ขีปนาวุธและระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพสหรัฐฯ ที่ลดลงจนอยู่ในขั้นวิกฤตหรือเกือบหมดคลังหลัก ๆ มีดังนี้

กลุ่มขีปนาวุธโจมตีระยะไกลแม่นยำสูง

(Offensive Missiles)PrSM (Precision Strike Missiles)
ขีปนาวุธโจมตีภาคพื้นดินรุ่นใหม่ล่าสุดของกองทัพบก ถูกใช้ไปจนเกือบหมดเกลี้ยง (เนื่องจากเป็นอาวุธใหม่ที่เพิ่งเริ่มสะสมเข้าคลังจึงมีจำนวนน้อยตั้งแต่แรก)

ATACMS (Army Tactical Missile Systems)
ขีปนาวุธนำวิถีทางยุทธวิธีภาคพื้นสู่พื้น ถูกใช้ไปจนเกือบหมดเช่นกัน ซึ่งรุ่นนี้อยู่ระหว่างการทยอยปลดประจำการเพื่อเปลี่ยนไปใช้ PrSM แทน

Tomahawk
ขีปนาวุธร่อนยอดนิยมของกองทัพเรือที่ยิงจากเรือรบและเรือดำน้ำ ถูกใช้ไปแล้วเกือบครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 30-45%) ของคลังสำรองทั่วโลก



กลุ่มขีปนาวุธต่อต้านและป้องกันภัยทางอากาศ (Defensive Interceptors)

นอกจากอาวุธโจมตีแล้ว ฝ่ายเสนาธิการทหารยังกังวลกับคลังแสงขีปนาวุธสกัดกั้นที่ลดลงอย่างน่าใจหายจากการต้องยิงสกัดโดรนและขีปนาวุธสวนกลับของอิหร่าน

Patriot Interceptors
ขีปนาวุธสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศ Patriot ถูกใช้ไปแล้วมากกว่า 60% ของคลังแสงTHAAD

Interceptors
ขีปนาวุธสกัดกั้นสำหรับระบบป้องกันภัยทางอากาศในชั้นบรรยากาศระดับสูง ถูกใช้ไปแล้วประมาณ 38% ถึง 50% ทำให้เหลือคลังสำรองไม่ถึง 278 ลูกจากเดิมที่มีอยู่ราว 452 ลูก

SM-3 & SM-6
ขีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศที่ติดตั้งบนเรือรบตระกูล Standard Missile ถูกใช้ไปแล้วประมาณ 20%



สถานการณ์ความขาดแคลนนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ Pentagon ต้องเตือนประธานาธิบดีว่า สหรัฐฯ อาจขาดความพร้อมและเผชิญความเสี่ยงในระยะสั้น หากเกิดความขัดแย้งใหญ่ซ้อนขึ้นมาในภูมิภาคอื่น เช่น จีน หรือรัสเซีย เนื่องจากอาวุธระดับสูงเหล่านี้ต้องใช้เวลาในการผลิตชดเชยนานหลายปี

https://www.reuters.com/world/us-has-used-virtually-all-its-long-range-precision-missiles-during-iran-war-2026-08-04/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่