ช่วงนี้เห็นมีการพูดถึงกรณีสินเชื่อดิจิทัล CLICX และกระแสในโซเชียลที่ชวนกันกู้เงินแล้ว "บิดหนี้" หรือไม่ชำระคืน ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นการเอาชนะระบบ แต่ในความเป็นจริง ผลกระทบอาจย้อนกลับมาที่ตัวผู้กู้เองมากกว่า
จากข้อมูลในคลิป สินเชื่อดิจิทัลถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อยากสามารถกู้เงินได้ โดยใช้ข้อมูลทางเลือก เช่น พฤติกรรมการใช้จ่ายหรือการชำระค่าสาธารณูปโภค มาประกอบการพิจารณา
อย่างไรก็ตาม หากตั้งใจผิดนัดชำระหนี้ อาจต้องเผชิญกับการถูกติดตามหนี้ ถูกดำเนินคดี ถูกยึดทรัพย์ (ตามกระบวนการกฎหมาย) และส่งผลเสียต่อประวัติเครดิต ทำให้การขอสินเชื่อในอนาคตยากขึ้น
ในคลิปยังระบุว่า CLICX ได้ปรับกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ โดยนำข้อมูลเครดิตและข้อมูลอื่น ๆ มาประเมินร่วมกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการปล่อยกู้
อยากชวนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นค่ะ คิดว่าปัญหานี้เกิดจากตัวผู้กู้ การให้ความรู้ทางการเงิน หรือระบบสินเชื่อเองมากกว่ากัน?
กระแส "กู้แล้วไม่จ่าย" กับสินเชื่อดิจิทัล CLICX สุดท้ายใครเสียมากกว่ากัน?
ช่วงนี้เห็นมีการพูดถึงกรณีสินเชื่อดิจิทัล CLICX และกระแสในโซเชียลที่ชวนกันกู้เงินแล้ว "บิดหนี้" หรือไม่ชำระคืน ซึ่งหลายคนอาจมองว่าเป็นการเอาชนะระบบ แต่ในความเป็นจริง ผลกระทบอาจย้อนกลับมาที่ตัวผู้กู้เองมากกว่า
จากข้อมูลในคลิป สินเชื่อดิจิทัลถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ที่เข้าถึงสินเชื่อยากสามารถกู้เงินได้ โดยใช้ข้อมูลทางเลือก เช่น พฤติกรรมการใช้จ่ายหรือการชำระค่าสาธารณูปโภค มาประกอบการพิจารณา
อย่างไรก็ตาม หากตั้งใจผิดนัดชำระหนี้ อาจต้องเผชิญกับการถูกติดตามหนี้ ถูกดำเนินคดี ถูกยึดทรัพย์ (ตามกระบวนการกฎหมาย) และส่งผลเสียต่อประวัติเครดิต ทำให้การขอสินเชื่อในอนาคตยากขึ้น
ในคลิปยังระบุว่า CLICX ได้ปรับกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ โดยนำข้อมูลเครดิตและข้อมูลอื่น ๆ มาประเมินร่วมกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการปล่อยกู้
อยากชวนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นค่ะ คิดว่าปัญหานี้เกิดจากตัวผู้กู้ การให้ความรู้ทางการเงิน หรือระบบสินเชื่อเองมากกว่ากัน?