JJNY : ‘นักวิชาการ’ชี้พิรุธ‘กกต.’│พริษฐ์ผุด 5 พฤติกรรม│เปิดเส้นเงินฮั้วส.ว.อำนาจเจริญ│ปธ.เนอสไม่ชัวร์ปชป.‘อ้อมเพื่ออะไร’

‘นักวิชาการ’ ชี้พิรุธ ‘กกต.’ จัดเลือกสว.ไร้มาตรฐาน แนะทางแก้ตัว ให้ส่งฟ้องโกง ส.ว. ต่อศาลฎีกา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5833032
.

.
‘นักวิชาการ’ ชี้พิรุธ ‘กกต.’ จัดเลือกสว.ไร้มาตรฐาน แนะทางแก้ตัว ให้ส่งฟ้องโกง ส.ว. ต่อศาลฎีกา ด้าน ‘ธีรภัทร์’ แนะ ‘ฝ่ายค้าน’ เสนอแก้รธน. ปมที่มาสว. หนุนให้ปชช.เลือกตั้ง
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค พิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” โดยมีพยานบุคคลร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ได้แก่ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ และพ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการ กกต.
.
โดยในช่วงแลกเปลี่ยนความเห็น นายนันทวัฒน์ ศักดิ์สกุลคุณากร เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวตอนหนึ่งว่า เมื่อ 2 ปีแล้วได้ออกไปรณรงค์ให้ประชาชนสมัครเป็นสว. เพราะตั้งใจอยากเห็นกระบวนการได้มาของส.ว.มีส่วนร่วมจากประชาชน แต่ภายใต้การจัดการเลือก ส.ว. และควบคุมการเลือกจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความน่าสงสัยและไม่น่าไว้ใจต่อการทำหน้าที่ของ กกต. ที่พบว่ามีการออกประกาศ กกต. เพื่อปล่อยให้บุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติตามกลุ่มที่ประกาศรับสมัครลงสมัครได้ นอกจากนั้นแล้วยังพบความเข้มเรื่องการแนะนำตัว โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 36 วรรคสอง ประชาชนที่ไม่ใช่ผู้สมัครช่วยเหลือการแนะนำตัวให้เป็นไปตามระเบียบกกต. แต่ระเบียบ กกต.ที่บังคับใช้พบว่ามีข้อจำกัดให้เฉพาะผู้สมัครเท่านั้น แม้มีเสียงทักท้วงต่อมา กกต. แก้ไขระเบียบ พบว่าให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลการแนะนำตัวได้
.
ระหว่างที่เครือข่ายรณรงค์ พบว่า กกต. ออกเอกสารบอกว่าไม่สามารถชี้ชวนให้ประชาชนไปรณรงค์ชวนคนไปสมัครส.ว.ได้ เพราะผิดกฎหมาย ทั้งที่ตามกฎหมายไม่ได้ระบุว่าเป็นความผิด จึงขอตั้งคำถามถึงความเข้มงวดเรื่องการสมัครหรือแนะนำตัว ต่อมาศาลปกครองได้พิพากษาเพิกถอนระเบียบ กกต. ที่ขัดกับกฎหมาย นอกจากนี้ กกต. ยังเร่งกระบวนการ เช่น การเปลี่ยนบัตรเลือกตั้ง ประกาศเลิกการเลือกผู้สมัคร ส.ว.ระดับอำเภอที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว นอกจากนั้นยังพบความไม่แน่นอนของการบังคับใช้ประกาศของกกต.ในแต่ละพื้นที่ที่ไม่เห็นมาตรฐานเดียวกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการพิสูจน์ต่อการทำหน้าที่ของ กกต. ว่าเป็นมาตรฐานต้องสั่งฟ้อง ส.ว.ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด” นายนันทวัฒน์ กล่าว
.
