมาสะอาดเอี่ยมเหมือนใหม่ ไม่มีความเหนียวหนึบ ไม่มีความมัน ไม่มีความลื่นหลงเหลืออยู่เลยครับ!



เห็นไหมครับเพื่อนๆ ว่าปัญหาคราบน้ำมันบนพื้นห้องครัวที่เคยเป็นเรื่องใหญ่โตน่าปวดหัว มันสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ ด้วยของใกล้ตัวที่เรามีติดบ้านนี่แหละครับ แค่ใช้แป้งฝุ่นหรือแป้งสาลี แค่นี้ก็สามารถเนรมิตพื้นห้องครัวให้กลับมาสะอาดเอี่ยมอ่อง ปลอดภัย และน่าเดินเข้าไปทำอาหารอีกครั้งแล้วครับ

ผมหวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาน้ำมันเยิ้มบนพื้นห้องครัวนะครับ ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดู แล้วมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับว่าได้ผลเป็นยังไงบ้าง! ถ้าใครมีเคล็ดลับดีๆ อย่างอื่นก็มาแชร์กันได้เลยนะครับ ผมรออ่านอยู่ครับ!

ขอให้มีความสุขกับการทำความสะอาดห้องครัวนะครับ!
แล้วเจอกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่