อาหารสัตว์เลี้ยงไทยโตต่อเนื่อง รั้งส่งออกอันดับ 2 ของโลก รับเทรนด์สุขภาพดี พรีเมียมเข้าถึงได้



🐶 คนยอมประหยัดกับตัวเอง...แต่ไม่ยอมประหยัดกับสัตว์เลี้ยง
.
หากมีธุรกิจที่ยังเติบโตได้ แม้ผู้คนทั่วโลกต้องเผชิญค่าครองชีพสูงและเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน "อาหารสัตว์เลี้ยง" คือหนึ่งในนั้น เพราะวันนี้สัตว์เลี้ยงไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยงอีกต่อไป แต่กลายเป็น "สมาชิกในครอบครัว" ที่เจ้าของพร้อมลงทุนเพื่อให้มีสุขภาพที่ดีที่สุด
.
เทรนด์นี้เรียกว่า Pet Humanization หรือการดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ต่างจากการดูแลคน ส่งผลให้ผู้บริโภคเลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพสูง มีสารอาหารเฉพาะด้าน สูตรโปรตีนสูง เสริมภูมิคุ้มกัน ย่อยง่าย หรือเหมาะกับสัตว์เลี้ยงสูงวัย แม้จะต้องจ่ายแพงขึ้นก็ตาม ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็ยังมองหาสินค้าที่ "คุ้มค่า" มากขึ้น จนเกิดเทรนด์ใหม่ที่เรียกว่า Healthy Pet–Affordable Premium คืออาหารพรีเมียมที่ราคาเข้าถึงได้
.
เทรนด์นี้กำลังกลายเป็นโอกาสครั้งใหญ่ของไทย เพราะประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตวัตถุดิบ แต่มีความแข็งแกร่งด้านการแปรรูปอาหาร มาตรฐานความปลอดภัย และการผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ตลาดโลก ปี 2568 ไทยส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงมูลค่ากว่า 107,470 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.15% จากปีก่อน และยังครองตำแหน่ง ผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก รองจากเยอรมนี ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออกยังเติบโตต่อเนื่อง 5.15% สะท้อนว่าความต้องการในตลาดโลกยังแข็งแกร่ง
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความสำเร็จของอุตสาหกรรมนี้ไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง แต่ยังเชื่อมโยงไปถึงภาคเกษตรไทย ทั้งเนื้อไก่ ปลา ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และวัตถุดิบเกษตรแปรรูปอีกหลายชนิด ยิ่งผู้ประกอบการใช้วัตถุดิบในประเทศมากเท่าไร ก็ยิ่งเพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรไทยและลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า
.
ในวันที่หลายอุตสาหกรรมแข่งขันกันด้วย "ราคา" ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงกลับแข่งขันด้วย "คุณภาพ" และ "ความเชื่อมั่น" เพราะผู้บริโภคไม่ได้ซื้อเพียงอาหารหนึ่งถุง แต่กำลังซื้อสุขภาพ อายุที่ยืนยาว และคุณภาพชีวิตที่ดีของสมาชิกอีกคนในบ้าน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ตลาดนี้ยังมีโอกาสเติบโต และอาจกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ส่งออกสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต
.


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่