ขณะที่นายมุนินทร์ พงศาปาน นักวิชาการนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่ากฎหมายที่จัดการเลือกตั้งหรือสรรหา ส.ว. แม้ว่าระบบสรรหาจะซับซ้อนและมีหายนะ แต่หลักการทำหน้าที่ของ กกต. ต้องควบคุมกระบวนการสรรหาสุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนการสรรหาที่ไม่สุจริตและเที่ยงธรรม กกต. มีบทบาทเชิงรุกในการไต่สวน และดำเนินการ ทั้งนี้ตามกฎหมายที่กำหนดให้ในกรณีที่การเลือก ส.ว. ที่ปรากฏพยานหลักฐานว่าการเลือกไม่สุจริต หากมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าผู้สมัครทุจริตการเลือก รู้เห็นการเลือกที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
.
กฎหมายที่บอกว่าพยานหลักฐานอันควรเชื่อที่บ่งชี้ถึงความผิดปกติ แม้จะมีแค่คลิปเดียว กกต. ต้องส่งศาล แต่ปัจจุบันพบบว่ามีพยานบุคคล พยานหลักฐาน หลักร้อย หลักพันชิ้น ดังนั้นตามกฎหมายที่กำหนด กกต. ไม่มีทางเป็นอื่นที่จะไม่ยื่นเรื่องสู่ศาลฎีกาให้วินิจฉัย แต่หากไม่ส่ง กกต. จะอธิบายอย่างไรที่ขัดต่อความรู้สึก หรือความเข้าใจธรรมดาสามัญทั่วไป ความพยายามที่ กกต. ตั้งอนุกรรมการซ้ำซ้อนหลายชุดนอกจาก อนุกรรมการชุดที่ 26 เป็นสิ่งที่ผิดปกติ และสุ่มเสี่ยงต่อการช่วยให้พ้นผิดตามกฎหมาย” นายมุนินทร์ กล่าว
.
นายมุนินทร์ กล่าวต่อว่า พยานหลักฐานชี้ว่า น่าเชื่อว่าจะไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม กกต.ไม่มีหน้าที่วินิจฉัยว่าผิดจริงหรือไม่ ต้องส่งเรื่องไปยังศาลฎีกา ซึ่ง ส.ว. ฐานะผู้ถูกร้องตัดสินในชั้นศาล ตนไม่เข้าใจว่าทำไม กกต. ต้องมารับคมหอกคมดาบแทน มีคนถามว่ากกต.จะตัดตอนหรือไม่ หลายคนนักกฎหมายที่นั่งในกกต. สงสัยทำไมต้องเอาตัวเองมารับแทน ทำให้เห็นได้ชัดว่าหากไม่ส่งศาลอาจตามมาด้วยความรับผิดทางกฎหมาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ มาตรา 62 ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับกกต. ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่ขณะนี้มีข้อสงสัยว่ามีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะไม่ส่งศาล
.
เรื่องที่เกี่ยวข้องทางกฎหมายมี 2 ส่วน คือ การได้มาซึ่ง ส.ว. อย่างสุจริตเที่ยงธรรม เหมือนกับการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ต้องทำให้สุจริตและเที่ยงธรรม หากไม่สุจริต เที่ยงธรรม ต้องดำเนินการใหม่ เช่น เลือกตั้งซ่อม เลือกตั้งใหม่ เช่นเดียวกันกับการได้มาซึ่งส.ว. ที่กกต.ต้องมีหน้าที่ ขณะการทำผิดอาญา หากพบฝ่าฝืน ทำผิดอาญาที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กกต. ต้องดำเนินการ โดยศาลจะพิจารณาว่าการเลือกตั้งหรือการลงโทษทางอาญาจะดำเนินการอย่างไร” นายมุนินทร์ กล่าว
.
ส่วนนายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศ กล่าวตอนหนึ่งว่า ฮั้ว สว. เป็นระบบจัดตั้งแบบไม่กลัวกฎหมาย จัดตั้งทั้งประเทศ คล้ายกับการสอบปกครองท้องถิ่น คนที่ทำแบบนี้ได้ต้องไม่เกรงกลัวว่าจะโดนเล่นงาน แสดงว่ามีคนคุ้มกะลาหัว และคนที่คุ้มกะลาหัวคือ นักการเมืองที่มีอำนาจมากกว่าข้าราชการประจำระดับปลัด หรืออธิบดี คนที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในช่วง 2-3 ปี ไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งนี้คนแบบนี้เป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก
.
