โรงแรมยุคใหม่ไม่ต้องสร้างใหม่ รีโนเวตตึกเก่าโกยผลตอบแทน
ตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ "ตึกเก่า" กลายเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนแย่งชิงมากกว่าที่ดินเปล่า หลังเม็ดเงินลงทุนปี 2568 พุ่งแตะ 2.76 หมื่นล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวเกือบ 2 เท่า ขณะที่โมเดล Adaptive Reuse หรือการพลิกโฉมอาคารเดิมสู่โรงแรมไลฟ์สไตล์ กำลังกลายเป็นสูตรสร้างมูลค่าใหม่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
เม็ดเงินไหลเข้าโรงแรมกรุงเทพฯ
แม้การลงทุนโรงแรมในปี 2569 จะเริ่มชะลอลงจากช่วงพีกหลังการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว แต่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นแม่เหล็กสำคัญของนักลงทุนข้อมูลจากเจแอลแอล (JLL) ระบุว่า ปี 2568 ตลาดลงทุนในสินทรัพย์โรงแรมของกรุงเทพฯ มีมูลค่ารวม 27,600 ล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่อยู่เพียง 13,900 ล้านบาทเกือบเท่าตัว และคิดเป็นสัดส่วนกว่า 74.3% ของมูลค่าการลงทุนโรงแรมทั่วประเทศ
แม้ปี 2569 คาดว่ามูลค่าการลงทุนจะปรับเข้าสู่ระดับปกติราว 13,000 ล้านบาท แต่ปัจจัยหนุนสำคัญยังมาจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวันที่อยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ
จากทำเลสู่เรื่องราวสูตรใหม่ของการลงทุนโรงแรม
สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงเม็ดเงินลงทุน แต่คือ "วิธีคิด" ของนักลงทุน ชนาวุฒิ วรรณชัยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายธุรกิจที่ปรึกษาด้านโรงแรม ประจำประเทศไทย ของเจแอลแอล กล่าวว่า นักลงทุนไม่ได้มองเพียงศักยภาพของทำเลอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับความสามารถของอาคารในการสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ และการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่นักเดินทาง
โรงแรมไลฟ์สไตล์จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ต้องการ "เรื่องเล่า" มากกว่าห้องพักมาตรฐาน ขณะที่อาคารเก่าซึ่งมีประวัติศาสตร์ กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างคุณค่าที่โรงแรมสร้างใหม่ไม่สามารถลอกเลียนได้
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1245809
โรงแรมยุคใหม่ไม่ต้องสร้างใหม่ รีโนเวตตึกเก่าโกยผลตอบแทน
ตลาดโรงแรมกรุงเทพฯ กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ "ตึกเก่า" กลายเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนแย่งชิงมากกว่าที่ดินเปล่า หลังเม็ดเงินลงทุนปี 2568 พุ่งแตะ 2.76 หมื่นล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวเกือบ 2 เท่า ขณะที่โมเดล Adaptive Reuse หรือการพลิกโฉมอาคารเดิมสู่โรงแรมไลฟ์สไตล์ กำลังกลายเป็นสูตรสร้างมูลค่าใหม่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
เม็ดเงินไหลเข้าโรงแรมกรุงเทพฯ
แม้การลงทุนโรงแรมในปี 2569 จะเริ่มชะลอลงจากช่วงพีกหลังการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว แต่กรุงเทพฯ ยังคงเป็นแม่เหล็กสำคัญของนักลงทุนข้อมูลจากเจแอลแอล (JLL) ระบุว่า ปี 2568 ตลาดลงทุนในสินทรัพย์โรงแรมของกรุงเทพฯ มีมูลค่ารวม 27,600 ล้านบาท สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีที่อยู่เพียง 13,900 ล้านบาทเกือบเท่าตัว และคิดเป็นสัดส่วนกว่า 74.3% ของมูลค่าการลงทุนโรงแรมทั่วประเทศ
แม้ปี 2569 คาดว่ามูลค่าการลงทุนจะปรับเข้าสู่ระดับปกติราว 13,000 ล้านบาท แต่ปัจจัยหนุนสำคัญยังมาจากอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยรายวันที่อยู่ในระดับสูง และความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ
จากทำเลสู่เรื่องราวสูตรใหม่ของการลงทุนโรงแรม
สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงเม็ดเงินลงทุน แต่คือ "วิธีคิด" ของนักลงทุน ชนาวุฒิ วรรณชัยวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายธุรกิจที่ปรึกษาด้านโรงแรม ประจำประเทศไทย ของเจแอลแอล กล่าวว่า นักลงทุนไม่ได้มองเพียงศักยภาพของทำเลอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับความสามารถของอาคารในการสะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ และการสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่นักเดินทาง
โรงแรมไลฟ์สไตล์จึงเติบโตอย่างรวดเร็ว เพราะตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ต้องการ "เรื่องเล่า" มากกว่าห้องพักมาตรฐาน ขณะที่อาคารเก่าซึ่งมีประวัติศาสตร์ กลายเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างคุณค่าที่โรงแรมสร้างใหม่ไม่สามารถลอกเลียนได้
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/property/1245809