ต้นเหตุจริงๆ มาจากคณะกรรมการยกร่าง และ รัฐบาล คสช.ต้องรับผิดชอบ เพราะคุมทั้งสภาปฏิรูปและสภานิติบัญญัติ ดังนั้น ระบอบธนาธิปไตยหลัง 2557 เป็นธนาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่หนักกว่าเดิม มีทุจริตทุกหย่อมหญ้า มีผลประโยชน์ทับซ้อน ทุจริตเชิงนโยบาย และไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่เกรงกลัว คุณธรรมจริยธรรมใดๆ ดังนั้น กกต. จะคนดีหรือไม่ดีไม่รู้ แต่มากกว่าครึ่งมาจากการเลือกของสว.ที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้ว จะมีน้ำหน้าพิจารณาเรื่องนี้ได้อย่างไร หากจะแก้ตัว หรือแก้ข้อกล่าวหาว่าไม่ใช่คนของใคร หรือ ระบบอุปถัมภ์ทางรอดทางเดียวคือส่งศาลฎีกาให้พิจารณา ขณะนี้เหลือสถาบันตุลาการเพียงสถาบันเดียวที่พอยอมรับได้ แต่หาก กกต.ไม่ส่งศาล ต้องเอาผิดกกต.ให้ติดคุกให้ได้” นายธีรภัทร์ กล่าว
.
นายธีรภัทร์ ยังเสนอไปยังพรรคฝ่ายค้าน คือเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญ ว่าด้วยที่มาของสว. คู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่ทั้งฉบับ เพื่อแก้ปัญหาไปก่อน เนื่องจากไม่รู้ว่าการทำใหม่ทั้งฉบับจะผ่านหรือจะถูกยอมรับหรือไม่ และตนขอเสนอให้ สว. หากจะมีให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ให้แต่ละจังหวัดเลือกกันเอง
.
หลายคนบอกว่าอาจทำให้นักการเมืองจัดตั้งได้ ผมขอเสนอให้เพิ่มคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ให้สูงขึ้น เช่น อายุ 45 ปี คุณวุฒิการศึกษา จบปริญญาโท เป็นอย่างน้อย วิธีการเลือก ให้ประชาชนมีสิทธิเลือกได้เพียง 1 คน เช่น สว.กทม. มีสว. ได้ 20 คน แต่ผู้มีสิทธิเลือก เลือกได้ 1 คน แม้จะมีเส้นสายของพรรคการเมือง ไม่เป็นไร แต่อยู่ที่ผู้เลือก ที่จะเลือกผู้ที่สมัครที่เหมาะสมที่สุด” นายธีรภัทร์ กล่าว.
.

.
พริษฐ์ ผุด 5 พฤติกรรม ไม่ไว้วางใจการทำงาน กกต. เป่าคดี-เตะถ่วง คดีฮั้วสว. อ้างหลักฐานไม่พอ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5833052
.
‘พริษฐ์’ ยก 5 พฤติกรรมไม่ไว้วางใจ กกต. ชี้ ออกระเบียบไม่รัดกุม-ตรวจคุณสมบัติไม่รอบคอบ-ปล่อยทุจริตวันเลือก-เตะถ่วง สุดท้ายเป่าคดี อ้างหลักฐานไม่พอ หวังทำหน้าที่ตรงไปตรงมา
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 สิงหาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค พิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” โดยมีพยานบุคคลร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ได้แก่ นางศรินทร สนธิศิริกฤตย์ พล.ต.ต.บัญญัติ เพียรสวัสดิ์ และพ.ต.อ.มนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการ กกต.
.
นายพริษฐ์ กล่าว สรุปว่า 5 พฤติกรรมของกกต. ที่ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจคือ 1.ออกระเบียบกกต. เกี่ยวกับการเลือกสว.ที่อาจจะยังไม่รัดกุมเพียงพอในการป้องกันการทุจริต ซึ่งมีการออกระเบียบมา 6 ฉบับ เช่นการกำหนดให้ผู้สมัครใช้เบอร์เดียวกันสำหรับรอบเช้าและรอบบ่าย ทำให้สามารถเขียนเบอร์ผู้สมัครเหล่านี้ในโพยใบสั่งที่จะทำตั้งแต่วันก่อนเลือกได้ 2.การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครที่อาจจะยังไม่รอบคอบเพียงพอ เช่น อาจจะมีผู้สมัครบางคนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม เช่นนายคอดียะฮ์ ทรงงาม ที่มีผู้ร้องเรียนเข้าไปว่าขณะนั้นเป็นที่ปรึกษานายกอบจ.จังหวัดอ่างทองในปี 2564-2567 และยังไม่พ้นจากตำแหน่ง หรือกรณีของการกรอกข้อมูลเท็จในใบสมัครและใบแนะนำตัว การสมัครผิดกลุ่มหรือในกลุ่มที่ไม่มีคุณสมบัติ
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า 3.การปล่อยปละละเลยการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นในวันเลือกสว. โดยเฉพาะการเลือกระดับประเทศ 4.ข้อสงสัยหรือข้อครหาเกี่ยวกับการเตะถ่วงคดีและการตั้งคณะอนุขึ้นมาฟอกขาวในคดีดังกล่าว ซึ่งตนมีคำถามอยากฝากไปถึง กกต.ว่า 7 อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 นั้นใครเป็นคนเสนอ หน่วยงานต้องสังกัดคืออะไร มาจากอนุ 35 ชุด หรือมาจากคนนอก ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญปี 2560 มีการเสนออนุชุดพิเศษเหมือนอนุชุดที่ 36 มาแล้วกี่ครั้ง ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีอะไรบ้าง ให้เหตุผลว่าอะไร
.
นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตาม คณะอนุชุดที่ 36 ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง รวมถึงมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติ ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากคดีผ่านมาสองปีคือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ กกต.ต้องมีการรับรองจากสว. ขณะเดียวกันก็ยังมีสว.บางส่วนที่ลาออกจากกรรมาธิการสอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็น ป.ป.ช. โดยให้เหตุผลว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ครั้งถัดมากับมีการนั่งในรายชื่อคณะกรรมาธิการสอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นกกต. ทั้งนี้ จากที่ตนตรวจสอบพบว่าในส.ว. 229 คนไม่มีใครที่คณะกรรมาธิการสอบประวัติ
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า และ 5.ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่เรากังวลว่าจะเกิดขึ้นคือการเตรียมเป่าคดี อ้างหลักฐานไม่เพียงพอหรือไม่เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล โดยหลักฐานไม่ต้องชัดจนถึงขั้นพิสูจน์ว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่หากหลักฐานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตกกต.ก็มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้องที่ศาล ซึ่งนอกจากหลักฐานเรื่องโพยที่ตนคิดว่าเพียงพอแล้ว ยังมีหลักฐานได้เส้นทางการเงิน หลักฐานการนัดหมาย คลิปเสียงการเสนอผลประโยชน์ และพยานบุคคล การที่เราจำเป็นต้องมานำเสนอหลักฐานดังกล่าวต่อสาธารณะ เพราะเราไม่มั่นใจว่ากกต.จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะเราเห็นว่าที่ผ่านมามีขั้นตอนตั้งแต่ก่อนเลิกสว. การสว. และคดีหลังจากการเลือกสว.ผ่านไปแล้ว เราไม่ไว้วางใจและไม่มั่นใจการทำหน้าที่ของกกต. ซึ่งหวังว่าเราจะคิดผิดและหวังว่ากกต. จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการตรวจสอบคดีนี้ ด้วยหลักฐานที่ละเอียดหนักแน่นกกต. ควรที่จะส่งเรื่องไปที่ศาลตามมติของคณะอนุไต่สวนชุดที่ 26
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่